วิปัสนากรรมฐาน ถ้าไม่ทำเพื่อตัวเอง ก็ขอให้ทำเพื่อคนที่ท่านรักทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่จากไปแล้ว พวกเค้าจะเป็นคนดีขึ้นอย่างแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น

       ตลอดชีวิต 40 กว่าปีที่ผ่านมา  ผมมองว่า...สำหรับฆราวาสแล้ว วิปัสนากรรมฐาน เป็นเรื่องของคนที่คิดด้วยตัวเองยังไม่เป็นจึงต้องพึ่งพระ...แต่วันนี้..วันที่ซึ่งตัวผมเองที่เคยคิดว่าตัวเองแน่...ก็ต้องเข้าสู่มุมอับ...หนีปัญหาไม่ออก  เพราะคนที่รักที่สุด คือ ลูก ไม่ยอมเชื่อฟัง ติดเกมส์ Online อย่างเอาเป็นเอาตาย ตื่นเช้ามาก็เล่นๆๆๆ จนถึงค่ำมืด... ด้วยความรู้...ด้วยความคิดที่ว่าเป็นระบบดีจนสามารถช่วยผมให้รอดพ้นจากปัญหามาสารพัดปัญหาตลอด 40 ปี  แต่คราวนี้ผมไม่สามารถควบคุมความเครียดของตัวเองได้ หาทางออกไม่เจอ

       ผมเริ่มเข้าวัดด้วยการไปปฏิบัติ วิปัสนากรรมฐาน ที่สวนอัมพวัน จ.ขอนแก่น 6 วันเต็ม (4-9 พ.ค.2549)  ผมไม่แน่ใจว่าผมได้อะไรบ้าง... ผมได้มาปฏิบัติต่ออีกที่วัดข้างบ้านผมเอง (ที่แต่ก่อนผมไม่เคยแม้แต่จะเดินผ่าน...นี่แหล่หนาที่โบราณเค้าว่า บ้านใกล้ท่าไม่มีน้ำกิน) ผ่านมาเกือบ 1 เดือนหลังการปฏิบัติ ผมตอบได้เลยว่าสิ่งที่ผมได้ คือ ผมได้แนวทาง สงบจิตใจ เป็นวิธีการพักผ่อนทางจิตที่ดีกว่าวิธีอื่นๆ ที่ผมเคยใช้  ผมรู้ตัวว่า ผมดีขึ้น  ผมไม่รู้สึกอยากดิ่มเหล้า-เบียร์ ที่ผมเคยชอบดื่มเสมอที่มีโอกาส (แม้จะไม่ได้ดิ่มมากมายแต่มันก็ทำให้เราเปลี่ยนเป็นคนที่คุยมากขึ้น..จนเสียคนในบางครั้ง)  ผมไม่วู่วาม...แม้จะรู้สึกโกรธ (คือรู้จักอดทนกับความโกรธนั้น) ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า...ใช่ผลจากการทำ วิปัสนากรรมฐาน มั๊ย?  ผมเห็นว่า น่าจะเกิดจากการทำ วิปัสนากรรมฐาน  ช่วยให้เรามีสติ  แม้จะเกิดสติเพียงแว๊บหนึ่ง..มันยังช่วยให้สมองสามารถเรียบเรียงความรู้เก่าที่เคยมีเอาออกมาใช้ได้... แล้วถ้าเราปฏิบัติเพื่อให้เกิดสติได้ตลอดเวลา  อะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเรา  คิดแล้วก็ให้รู้สึกตื่นเต้นที่จะปฏิบัติทุกๆวัน  ผมเชื่อเหลือเกินว่านี่คือทางออกของปัญหาหลายๆ อย่างในชีวิต  "ถ้าผมดี  คนรอบๆ ข้างก็จะดีตาม..."

        ขอขอบคุณพี่เล็ก (ชัญญาภัค วงศ์บา) มากๆ ที่ช่วยต่อเติมบุญในครั้งนี้ให้กับผมและทั้งกับครอบครัวผมด้วย  การทำ วิปัสนากรรมฐาน ในตอนเริ่มต้นนี้ก็หนักหนาเอาการอยู่ มีความทรมารกายอยู่พอสมควร  แขน มือ ขา เท้า มันหนักอึ้งไปหมด น้ำหนักมันกดทับไปที่ก้นของเรา ปวดขา ปวดก้นมากๆ แต่ต้องฝึกๆๆๆ ให้ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้  เพราะเรามีเป้าหมายคือความสุข ความเป็นคนดีของคนที่เรารัก  เวลานั่งสมาธิ จิตมันคิดถึงความเป็นไปของทุกๆคนที่เรารัก เริ่มตั้งแต่คนใกล้ตัว ลูก เมีย พ่อแม่ พี่น้อง เรื่อยๆไป จิตมันคิดอยู่อย่างนั้นห้ามไม่ให้คิดก็ไม่อยู่ แต่สุดท้ายเราก็ได้แผ่เมตตาให้แก่ทุกๆคน ทั้งที่อยู่ในห้วงความคิดของเรา และทุกๆคน ทุกๆ ชีวิต  ด้วยการคิดที่ดีๆ อย่างนี้นี่เองที่ทำให้เรามีความสุขกับตัวของเราได้