เย็นวันนี้ มีถ่ายทอดพิธีมอบรางวัล มหิดล ได้มีถ้อยคำพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ฯ อันน่าประทับใจ ที่ช่วยพยุงใจที่อ่อนล้า...

" True success exists not in learning but in its application for the benefit of mankind"

   กองรายงานเยี่ยมบ้าน ที่กองสูงเกือบ 1 ฟุต ที่เหล่านักศึกษาแพทย์อดตาหลับขับตานอนพิมพ์ ( และ copy-past ) บนโต๊ะอาจารย์..กับ 1 หน้ากระดาษ ขอบคุณจากใจผู้ป่วย..สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน.. คำตอบคืออย่างแรก เพราะมันมีในใบประเมินคะแนน ขอให้มีข้อมูลครบ เขียนไม่ตกหล่น..
   ฉันอดถามตัวเองไม่ได้ ว่ากำลังทำอะไรอยู่..รีบๆ อ่าน..ให้คะแนน..แล้วก็เอาไปกองหลังห้อง (เพื่อเตรียมทิ้ง!)

   โยงมาที่เรื่องป้าเช็ง เจ้าแม่เคเบิลทีวี ที่กลายเป็นเจ้าตำรับมหาบำบัด..ในมุมที่ฉันมอง ป้าเช็ง เป็นคนเก่งและกล้า แม้ไม่ได้เรียนสูงและ ในวัยขนาดนี้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ก็แสดงถึงความไม่ธรรมดาของแก แต่ปัญหาเกิดขึ้นเพราะแกไม่ได้ qualified เป็นผู้บำบัด และตำรับยาก็ไม่ได้ผ่าน process ที่ยอมรับในทางวิทยาศาสตร์.. แต่ก็น่าแปลก ยังไม่เห็นมีผู้ป่วยเจ้าทุกข์ออกมาร้องเรียน ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ในขณะที่ ขนาดยาซึ่งผ่าน Trial ออกมา ยังมีการฟ้องร้องถึง Adverse efffect ให้เห็นบ่อยๆ.. สรรพคุณ..ไม่มีตัวยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษา แต่คงต้องวงเล็บว่าในความรู้ปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่คงมีด้วยแน่นอนคือ Placebo effect นี่แหละตัวยารักษาทุกโรคของจริง..แม้แต่การรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันเอง ก็ยังมี Placebo effect ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย..
   สิ่งที่ป้าเช็ง อาจจะพลาดคือการมั่นใจในตัวยามากเสียจนโฆษณาเป็นสินค้าราคาสูงลิ่ว รูปการณ์จะเปลี่ยนไปไหม ถ้าป้าเช็ง นำน้ำยามหาบำบัด แจกจ่ายฟรีแก่ผู้หมดหวัง และเป็นผู้นำไปมอบให้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ศึกษาเอง..ลองคิดดูเล่นๆ
 
   เชื่อว่าการพิสูจน์ตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการพิสูจน์ ที่ช่วยให้ทำซ้ำได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุง แต่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ก็อาจเกิดขึ้นได้จาก "วาบความคิด"..หากเราดับวาบความคิดนั้น ด้วยกระแสของ Pattern ที่มีอยู่ จะมีโอกาสที่วาบนั้นจะกลายเป็นแสงสว่างได้หรือไม่

 ในยุคที่การพิสูจน์ด้วยเทคโนโลยีกำลังกลายเป็น The must..
ผู้ป่วยรายหนึ่งอายุ 80 ปี มีประวัติสูบบุหรี่มา 40 ปี ท้องและขาบวมขึ้นมา..ฟังปอดมี wheezing ถ้าผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้เจาะเลือด ไม่ได้ทำ CXR ไม่ได้ทำ Echocardiogram เพราะเธอยืนยันว่าเป็นตายยังไงก็ไม่ขอไปโรงพยาบาล แล้วหมอที่ไปเยี่ยมบ้านลงความเห็นเป็น "Cor pulmonale" แล้วให้การรักษาด้วย Diuretic...ในกรณีเข้าข่ายเป็น หมอ..ป้าเช็ง หรือไม่? น่าคิดคะ