เรื่องเล่าของบันทึกนี้มาจากไดอารี่เล่มเก่า เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา  จากการอ่านทบทวนดูแล้วนับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ"วินัยในตนเอง" อ่านจบแล้วย้อนอดีตหากพูดเข้าข้างตนเอง  น่าจะขอขอบคุณรางรถไฟเป็นอย่างมาก 

              การคบหาของหนุ่มสาวในสมัยก่อน  การที่คนสองคนจะมีโอกาสพบและพูดคุยกัน  รวมทั้งการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันนั้นมีน้อยมาก  เพราะเป็นการติดต่อด้วยภาษาหนังสือผ่านจดหมายเป็นส่วนใหญ่   กว่าจะรู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่ายนั้นต้องใช้เวลานานพอสมควร

            ขอย้อนอดีตว่า  วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ตอนบ่าย ๆ ฉันนัดพบกับเพื่อนชายของฉันว่าจะไปดูหนังสักเรื่องหนึ่งและเดินห้างอีกด้วย   เพราะฉันทำงานบริษัทเอกชนจะมีวันหยุดทำงานสัปดาห์ละ ๑ วันคือวันอาทิตย์เท่านั้น 

            ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน  เพื่อนชายของฉันคงรู้สึกเบื่อหน่ายและรับฉันไม่ได้อยู่เงียบ ๆ หลายอย่างและเขาก็คงหมดความอดทนที่จะปรับตัวเองให้มายอมรับความเป็นตัวตนของฉันได้   แม้ว่าเราแต่ละคนมีการศึกษาทัดเทียมกัน  แต่มีความแตกต่างกันเรื่องพื้นฐานทางครอบครัวและการอบรมเลี้ยงดู 

            วันนัดพบเขาได้ไปรับฉันที่บ้านลาดพร้าว ๗๑  ฉันชอบนั่งรถเมล์มากกว่าแท็กซี่เพราะพ่อฉันสอนไว้ เรานัดกับเพื่อนหญิงของฉันอีกคนหนึ่งที่สามเสน  เมื่อลงจากรถเมล์เขาจะข้ามถนน  แต่ฉันบอกเขาว่า "น่าจะไปข้ามทางม้าลายนะคุณ"  แต่เขาบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอกไม่มีรถและไม่มีจราจรมาเห็นหรอกน่า" ฉันปล่อยให้เขาข้ามไปคนเดียวแต่ฉันเดินไปข้ามทางม้าลาย  นับเป็นชนวนความร้าวฉานอย่างเงียบ ๆ ที่ก่อตัวขึ้น

           ความร้าวฉานได้เพิ่มความรุนแรงจนถึงขีดแตกหักก็คือ  เขาจะพาฉันข้ามทางรถไฟที่ไม่ใช่ทางข้ามทั้ง ๆ ที่มองเห็นทางข้ามอยู่ไม่ไกลนัก  แม้ว่าฉันจะเตือนแล้วแต่เขายังทำท่าดื้อดึงเหมือนเดิม  มิหนำซ้ำยังพูดว่า "ใคร ๆ เขาก็เอาง่าย ๆไว้ก่อนสบายดีด้วย"  ฉันจึงบอกเขาไปว่า "เราเป็นผู้มีวัฒนธรรมไม่ใช่หรือ" แล้วเราก็ไม่ต้องไปดูหนังและไม่ต้องไปเดินห้าง  เพราะถกเถียงกันเรื่องการรักษาวัฒนธรรมกับการรักษาวินัย 

          ก่อนจากกัน..เขามองหน้าฉันอย่างมั่นใจแกมปวดร้าวนิด ๆ และพูดเบา ๆ ว่า "เราควรเลิกคบกันนะ เวลา ๓ ปีคงไม่มีเยื่อใย เพราะผมเป็นคนไม่มีวัฒนธรรม" ความเสียใจคงมีบ้างเล็กน้อย ไม่ถึงกับฟูมฟาย เพราะเรายังไม่ถึงขั้นคนรักกัน  เพียงแต่เป็นคนที่มีความรู้สึกพิเศษต่อกันเท่านั้น 

        ขอขอบคุณสมุดบันทึกเล่มเก่า  และขอขอบคุณพ่อแม่ที่ฝึกให้เป็นผู้จดบันทึกมาตั้งแต่เล็ก ๆ หรือจะขอบคุณรางรถไฟดี อ่านจบแล้วโปรดหัวเราะดัง ๆนะคะ

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/837/23837/images/night_train_to_1.jpg