เวลาผ่านไปแล้วเกือบสองเดือนที่ฉันได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนครูต่างโรงเรียน  แต่ยังจดจำถ้อยคำและเรื่องราวเหล่านั้นได้ดี  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักเรียนวัยรุ่นที่เธอพบเห็นเป็นประจำในโรงเรียนของเธอ  ซึ่งเกี่ยวข้องกับ "การสอนจิตสาธารณะในโรงเรียน" 

            เธอเล่าให้ฉันฟังว่า  "นักเรียนของเธอนั้น  หากครูจะเรียกใช้ไหว้วานนักเรียนจะรีบหลบไปโดยเร็ว  แต่หากเอ่ยชื่อนักเรียนคนนั้น ๆ ทัน  นักเรียนที่ถูกเรียกก็จะเดินเข้ามาหาให้ครูใช้อย่างอิดออด  หรือไม่เช่นนั้นก็จะขอต่อรองด้วยคะแนน  หากช่วยทำงานก็ขอเพิ่มคะแนนในวิชาที่เธอสอน"  เธออยากทราบเหลือเกินว่า...เป็นเพราะเหตุใด

           ฉันได้แต่รับฟังเพราะยังหาทางแก้ให้เธอไม่ได้  แต่ก่อนจากกันฉันได้ให้เอกสารบันทึกเกี่ยวกับการฝึกให้นักเรียนเรียนรู้กิจกรรมจิตสาธารณะและวิธีการสร้างจิตสำนึกสาธารณะแทน  เพื่อให้เธออ่านและศึกษาดูว่า  บริบทโรงเรียนของเธอนั้นควรจะเลือกใช้วิธีใด     หรืออาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเกิดความคิดใหม่ ๆ ดีกว่าที่ฉันบันทึกไว้ก็อาจเป็นได้ 

          สำหรับนักเรียนของฉัน  ไม่ต้องเอ่ยปากไปเสียทุกเรื่อง  เป็นส่วนน้อยมากที่ครูจะเอ่ยปากร้องขอให้เด็กช่วยเหลือ  ถ้าเด็กเพียงแต่เห็นว่าครูจะทำอะไรเท่านั้น  เด็กจะอาสาเข้ามาช่วยครูทันที 

         ที่โรงเรียนของฉัน  นับตั้งแต่เด็กชั้นเล็ก ๆ ประถมศึกษาปีที่ ๑ เป็นต้นไป  เมื่อครูเดินผ่านหรือรถแล่นเข้าไปจอดในโรงเรียน  พวกเขาจะวิ่งมาเสนอตัวช่วยถือของ  เวลาเดินผ่านก็จะถามว่า "คุณครูขา/คุณครูครับทานข้าวหรือยัง มีอะไรให้หนู/ผมช่วยไหมครับ"

          วันนี้ฉันกำลังจะนำสื่อขึ้นติดบนกระดาน  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เดินมาจากห้องคณิตศาสตร์และผ่านห้องฉันไป  นักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้ามาหาและเสนอตัวว่า "คุณครูขา คุณครูทำอะไรคะ ให้หนูช่วยครูนะคะ" แล้วทั้งหญิงและชายก็รุมเข้ามาช่วยกันนำสื่อขึ้นไปติดบนกระดานให้  ก่อนจากนักเรียนคนหนึ่งถามฉันว่า "ที่พิษณุโลกมีฝนตกไหมครับ อากาศร้อนหรือหนาวครับ"   ทั้ง ๆที่ฉันไม่ได้สอนเด็กกลุ่มนี้เลย  เด็ก ๆ ได้แสดงตนป็นผู้มีจิตสำนึกสาธารณะด้านความเอื้ออาทร  เป็นที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง 

         โดยเฉพาะการอยู่ในโรงเรียนของตนเอง  ครูบางท่านหรือครูหลายคนอาจจะมองเห็นเป็นเรื่องจำเจ  ไม่เห็นความโดดเด่นจากตัวนักเรียน  แต่เมื่อได้ไปแลกเปลี่ยนกับครูโรงเรียนอื่น ๆ ทำให้ทราบความแตกต่างทางพฤติกรรมของเด็กได้ดี และเด็กของฉันไม่เคยวิ่งหนีครูเหมือนที่เพื่อนเล่าให้ฟัง

          การที่ได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนครู  ทำให้ฉันมีความตั้งใจที่จะถอดบทเรียนเกี่ยวกับการสอนจิตสาธารณะ  หรือการฝึกให้นักเรียนมีสำนึกจิตสาธารณะ  ทำให้ต้องรื้อบันทึกพฤติกรรมและทบทวนกิจกรรมของนักเรียนย้อนหลังไปอีก ๖ ปีการศึกษา  เพื่อเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนของผู้สนใจและรับข้อเสนอแนะ  จากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ  ขอขอบพระคุณทุกท่านที่แสดงความคิดเห็น  เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็ก

http://www.krukimpbmind.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538701299