บ่ายวันนี้ ไป บรรยาย ที่ รร The Emerald  ถนนรัชดา

หัวข้อเดียวกับหนังสือ คือ Productivity วิถีพุทธ

หน้าตา  ทีมงาน  ช่วย ผลิต หนังสือ "Productivity วิถีพุทธ"    ขอบคุณมากครับ

********************

๑) ผมใช้ คำว่า วิถีพุทธ   แทนคำว่า ศาสนา   เพราะ อยากให้เป็นสากล เป็นกลางๆ   ไม่อยาก ให้ คนที่ ลึกๆยัง รังเกียจ อคติ แบ่งแยกศาสนา ฯลฯ  ต้องพลาดโอกาส การเรียนรู้ เรื่อง แนว หรือ มรรคา (way) ดีๆ แบบนี้ไป

ทุกศาสนาดีทั้งนั้น  อยู่ที่เราเอง ที่ยังเข้าไปถึง

ที่ยอดเขาเดียวกัน  แต่ ขึ้นคนละทางเท่านั้นเอง   คนที่เชิงเขา มักเพ่งโทษกัน

๒) ผม พูดถึง ยุคต่างๆ  ตั้งแต่ ล่าสัตว์  เกษตรกรรม และ มาพัง ทลาย ก็ตอนที่ เข้า ยุคอุตสาหกรรม  หรือ อุตส่าห์หากรรม    ทำลายแม่ธรณี  แม่คงคา  เสียย่อยยับ

ยุคอุตสาหกรรม ได้ สร้าง  (ก) แนวคิดแบบแยกส่วน   หรือ รู้ลึกโง่กว้าง  ขึ้นมา (ข) ผลิตคราวละมากๆ  (ค) หลงใหล ใน ความรวดเร็ว  จน ชุ่ยๆกับทุกอย่าง  "ช้าไม่เป็น"  (ง) ห่างไกล ธรรมชาติ    โดยเฉพาะธรรมชาติ ในจิตใจคน   

๓) คุณภาพ ไม่น่าจะหมายถึง ลูกค้าพอใจ หรือปลื้มใจ  เพราะ การคิดแบบนี้ ลูกค้าเคยตัว  และ ทำลายแม่ธรณี มากๆๆๆ    เราเปลี่ยนแปลงสินค้า เพื่อแข่งขัน เราแย่ง น้ำมัน น้ำ ทำลายน้ำ ทำลายอากาศ

๔)  หนังเรื่อง AVATAR  ก็เหมือน CEO โรงงานทั้งหลาย บุก เข้าไป ระยอง อยุธยา บางปู สมุทรปราการ ฯลฯ  แล้ว ปล่อย สารพิษ ควันพิษ   โดย อ้างว่า ถูกกฏหมาย  ที่ ชาวบ้านแถวนั้น บอกว่า "ฉํนไม่ได้ ไปร่างกฏ นี่เลยนะ" 

๕)  การทะเลาะกัน ทุกวันนี้ ก็เพราะ  ผู้คน ไม่เห็นจิตใจตนเองตามความเป็นจริง  ไม่เห็นธรรมชาติที่แท้จริงในใจของตน    เมื่อไม่เห็น ก็ไม่เข้าใจ   เมื่อไม่เข้าใจก็ตีความ (เข้าข้างตนเอง)

๖)การบริหารยุคใหม่ ในยุค Cognitive era :  ยุคปัญญา

คนแก่ รุ่นพี่   หลงทำลายโลก จนน้ำเสีย อากาศพิษ  ไปมากมาย    ไม่รู้ว่า "รู้ตัว" หรือยัง     ยิ่งแก่ กลับยิ่งได้เป็น CEO  ได้เป็น board    ผลคือ แม่ธรณีพังต่อไป

"แม่ธรณี ไม่เข้าข้างใคร  ท่านรักษาสมดุล"  นี่เป็น คำพูด ในหนัง อวตาร

เรา ถล่มน้ำจนหมด อากาศเสีย ขยะอุตฯ   เราทำลายที่นา   จากที่ราบลุ่มเจ้าพระยา เป็นที่นาดีๆ เราก็เอามาสร้างโรงงานกัน ....  สุดท้าย แม่ธรณี  ก้จะต้อง เอาคืน แบบ ที่ เฮติ  แบบ Katalina ที่ นิวออลีน   หรือ  ซึนามิ   ถล่มอีกรอบ

๗) ผมเอง ยอมรับผิดว่า  เมื่อก่อน มัวเมา ในการสอน วิชา  ที่ทำให้ คนห่างไกลธรรมชาติ   หลงไปเคร่งครัด กฏ กติกา   จน ลืมรักษา "น้ำใจ" "จิตอาสา"  

ยุคแห่งปัญญา   การรับสมัครคนเข้าทำงาน ไม่ดู เกรด ไม่ดูสถาบันอีกแล้ว  เพราะ ระบบการศึกษาล้มเหลว      ชุดความรู้ต่างๆ มาจาก น้ำใต้ศอกคนอื่น ต่างชาติทั้งนั้น  เรา มี  Purchasing engineer มากมาย  เราเสพชุดความรู้ต่างชาติมากไป

๘) องค์กรสมัยใหม่  เมื่อ ปรับการบริหาร มาแนว happy work place  มาแนว LO & KM     พวกเขา รักษาสมดุล ชีิวิต และ งานได้ดีขึ้น

วัดผล แบบ Intangible benefit (ความรัก  ได้ใจพนักงาน  สติ ปัญญา ความรัก ฯลฯ)   เป็นอะไรที่ CEO งกๆเค็มๆ ไม่เข้าใจ

๙) เรามี CEO งกๆเค็มๆ มากมาย  ให้คิดเสียว่าพวกเขาเป็น "คนป่วย"  

ไม่สบายทางจิตใจและสังคม  พวกเขาอาละวาดเต็มไปหมด    เราควร เมตตาพวกเขา   และ รักเจ้านายให้มากๆ   พวกเขา มี "ปม" ในใจมากมาย  หากเรา ไปเกลียดเขา เขาก็จะ รุนแรงกลับมา    จงหล่อเลี้ยง พยาบาล รักษาใจ เจ้านาย พวกนี้ให้มากๆ    เขาป่วยอยู่  เราจะไปโกรธเขาทำไม นะ

พวกเขา มีบาดแผล จาก "ศาสนารังแกฉัน"  ... มีบาดแผลในใจมากมาย ... ขอให้ เมตตา ๆๆๆๆๆๆ  

meta คือ (going beyond or higher )  แปลว่า อภิ เหนือ  หรือ มากมาย หลากหลาย    ถ้าจะเมตตาใคร  ก็คือต้อง meta = มองหลายๆมุม   มองหลากหลาย  หรือ ด้วยจิตใจที่ สูงกว่า    กว้างกว่า  อภิ กว่า ....    

๑๐ ) แนะนำ เครื่องมือแนว soft side management  เช่น โสเหล่ (Dialogue)  เรื่องเล่า (Storytelling)  คนค้นคน (Appreciative inquiry) เป็นต้น

 

๑๒) จำไม่ได้แล้ว ... มัน เยอะมาก