เมื่อถึงวันออมต้องเอากระปุกออมสินมาเปิดที่นี่หรือเปล่า? ต้องนำตารางการออมมาด้วยหรือเปล่า? ถ้าเก็บเงินได้มากๆจะเอาเงินไปทำอะไร? คนที่รับกระปุกออมสินไปต้องมาเปิดบัญชีฝากเงินใหม่อีกบัญชีหนึ่งหรือเปล่า? ฯลฯ
    เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  2549  ที่ผ่านมา  ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ได้เดินทางไปที่แม่พริกเพื่อเชิญชวนสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่พริก และ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพระบาทวังตวงให้เข้าร่วมโครงการ “กระปุกออมสินลดรายจ่ายวันละ 1 บาท”  ซึ่งผู้วิจัยได้เล่าบรรยากาศให้ฟังแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง  
ต่อมาในวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน  2549  เป็นคิวของกองทุนสวัสดิการชุมชนบ้านดอนไชย  และ  สมาชิกใหม่ซึ่งสมทบอยู่กับกลุ่มบ้านดอนไชย  คือ  บ้านแม่วะเด่นชัย  ทั้ง 2 กลุ่มตั้งอยู่ที่อำเภอเถิน  โดยผู้วิจัยประจำการที่กลุ่มบ้านดอนไชย   ส่วนอาจารย์พิมพ์แยกไปช่วยที่บ้านแม่วะเด่นชัย 
สำหรับบรรยากาศที่เกิดขึ้นในทั้ง 2 กลุ่มนั้นมีความคล้ายคลึงกัน  กล่าวคือ  สมาชิกให้ความ    สนใจเป็นอย่างมาก  เช่นเดียวกับที่แม่พริก  แต่ผู้วิจัยสังเกตพบอย่างหนึ่งว่าที่เถินกับแม่พริก  สมาชิกจะมีบุคลิก  ตลอดจนสภาพสังคมที่แตกต่างกันพอสมควร  กล่าวคือ  ที่แม่พริก  สภาพสังคมจะเป็นแบบชนบทมาก  สมาชิกจะอยู่กันอย่างเรียบง่าย  คุยกันก็คุยเงียบๆ  ผู้เฒ่าผู้แก่มีจำนวนมาก  ในขณะที่เถินนั้น  สมาชิกจะมีสไตล์การใช้ชีวิตแบบเป็นเมืองมากกว่า  จะคุยกันเสียงดัง  (กว่าที่แม่พริก) การแต่งกาย  การตั้งคำถาม  ก็จะเป็นแบบคนในเมือง  ก็ดูแปลกดีเหมือนกันค่ะ  แม้ทั้ง 2 อำเภอจะอยู่ห่างกันเพียง 20 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น
บ้านดอนไชยแจกกระปุกไปทั้งสิ้น 80 กระปุก  (เพราะ  เป็นกลุ่มที่มีสมาชิกมาก)  แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของสมาชิก  เพราะ  มีสมาชิกเป็นจำนวนมากที่มาถามหากระปุกออมสิน  พอกรรมการไปเดินตลาดในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ถูกถามว่าทำไมไม่เก็บกระปุกออมสินเอาไว้ให้บ้าง  จากการที่ผู้วิจัยสังเกตปฏิกิริยาของสมาชิก  เห็นว่า  สมาชิกให้ความสนใจมาก  ตั้งใจฟังการอธิบายตารางการออม  พร้อมกับมีคำถามตามมา  เช่น  เมื่อถึงวันออมต้องเอากระปุกออมสินมาเปิดที่นี่หรือเปล่า?  ต้องนำตารางการออมมาด้วยหรือเปล่า?  ถ้าเก็บเงินได้มากๆจะเอาเงินไปทำอะไร?  คนที่รับกระปุกออมสินไปต้องมาเปิดบัญชีฝากเงินใหม่อีกบัญชีหนึ่งหรือเปล่า? ฯลฯ  
ในขณะที่สมาชิกบางคนก็ช่วยอธิบายให้สมาชิกคนอื่นเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการออมเงิน  ส่วนคณะกรรมการที่มาทำงานในวันนี้แม้จะนั่งทำงาน  แต่ก็ฟังผู้วิจัยกับสมาชิกไปด้วยว่าพูดคุยอะไรกันอยู่  ดังนั้น  ในช่วงบ่ายผู้วิจัยจึงไม่ต้องพูดอะไรเลย  เพราะ  กรรมการมาช่วยอธิบายให้สมาชิกฟังกันอย่างเสร็จสรรพ   มีสมาชิกบางคนที่มีกระปุกออมสินของตัวเองอยู่แล้ว  ก็เดินมาขอตารางการออมจากผู้วิจัย  สมาชิกเหล่านั้นบอกว่า  จะเอาไปบันทึกบ้างว่าตัวเองออมได้วันละกี่บาท  วันไหนไม่ได้ออมเงินบ้าง  
ส่วนที่บ้านแม่วะเด่นชัยก็เช่นเดียวกัน  อาจารย์พิมพ์เล่าบรรยากาศให้ฟังว่า  ชาวบ้านค่อนข้างตื่นตัวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้พอสมควร  แม้จะเป็นกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว  สมาชิกมาขอเข้าร่วมโครงการนี้พอสมควร  ตอนนี้กลุ่มนี้มีแกนนำอยู่ 2 คน  คือ  น้องเอ  ซึ่งทำงานที่ กศน. กับ  คุณป้า...  ซึ่งเป็นอดีตนายก อบต.แม่วะ  สมัยที่ผ่านมา  คุณป้าเป็นคนใจดีมาก  มาช่วยอาจารย์พิมพ์แจกกระปุกออมสินและตารางการออม  พร้อมกับอธิบายให้สมาชิกฟังด้วยตัวเอง  สมาชิกก็พูดคุยกันเรื่องนี้พอสมควร  บางคนมีคำถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาออม?  สมาชิกคนอื่นก็จะอธิบายว่าคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ต้องลดรายจ่ายลง  ดังนั้น  ก็เอาเงินที่ลดรายจ่ายมาออม  เช่น  ไปตลาดซื้อของราคา 10 บาท  ก็ขอลดแม่ค้าเหลือ 9 บาท  เงินที่ได้ลด 1 บาทก็เอามาออม  เป็นต้น  ผู้วิจัยได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกดีใจที่สมาชิกให้การตอบรับและมีความเข้าใจอยู่พอสมควร