ข้าพเจ้ามีโอกาสเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเลือกตั้งหลายครั้ง ทั้งในฐานะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)หลายครั้ง พบโดยตนเองและจากการสอบถามเพื่อนฝูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละครั้งจะพบว่าร้อยละของผู้มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งมีแต่ใกล้เคียงกับครั้งก่อนหรือลดลง แต่ส่วนใหญ่จะพบว่าค่อย ๆ ลดลง และยังไม่เคยมีครั้งใดในการเลือกตั้งที่ประชาชนมาใช้สิทธิ์เกินร้อยละ 50 (ยกเว้นการเลือกตั้งที่ใกล้ตัวที่สุดเช่นการเลือกผู้ใหญ่บ้าน การเลือก อบต.) ข้าพเจ้าพยายามจะตั้งข้อสังเกต หาเหตุผลด้วยวิจารณญาณ(ของตนเอง) สอบถามตั้งแต่ผู้ที่มีโอกาสในการใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต ประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่หลาย ๆ คน ที่หากดูตามอายุแล้วคิดว่าการใช้สิทธิ์เลือกตั้งในจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตที่จะได้ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งแล้ว พอจะประมวลสาเหตุ (ที่ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดี)ได้ ดังนี้
1.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะถือว่าธุระไม่ใช่ เราไม่เลือกก็มีคนอื่นเลือกแล้ว ขี้เกียจ
2.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะไม่มีผู้สมัครคนใดดีพอ (ยกเว้นตัวฉันเอง) เลยไม่รู้จะเลือกใคร
3.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะไปทำมาหากินนอกพื้นที่เป็นเวลานานมาแล้วแต่ยังไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน
4.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะมีกิจธุระส่วนตัว
5.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเสียชีวิตไปนานแล้วแต่นายทะเบียนไม่ได้จำหน่ายชื่อออกจากบัญชีผู้มีสิทธิ์
6.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเบื่อการเมือง
7.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือหัวคะแนนไม่มาหา
8.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเงินไม่มาข้าไม่ไป
นี่คือคำพูดจากคนที่ไว้วางใจข้าพเจ้าและสามารถเปิดเผยความในใจให้ข้าพเจ้าฟังได้เสมือนเล่าให้ลูกหลานรับฟัง ซึ่งหลายครั้งข้าพเจ้าก็พยายามจะอธิบายเพื่อทำความเข้าใจในฐานะที่เป็นลูกหลานที่เขาไว้วางใจและในฐานะครูคนหนึ่งที่พอจะช่วยยกระดับวิญญาณของประชาชนได้บ้าง
ข้าพเจ้านำคำตอบเหล่านั้นมาวิเคราะห์ พิจารณาไตร่ตรองตามความรู้สึกส่วนตัวองข้าพเจ้าเองด้วยความเชื่อมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขพอจะหาหนทางแก้ไข เยียวยาให้การดำเนินการเลือกตั้งต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีคุณภาพได้ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะถือว่าธุระไม่ใช่ เราไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกก็มีคนอื่นเลือกแล้ว ขี้เกียจ คนพวกนี้ไม่พยายามจะปฏิบัติหน้าที่แต่มักจะพยายามจะเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ น่าจะหาทางออกโดยการตัดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเช่นสวัสดิการการรักษาพยาบาล หรือสิทธิ์ในการรับบริการทางการศึกษาของบุตร หลานเพราะหน้าที่(การไปเลือกตั้ง)ไม่ทำ สิทธิอยากรับหรือเพิ่มโทษในกรณีได้รับโทษทางกฎหมายหรือมีโทษที่สูงกว่าการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
2.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะไม่มีผู้สมัครคนใดดีพอ (ยกเว้นตัวฉันเอง) ถึงแม้ไม่มีคนที่ดี(เพราะพิจารณาตัวบุคคล)ก็น่าจะดูจากนโยบายเพราะทุกคนได้เสนอนโยบายต่อสาธารณะ
3.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะไปทำมาหากินนอกพื้นที่เป็นเวลานานมาแล้วแต่ยังไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน ในส่วนนี้นายจ้างที่รับคนเข้าทำงานน่าจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการให้ลูกจ้างย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในพื้นที่ซึ่งในส่วนนี้ก็มีกฎหมายกำหนดรายละเอียดอยู่แล้ว
4.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะมีกิจธุระส่วนตัว หากจะสำนึกในหน้าที่ของตนน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ไม่ยาก
5.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเสียชีวิตไปนานแล้วแต่นายทะเบียนไม่ได้จำหน่ายชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ อันนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความบกพร่องของนายทะเบียนซึ่งในความเป็นจริงแล้วสามารถจะเชื่อมโยงข้อมูลได้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนนี้ข้าพเจ้าได้เคยเสนอแนะให้กับการเลือกตั้งในอำเภอหัวไทรโดยมอบความไว้วางใจให้กับผู้ใหญ่บ้านให้สำรวจ(เพื่อความแน่นอน)แล้วนำสำเนามรณบัตรจากญาตไปแสดงต่อนายทะเบียน ปรากฏว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์ลดลงแต่ร้อยละของผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ
6.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเบื่อการเมือง อันนี้น่าจะมาจากนักรับการเลือกตั้ง ท่านจะทำอย่างไรไม่ให้เจ้าของสิทธิรู้สึกว่าน่าเบื่อเมื่อท่านได้รับการเลือกตั้ง
7.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือหัวคะแนนไม่มาหา ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องไปพบเป็นการเฉพาะราย ในเมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมัครใจที่จะเข้าไปรับใช้ประชาชนแล้วทำไมจะต้องให้เขาต้องวิ่งหาเสียงสนับสนุน หากประชาชนคนใดต้องการให้ผู้สมัครผู้ใดเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของส่วนรวมและคิดว่าเขาสามารถจะดูแลได้เป็นอย่างดีก็น่าจะสนับสนุน ไม่ต้องให้ผู้สมัครต้องใช้เวลาและความพยายามที่จะไปพบผู้ใช้สิทธิ์ ขอเถอะ น่าจะให้ผู้สมัครมีเวลาพอที่จะวางแผนพัฒนาท้องถิ่นหรือบ้านเมืองเถอะ
8.ไม่ไปใช้สิทธิ์เพราะเงินไม่มาข้าไม่ไป ท่านจะสนับสนุนให้นักเลือกตั้งเป็นนักลงทุนหรือ ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าหากผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องลงทุน เขาก็คงต้องขอทุนคืนพร้อมด้วยกำไรบางส่วน ส่วนเหล่านี้มาจากไหนละครับ
หากท่านมีความรู้สึกว่าท่านเป็นคนไทย รักประเทศไทย ขอเถอะ ลองอ่านความคิดเห็นนี้ด้วยวิจารณญาณ ส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับท่านขอได้โปรดเถอะ หากเห็นด้วย ขอความกรุณาได้แก้ไข ปรับปรุงเพื่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของพวกเรา อย่าให้ประเทศไทยต้องย่อยยับไปกว่านี้อีกเลยครับ.....ขอร้อง
จาจารย์ครับ การเมืองท้องถิ่นเล่นกันหนักครับ
บ้านผมเกาะหมากปากพะยูน
สองปี นายก อบต. ถูกยิงตายสามคน
เลือกตั้ง ผญ.กว่ากันว่าออกเป็นแสน
สมัยก่อนเรามีศักดิ์ศรีในการเลือกตั้ง ไม่รับตังค์ใคร
ขนาดที่หน้าบ้านขึ้ยป้ายไว้ว่า "พรรคเอินอย่ามาฮวน เสียงให้โลกชวนไปแล้ว"
ปัจจุบัน มีค่านิยมใหม่สำหรับชาวบ้านว่า
"สามร้อยไม่ใส่
ห้าร้อย พิจจารณา
หนึ่งพัน ตัดสินใจ ใส่ให้
สองพัน โกรธกันมาหลายปี ก็ใส่ให้ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ท่านผู้เฒ่าค่ะ เห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งค่ะ แต่หากว่าเราไม่ช่วยกันสร้างสรรค์ความถูกต้องไว้บ้าง บ้านเมืองก็คงแย่ไปกว่านี้นะคะ ถ้าหากว่าเราทำดี ก็ดีเลยค่ะ (ไม่ค้องได้ดี)