การเรียนรู้แบบชี้นำตนเอง กำหนดจุดมุ่งหมาย เลือกวิธีการเรียนจนถึงการประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้

   อะไรคือ SDL : Self directed learning..สมัยฉันเป็น นักศึกษาหรือแม้แต่ตอนเป็นอาจารย์ใหม่ๆ  SDL ในตารางสอน คือชั่วโมงว่างตามอัธยาศัย..(บางครั้งจึงไป SDL ที่กาดสวนแก้ว )  มาได้รู้จัก SDL จริงๆจังๆ ตอนที่เรียน APHN diploma ในส่วน Practicum assignment ซึ่งการเรียน "วิธีเีรียน" นี้อาจนำไปสู่การปรับปรุง Clinical elective สำหรับนักศึกษาและแพทย์ประจำบ้านได้  

อาจารย์วุทธิศักดิ์ โภชนุกุล ได้สรุปความหมายของการเรียนรู้แบบชี้นำตนเองว่า เป็นกระบวนการที่บุคคลคิดริเริ่มเอง ในการวินิจฉัยความต้องการในการเรียนรู้  กำหนดจุดมุ่งหมาย เลือกวิธีการเรียนจนถึงการประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้  ทั้งนี้โดยได้รับหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ตาม
และได้สรุปรูปแบบ SDL ของ Griffin ซึ่งมี 5 รูปแบบ คือ

  1. รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้สัญญาการเรียนรู้ (learning contract) 
  2. รูปแบบการใช้โครงการเรียนรู้ (learning project)  
  3. รูปแบบการใช้บทเรียนสำเร็จรูป (individualized program instruction) 
  4. รูปแบบที่ไม่ใช่การจัดการเรียนการสอนทั่วไป (non-traditional institutional) เช่น การศึกษาที่จัดขึ้นสำหรับบุคคลภายนอกให้ได้รัยประกาศนียบัตร
  5. รูปแบบการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต (experiential learning)

อ่านบทความดีๆ ของอาจารย์เพิ่มเติมได้ที่นี่คะ http://www.pochanukul.com/?p=40

สำหรับหลักสูตร Palliative care ของ Flinders เป็นแบบที่ 1 คือผู้เรียนส่ง Learning contract  ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา ใน Learning contract นั้น ประกอบด้วย
- หัวข้อที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเอง ซึ่งควรมีความจำเพาะพอสมควร เช่น ฉันเลือก" Undergraduate Palliative education" เพื่อนบางคนเลือก " Nausea vomiting in non cancer patient" 
- วิธีการเรียน  จะไปทำ Practicum ที่ไหน ใครจะเป็น Practicum advisor และกิจกรรมที่คาดว่าจะได้ทำมีอะไรบ้าง
  เช่นฉันเลือกไปที่ UCSF โดยมี อาจารย์ Pantilat เป็น advisor  กิจกรรมได้แก่การร่วมราวน์ผู้ป่วย Palliative ร่วมกับนักศึกษาแพทย์ , การร่วมกิจกรรม Journal club เป็นต้น  
- วิธีการประเมิน  ในส่วนนี้ เป็น "กึ่ง" instruction เพราะทาง Flinders กำหนดงานให้ ได้แก่
   1) Progression log A : เป็นเหมือนเขียน diary บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นและความคิดที่เกิดขึ้นในขณะที่ Practicum  ไม่มีคะแนนแต่ต้องส่งถึงอาจารย์ที่ปรึกษา
  2) Progression log B : คือร่างของ Mini project ซึ่งเป็นโครงการวิจัยเล็กๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้ที่ได้จาก Practicum ส่วนนี้ก็ไม่มีคะแนนเช่นกัน แต่อาจารย์ที่ปรึกษาจะ Feedback และให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์  ฉันเลือกทำงานวิจัยเล็กๆ เกี่ยวกับ Experiential learning ของ Family meeting for end of life discussion ร่วมกับแพทย์ประจำบ้าน..ซึ่งได้รับ comment "แดงพรึบ" จาก Dr.Meera ซึ่งน่าชื่นชมกับความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของท่าน 
  3) Practicum paper : คือ Mini project Progression log B  ที่ผ่านการแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ส่วนนี้มีคะแนนให้
  4) Reflective paper : เป็นการทบทวนอย่างพินิจพิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้ของเราเอง  รูปแบบการเขียนเคยกล่าวไว้แล้วที่นี่คะ อาจพออนุโลมได้ว่าเป็นการเอา Progression log A มาจัดให้เข้าที่เข้าทาง แล้วแนบหลักฐาน ( เช่น powerpint ที่เรานำเสนอใน journal club ) ไปด้วย

    ดูแล้วงงๆ ไหมคะ ไม่แปลกหากท่านรู้สึกเช่นนั้น นักศึกษาหลายคน..ฉันเองก็หนึ่งในนั้น ก็มีปัญหาไม่เข้าใจ assignment  ยังดีที่มี Email และ Web ของมหาวิทยาลัยเป็นเวทีสื่อสารถึงกัน
   
    Self directed learning เป็นวิธีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ไม่ควรจบภายในชั่วโมงใดชั่วโมงหนึ่ง การกำหนด SDL ในตารางสอนนั้นไม่ยาก แต่จะทำอย่างไรให้บัณฑิตเห็นคุณค่าและ SDL ได้จริงๆ