ต้นน้ำริมเกิดจากป่าบริเวณเทือกเขา ที่เรียกว่า ดอยวาว ดอยติ้ว ประมาณพื้นที่มีป่าธรรมชาติและป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ 4,282 ไร่ พื้นที่ป่าชุมชน 1,500 ไร่ และพื้นที่่ป่าเสือมโทรม 29,901 ไร่ อยู่ในพื้นที่ เขต อ.ท่าวังผา จ.น่าน
เครือข่ายลุ่มน้ำริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ก่อตั้งขึ้น เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการดำรงชีวิต และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบริเวณป่าต้นน้ำ ให้คงอยู่สืบไป ภายใต้แนวทางพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามวิถีพอเพียง แบ่งปัน คน น้ำ ป่า
ต้นน้ำริมและน้ำริม เป็นแหล่งน้ำหลักสำคัญที่สุดของชาวบ้าน ได้อาศัยน้ำริมทำการเกษตร ปลูก หอม กระหล่ำปลี ผักกาดเขียวปลี พริก ถั่วผักยาว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง มันแกว แตงกวาว ยาสูบและข้าวโพด หมุนเวียนไปตลอดปี ในพื้นที่ 4 ตำบลที่ชาวบ้านเี่กี่ยวข้อง คือ ต.แสนทอง จำนวน 8 หมู่บ้าน ต.ริม จำนวน 6 หมู่บ้าน ต.ผาตอ จำนวน 2 หมู่บ้าน และ ต.ป่าคา จำนวน 1 หมู่่บ้าน ทั้งหมดอยู่ในเขต อ.ท่าวังผา จ.น่าน
ระหว่างปี พ.ศ.2535 - 2536 นายมานิตย์ ลำคำ ( กำนัน ระหว่าง พ.ศ.2526-2538 ) และคณะ พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อม ด้านป่าไม้ และปัญหาการใช้น้ำ ที่ สภาตำบลแสนทอง ( 8 หมู่บ้าน ) สามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง
ระหว่างปี พ.ศ.2537 - 2539 พี่น้องม้งบ้านดอยติ้ว ( บางคน บางครอบครัว ) ขยายพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ และ อดีตนายฝายน้ำริม ที่อาศัยอยู่พื้นราบนำวัวไปในเขตต้นน้ำ ทำให้น้ำสกปรก กลุ่มผู้ใช้น้ำรวมตัวกันให้กลุ่มดังกล่าวไม่ลุกแนวเขตต้นน้ำ
เมื่อสภาตำบลแสนทอง ยกฐานะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลแสนทอง ( 2538 - ปัจจุบัน ) นายสุรศักดิ์ ขันแปง ดำรงตำแหน่งกำนัน สานต่อเรื่องเดิมโดยเชิญตัวแทนหมู่่บ้านที่ขัดแย้งมาพูดคุย แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และ ประสานหน่วยราชการ หน่วยจัดการต้นน้ำแหน ร่วมให้คำปรึกษา จนได้แนวทางปฏิบัติที่ทุกหมู่บ้านเห็นพ้องต้องกัน
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2544 องค์การบริหารส่วนตำบลแสนทอง เป้นเจ้าภาพเชิญตัวแทนจากหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องลุ่มน้ำริม จาก 4 ตำบล 17 หมู่บ้าน และเชิญหน่วยราชการให้คำปรึกษา เช่น หน่วยจัดการต้นน้ำแหน ป่าไม้อำเภอ เจ้าหน้าสถานีอนามัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการจัดประชาคมได้คณะกรรมการเครือข่าย จำนวน 20 คน และที่ประชุมวันนั้นได้เลือกให้ นายทร ปินไชย เป็นประธานเครือข่ายลุ่มน้ำริม เท่าที่ได้ติดตามนับจากที่การก่อตั้งจวบจนปัจจุบัน เครือข่ายลุ่มน้ำริม สามารถนำแนวทางจากการประชุมไปร่วมกันแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ และใช้น้ำตามวิถีพอเพียง แบ่งปัน คน น้ำ ป่า โดยสามารถทำงานร่วมกับหน่วยราชการหลายภาคส่วนอย่างใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล.