การจัดการชีวิตของแม่ลูกกรรมกรก่อสร้าง

การจัดการชีวิตของแม่ลูกกรรมกรก่อสร้าง

        ชีวิตของกรรมกรก่อสร้างส่วนมากคือทำงานหนัก เหนื่อย และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานมาก  กว่าจะได้ค่าแรงมาเลี้ยงครอบครัว  จากการทำงานของครูศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ตากสิน-ท่าพระ ได้มีครอบครัวซึ่งแม่บ้านไม่ได้ทำงานพาลุกมารับนมที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง ไม่น้อยกว่า 70 กว่าครอบครัว ซึ่งครอบครัวเหล่านี้บางครั้งก็มีการย้ายงานเพื่อไปหารายได้สูงกว่า  แต่สิ่งที่ติดขัดบางครั้งคนที่มีลูกก็ต้องยอมจำนนในการที่จะหางานใหม่  เพราะต้องคำนึงถึงว่าเมื่อมีงานทำถึงจะมีรายได้เข้ามาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว

        กรณีของพ่อแม่น้องมายด์ น้องมิ้นท์ ซึ่งมีลูกเป็นฝาแฝด  และลุกคนโต น้องนุน ที่เรียนชั้นอนุบาลอยู่ที่ต่างจังหวัด  พ่อแม่คู้นี้อายุเพิ่งจะ 21 ปี ด้วยกันทั้งคู่ เรียนหนังสือจบแค่ ม.3 แล้วแต่งงานออกจากโรงเรียนพากันมาทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง  พ่อของเด็กได้รายได้ วันละประมาณ 195 บาท(ยังไม่เป็นแรงงานที่มีฝีมือ)  แต่สิ่งที่ได้มานั้นทุกอย่างต้องใช้อย่างประหยัดมากเพื่อให้ครอบครัวยืนหยัดให้ได้

        แม่ของน้องมายด์ น้องมินท์  ใช้วิธีการแบ่งเงินเป็นก้อนตั้งแต่

         1.เงินก้อนแรกต้องเก็บส่งไปที่บ้านต่างจังหวัด  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของน้องนุ่นที่เรียนหนังสืออยู่

         2.เงินก้อนที่สอง คือเงินค่านมที่ต้องเลี้ยงฝาแฝด อีก 2 คน ให้ลูกกินนมตัวเองด้วย และบางครั้งก็ซื้อนมกระป๋องเอาไว้ชงให้ช่วง เสาร์-อาทิตย์  ส่วนวันที่ศูนย์เด็กก่อสร้างเปิด 2 คน จะได้รับนมจากศูนย์เด็กวันละ 3 กล่อง เป็นทุ่นเงินค่านมและค่าขนมลูกเป็นบางส่วน

         3.เงินก้อนที่สาม คือค่าใช้จ่ายอาหารที่กินทุกวัน โดยแม่บ้านจะไปซื้ออาหารที่ตลาดนัดแล้วมาทำในตอนเย็น  และเผื่อลูกฝาแฝดทั้ง 2 คนด้วย  โดยพยายามใช้ไม่เกิน 50 บาท ต่อวัน โดยเป็นอาหารเย็นและเผื่อตอนเช้าด้วย  สำหรับค่าอาหารกลางวันแม่บ้านพยายามซื้ออาหารถุง 1 อย่าง กิน 2 คน

          4.เงินก้อนที่สี่ ต้องเก็บเผื่อค่าลูกไม่สบาย  ที่ต้องพาไปหาหมอ  หรือบางครั้งต้องเป็นค่าแท็กซี่พาลุกไปคลินิก

          เป็นบางครั้ง นาน ๆ ครั้งถึงจะเห็นเสื้อผ้าชุดใหม่  แต่สิ่งที่แม่ทำเพื่อลุกทั้ง 3 คน คือรักษาความสะอาดของลูกดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเสื้อผ้าของลูกทั้ง 2 คน ตลอดจนการดูแลอาหารให้ลูกกินเพาะที่เป็นประโยชน์  โดยเฉพาะเจ้าฝาแฝดชอบที่จะมากินข้าวกับครูไพโรจน์ จันทะวงศ์ ที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง  และจะชอบเรียกครูไพโรจน์ว่า  "ครูจ๋า ครูจ๋า" หรือบางครั้งก็บอกครูว่า  "ครูจ๋าหิวนมแล้ว"

          สิ่งที่เห็นคือ แม่บ้านต้องเป็นนักจัดการที่ดีครอบครัวถึงจะสามารถจะรอดจากภาวะวิกฤติ  นี่คือครอบครัวที่เขาต้องจัดการชีวิตให้ได้ พร้อมกับมีความสุข  แต่สิ่งที่พบคือกรรมกรก่อสร้างเหล่านี้ยังใช้การทำอาหารกินกันเอง  ได้กินข้าวพร้อมครอบครัว พ่อแม่ ลูก ถึงแม้จะไม่สะดวกสบาย  สิ่งที่เขาบอกกับเราคือความรัก ความอบอุ่น ความเห็นอกเห็นใจ  แค่นี่ก็มีความสุขแล้วครู