Midrib คือ เส้นกึ่งกลางใบที่ประกอบด้วย ท่อลำเลียงน้ำ ลำเลียงอาหารของใบ บางครั้งจะมีผลึกที่เป็นลักษณะเฉพาะของพืชชนิดต่าง ๆ การทำความเข้าใจในแต่ละส่วนเป็นเรื่องสำคัญ พี่หัวหน้าแนะนำว่าการวาดภาพ diagram จะทำให้เห็นอะไรชัด เห็นการจัดเรียงตัว เห็นรายละเอียดบางอย่างที่บางครั้งการถ่ายภาพจะไม่เห็น
จากเดิมที่หนูจะวาดผิวใบบน ผิวใบล่าง องค์ประกอบจะไม่ค่อยซับซ้อน แต่ว่า midrib องค์ประกอบค่อนข้างซันซ้อน แล้วปัญหาอีกอย่างที่หนูเจอคือ Slide ที่หนูเตรียม มีขนาดของmidrib ที่ใหญ่กว่าภาพทางแก้คือ วาดที่กำลังขยายต่ำลงมา หรือ ต่อกระดาษ
ตอนแรกหนูลองวาดที่กำลังขยายที่ต่ำลงมา ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เห็นรายละเอียดไม่ชัดต้องเพ่ง ทำให้รู้สึกเครียดขึ้นมาได้ง่าย ๆ หนูนั่งจมวาดอยู่เกือบครึ่งวันได้คำตอบให้ตนเองว่า
“ไม่ง่ายต้องใช้ความละเอียด"

แต่ก็เลือกที่จะปรับอารมณ์ไปทำส่วนอื่นขั้นเวลา แล้วพอเย็น ๆ ปรึกษาพี่หัวหน้าเพิ่มเติม ท่านชี้แนะว่า ท่านจะวาดที่กำลังขยายใหญ่สุดแล้วก็เอามาต่อกันซึ่งบางครั้งภาพอาจจะใหญ่ถึง A4 จำนวน 10 แผ่น หนูอึ้งเพราะนั่นหมายถึงว่าหนูต้องนั่งวาดอยู่หลายวัน แต่หนูเองมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด หัวหน้าอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า แต่ละตัวอย่างเอาดูองค์ประกอบที่เหมือนหรือ ต่าง คร่าว ๆ ได้ จากการสังเกตอาจจะไม่ต้องวาดทั้งหมด แต่ให้วาดองค์ประกอบย่อย เป็นส่วน ๆ แล้วเลือกตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีที่สุด เอามาทำให้ครบพร้อมและสมบูรณ์แบบที่สุด หนูรู้สึกว่าเห็นทางละเข้าใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
วิธีการทำงานวิจัยนี้เป็นเหมือนงานใหม่ของหนูที่เรียนไปด้วย ลงมือทำไปด้วย สังเกตเอา สงสัยอะไรก็ถาม ผิดพลาดก็ทำใหม่ เป็นข้อมูลให้ตนเอง เพื่อเลือกตัวแทนที่ดีที่สุด
หนูได้เรียนรู้ว่าจากความตั้งใจในการทำงานและมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน พอเห็นปัญหา จะรู้สึกว่าเห็นโอกาส จะเกิดกระบวนการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาขึ้นมา แล้วหนูก็จะวางแผนเอามองลองทำดู ประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการลองทำ แล้วก็จะเห็นความสำเร็จ เห็นปัญหา ก็วนกลับมาสร้างทางเลือกในการแก้ แล้วลงมือแก้ หนูพบว่า ผลงานที่ออกมาค่อย ๆ ละเอียดลึกซึ้ง มากขึ้น ด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น
เหมือนวิธีนี้ทั้งครูและอาจารย์สอนมาแบบเดียวกันเลยค่ะ แบบว่าไม่ต้องเน้นทฤษฎี ปฏิบัติเลย ลงมือเลย แล้วค่อย ๆ สังเกตประเมินผลหาทางแก้ไปเรื่อย ๆ ทฤษฎีมาเรียนทีหลังจะทำให้หนูเข้าใจมากขึ้น แบบว่าไม่ต้องอ่านมาก เอาพอดี ๆ เพราะอ่านมากฟุ้งซ่านมาก
ท่านทั้งสองพาหนูทำมาแบบนี้ พอมีข้อผิดพลาดหนูจะจ๋อย ๆ กลัว โดนดุเพราะหนูคิดไม่ดี แต่ตอนนี้ใจที่มุ่งมั่นทำงานนี้เพื่อบูชาท่านทั้งสอง ทำให้หนูเห็นปัญหาเป็นโอกาส ใจหนูพร้อมเผชิญทุกอย่างด้วยใจที่ปรารถนาการเรียนรู้อย่างเบิกบานนอบน้อม
หากวาดภาพด้วยใจบางเบา
หากใจบางเบาเพียงใด จินตนาการก็ไร้ขีดสุดเพียงนั้น
แม้ดูเหมือนจะซับซ้อนเพียงใด...หากเส้นสายนั้นอยู่เนียนแนบใจ
ก็จะง่ายโดยพลัน...มำหนำซ้ำยังสุขใจที่ได้วาดได้เขียนค่ะ
^_^
ดีใจจัง...ที่มองว่า "ปัญหานั้นคือ โอกาส"
เพราะปัญหานั้นทำให้เราได้รู้ว่า... "ใจ" ของเรานั้นเป็นเช่นไร กระเพื่อมไปในลักษณะใด และไปเกาะเกี่ยวสิ่งใด และเมื่อเราได้รู้หรือเห็นแล้ว... ก็น้อมนำความรู้ตัวกลับมาที่ลมหายใจ ไม่ต้องไปหวาดกลัวหรือกังวลต่อสภาวะที่ปรากฏ เพียงแค่กลับมาที่ลมหายใจ
หายใจเข้าสบาย...หายใจออกสบาย...
เท่านี้ก็พอดำรงอยู่ได้นะ...
ขอบพระคุณค่ะพี่ปีแม่พลอย
รู้สึกดีจังเลยที่ได้รับคำแนะนำจากผู้มีjประสบการณ์
หนูเป็นมือใหม่หัดวาด เผลอเครียดอยู่บ่อยเจ้าค่ะ ขอน้อมรับคำแนะนำไปลองปฏฺบัติ หากมีความคืบหน้าเช่นใด น้องจะขอโอกาสมารายงานเป็นบันทึกอีกครั้งเจ้าค่ะ
(^_^)
ขอบพระคุณค่ะพี่ Ka-Poom
ที่ให้ที่ยึดเหนี่ยวคือ ลมหายใจ หนูจะตั้งใจพยายามเจ้าค่ะ สู้ ๆ