ความดีความชั่ว ที่จะติดตามตัวท่านไปแม้ว่าท่านจะตายไปแล้ว
เมื่อคืนก่อน (27 ม.ค.53)
คณะครูที่โรงเรียนร่วมเป็นเจ้าภาพในงานศพของแม่ครูในโรงเรียน
(คุณครูอาภรณ์ ตลึงผล) เลิกเรียนครูทุกคนกลับบ้านไปอาบน้ำ
แต่งตัวใหม่ให้ถูกต้องกับงานศพ แม้จะเป็นชุดสีดำ
แต่ทุกคนแต่งแล้ว มองดูอบอุ่น เปี่ยมไปด้วยน้ำใจ
เพราะทุกคนมีความตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์จากเจ้าของงานทุกคน
ต่างช่วยกันตามความสามารถ บางคนถนัดทำอาหาร
ก็ไปช่วยในครัว
คนที่รู้จักคนเยอะก็ช่วยยกน้ำยกเข้ามาเลี้ยง
คนที่ชอบการตกแต่งก็ช่วยทำดอกไม้
มีครูผู้ชายเป็นพิธีกรทางศาสนา ผอ.ก็รับแขกทั่วไป
ครูดาวเรืองมีความสามารถยุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่น
(ประเภทครอบครัวร้าวฉาน คืองานของเรา อิๆๆ) ก็เย้าแหย่
คนโน้นทีคนนี้ที
พบกับครูหลายๆโรงเรียนก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งเรื่องการเรียนการสอน
เรื่องพฤติกรรมนักเรียน (นินทาเด็กนะนี่)
แล้วก็จบด้วยการชมเชยสามี โอ้อวดความสำเร็จของลูกๆ
แล้วก็ถึงเวลา พิธีทางศาสนา สวดมนต์ ไหว้พระ รับศีลรับพร แต่ที่ประทับใจคือการฟังพระเทศนา คืนนี้พระที่เทศนา เป็นเจ้าอาวาสวัดวังไทร เป็นศิษย์ของครูดาวเรืองเจ้าอาวาสก็บอกทุกคนว่า เป็นศิษย์ ภูมิใจมากๆ ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่งเพราะท่านเป็นผู้ที่มีปัญญา แต่มีปัญหาเรื่องครอบครัว ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ก็มาเรียนทางพระ เป็นพระที่เทศนาน่าฟัง เป็นนักเทศน์ระดับชั้นนำ คืนนี้ท่านเล่าเป็นนิทานแฝงธรรมมะ เรื่องของชายคนหนึ่งมีเมีย สี่คน คนสุดท้ายเป็นคนสวยงาม ชายคนนี้ได้ละทิ้งเมียคนอื่นๆมานานมาก จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเจ็บป่วยลง หมอบอกว่าจะสามารถอยู่ได้อีก 7 วัน ชายคนนี้จึงเรียกบรรดา เมียทั้งสีคนมาสั่งเสีย และถามทั้ง สี่คนว่าถ้าท่านตายไป จะทำอย่างไร
เมียคนที่ 4 ตอบว่าถ้าท่านตาย ก็จะไปอยู่กับคนอื่น ก็จบสิ้นแค่นี้
เมียคนที่ 3 ตอบว่า................................................
เมียคนที่ 2 ตอบว่า ถ้าท่านตายก็จะไปส่งท่านที่วัด เผาท่านจนเสร็จก็กลับ
เมียคนที่ 1 ตอบท่านว่า ถ้าท่านตาย ก็จะตายตามท่านไปด้วย
ชายคนนี้จึงรู้ซึ้งถึงสัจจธรรม ว่าชีวิตเป็นอย่างนี้เอง
เรื่องนี้ เป็นนิทานธรรมมะ จึงแฝงปริศนาธรรมไว้ ท่านเฉลยว่า
เมียคนที่ 4 คือทรัพย์สมบัติ เมื่อท่านตายท่านก็เอาติดตัวไปไม่ได้ ก็เป็นของคนอื่นไป
เมียคนที่ 3 คือ................?
เมียคนที่ 2 คือลูกหลาน ถ้าท่านตายก็ช่วยกันเผาศพ ทำบุญทำทานให้ไป
เมียคนที่ 1 คือ ความดีความชั่ว ที่จะติดตามตัวท่านไปแม้ว่าท่านจะตายไปแล้ว
(แล้วคุณละเห็นว่า เมียคนที่ 3 จะตอบว่าอย่างไร และเปรียบได้กับอะไร จะเฉลยวันหลังนะคะ )
ถึงตอนนี้ ท่านก็ถามว่า ทุกคนดูแล เมียคนที่ 1 บ้างแล้วยัง เมื่อมีชีวิตสุขสบายอย่าลืมทำความดีไว้บ้าง กลับไปถึงบ้านอย่าลืมดูแลเมียคนที่ 1 อิๆๆ ผู้หญิงหลายคนซึ้งน้ำตาไหล เจ้าอาวาสท่านช่างเทศน์เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย รู้จักเปรียบเทียบ ยกย่องให้เมียคนที่ 1 เป็นความดีงาม ช่างน่าศรัทธา
คุณ อ่านแล้วก็อย่าลืมดูแล เมียคนที่ 1 บ้างนะคะ 555555555555




![]() |
|||||||
|
|||||||





สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
จะมาติดตามอ่านต่อไปครับ
.....สัจธรรม
คนที่ 1 มักไม่ได้ดูแลกันสักเท่าไร
ส่วนใหญ่จะมุ่งหาคนที่ 4 อ่ะนะ
คติธรรมนี้ให้แง่คิดที่ดีมากครับ
ต้องไปบอกใครดี ที่บ้านมีเมียคนเดีบว เอิ๊กเอิ๊ก
จะรอฟังเฉลย...เพราะยังคิดคำตอบไม่ออกค่ะ...ใครก็อยากเป็นคนที่ 1 นะค่ะ "เพราะชั่วดีประดับไว้ในโลกา"
น่าเห็นใจเมียคนนี้จริง ๆ
เธอจะอยู่กับเราตลอดเวลาเมื่อเราตายแล้ว
สวัสดีค่ะคุณครู
รู้สึกว่า เมียคนที่สามจะตอบว่า ถ้าตายแล้วจะแต่งงานกับคนใหม่ เด่เอาครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูดาวเรือง
สวัสดีครับคุณครูดาวเรือง
ขอขอบพระคุณครับที่แวะไปให้กำลังใจ
ก่อนตอบคำถามขอติงบันทึกของคุณครูสักกะหน่อยที่บอกว่า
"พบกับครูหลายๆโรงเรียนก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งเรื่องการเรียนการสอน เรื่องพฤติกรรมนักเรียน"
แล้วบอกว่านินทาเด็กนะผมว่าคุณครูกำลังเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะขณะที่คุยกันคุณครูอยู่กันมากกว่าสองคนไม่ใช่หรือครับ ถ้ามากกว่าสอง-แถวบ้านเรียก "สัมมนา" ....อิ.อิ.
ขอตอบคำถามนะครับ
เมียคนที่ 3 ตอบว่าถ้าท่านตายจะพิมพ์หนังสือไปแจกในงานศพ เพื่อให้ทุกคนนำติดตัวไปไว้อ่าน
เมียคนที่ 3 ผมว่าพระท่านหมายถึงเกียรติยศวื่อเสียงและคุณงามความดีที่จะคงอยู่กับบุคคลทั่วไปได้เล่าสู่รุ่นสู่รุ่น
แต่ถ้าเป็นผมจะบอกให้เมียทั้งสี่คนช่วยไปหาคนที่ห้ามาให้ก่อนสิ้นอายุขัย ....ฮา...
กราบลาครับวันหน้าจะแวะใหม่
สวัสดีค่ะครูดาวเรือง
•ยินดีที่ได้รู้จักน่ะค่ะ
•มาฟัง(อ่าน)ธรรมมะด้วยคนน่ะค่ะ
"เมียคนที่ 4 คือทรัพย์สมบัติ เมื่อท่านตายท่านก็เอาติดตัวไปไม่ได้ ก็เป็นของคนอื่นไป"
เมียคนที่4...จะไปอยู่กับคนใหม่หลังจากตายไปแล้วก็คงไม่เป็นไร...แต่ถ้ายังไม่ตาย"เจ้าอย่าหวัง"...ก็เพราะรักเธอที่สุดไงค่ะ...ใครๆก็ชอบทรัพย์สมบัติ อิอิ
ขอบคุณค่ะ