หลายคนคงเคยดูรายการ "Dogfight" ทางสถานีโทรทัศน์ ไทย พี บี เอส ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ทางอากาศยานในสมัยสงครามโลก หรือบางตอนเป็นสงครามในเวียดนาม รายการนี้ดูตอนแรกๆ เนื้อหามันดึงความสนใจของผม มันดูไม่น่าเบื่อ คล้ายๆ ดูหนังประวัติศาสตร์สงคราม แต่พอดูๆไป ผมแวบคิดขึ้นมาว่ากระบวนการกว่าจะได้มาซึ่งสารคดีนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ
ผมตีความเอาเองว่า เป้าหมายของการผลิตสารคดีชุดนี้เพื่ออะไร?
ผมตอบตัวเองไปว่า...
เพื่อเป็นการทบทวนปฏิบัติการที่ถือว่าเป็น best practice แล้วสร้างออกมาเป็นรูปแบบจำลองสถานการณ์คล้ายเหตุการณ์จริง โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย
เพื่อใช้ในการเรียน - การสอนให้แก่นักบินรุ่นใหม่ในกองทัพ
เพื่อประเทืองความรู้ให้บุคคลทั่วไปที่สนใจในด้านนี้ ซึ่งเป้าหมายอันนี้น่าจะมาท้ายๆ
สิ่งที่ผมเห็นจากสารคดี...มีอะไรบ้าง?
เรื่องเล่า - ซึ่งได้จากการให้นักบินตัวจริงที่ประสบกับสถานการณ์ในขณะนั้น มาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เขาต้องทำอย่างไร? เขาต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร? เขากำลังทำภารกิจอะไร? เขาต้องต่อสู้กับเครื่องบินรบฝ่ายตรงข้ามอย่างไร? เขาบินอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเป้าบินของคู่ต่อสู้? เวลาตกอยู่สถานะการณ์เป็นรอง เข้าต้องบินอย่างไรแล้วไม่โดนยิง? เขาเจอกับปัญหาในขณะนั้นอะไรบ้าง และแก้ไขสถานการณ์อย่างไร? เหล่านี้เยอะมากมาเป็นข้อมูลประกอบที่สำคัญ โดยเรื่องเล่าได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังจำลองสถานการณ์จริง สลับกับฉากนักบิน ซึ่งส่วนใหญ่อายุเกษียณกันหมดแล้วมาเล่าในบางฉากบางตอนสั้นๆ ซึ่งผมมองว่าส่วนนี้เป็นการสื่อความรู้ที่เป็นทักษะฝีมือ และหัวจิตหัวใจเฉพาะตัว เฉพาะบุคคล ที่ยากจะถ่ายทอดให้เข้าใจกันได้ง่ายๆ
ข้อมูลสมรรถนะของเครื่องบินรบแต่ละรุ่น - อันนี้ถือว่าเป็น explicit ที่สำคัญมาก ซึ่งเขาจะชี้ให้เห็นในบางช่วงสั้นๆ ว่า เครื่องบินของทั้งสองฝ่ายนั้น เป็นรุ่นอะไร มีสมรรถนะขีดความสามารถเด่นๆอะไรบ้าง? มีอาวุธสำคัญอะไรบ้าง? ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ เช่น วงเลี้ยว กำลัง อาวุธ น้ำหนัก เป็นต้น ยกมาอธิบายประกอบเหตุการณ์
หนังจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง - ซึ่งทำได้เนียนมาก เข้าใจว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในยุคนี้สามารถช่วยได้เยอะเลย
ซึ่งทั้งหมดได้ทำออกมาเป็นสารคดีที่น่าสนใจจริงๆครับ
ท่านใดที่สนใจ และยังไม่เคยดู ลองเข้าไปดูที่นี่นะครับ
ผมก็ชอบสารคดีนี้เหมือนกัน ยิ่งได้ computer graphic เหมือนจริง ยิ่งทำให้เหมืออยู่ในเหตุการณ์
การดวลกันกลางอากาศนี่เกือบทำให้อเมริกาพลาดท่าในสงครามเวียดนาม เพราะดันไปเอาปืนกลอากาศออกจากเครื่องบินรบ จำไม่ได้ว่ารุ่นอะไร เพราะคิดว่า อาวุธปล่อยพวกจรวดมิซไซจะเข้ามาแทนที่ เลยโดน Mig ของเวียดนามเหนือไล่สอยด้วยปืนกล จนสุดท้ายต้องมารื้อฟื้นหลักสูตร Top Gun กันใหม่ ตอนนี้ก็มีอยู่ในสารคดีเหมือนกัน
ผมชอบรายการ Dogfight มากๆถึงไม่ใช่ภาพจริงยังไงผมก็ชอบ
การสู้กันในสงคราม ทำให้ผมรู้จักเครื่องบินมากขึ้น ตอนที่ผมชอบที่สุดคือตอนยามาโต้ เพราะอเมริกาส่งเรือลำเล็กๆมาสู้เรือใหญ่สนุกจริงๆ ตอนที่ชอบรองลงมาคือตอนเสืออากาศรุ่นสุดท้ายเพราะมันมันมากผมจริงชอบ ถึงเเม้จะใกล้จบเเล้วเเต่จะไม่ลืมเลยเพราะมันสนุกจริงๆ<จบ>
ชอบรายการนี้เหมือนกัน หนุกดีชอบๆๆ
รายการนี้ผมชอบมากเลยสนุกสุดๆ แต่อยากให้รายการนี้มีการแสดงมุมมองของฝ่ายข้าศึกบ้างหรือความสามารถประสบการณ์ของฝ่าย ญี่ปุ่น เวียดนาม ที่เป็นศัตรูน่ะครับเพราะได้ดูแต่มุมมองของฝ่ายที่ชนะสงครามอย่างเดียวอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายเขามีกลยุธยังไงความสามารถเขาดีแค่ไหนน่ะครับ
ขอตินิดนึงนะครับคือสารคดีชุดนี้ดูจะเบี่ยงเข้าข้างไปทางประเทศที่สร้างสารคดีชุดนี้หน่อย ชมแต่นักบินเสืออากาศฝ่ายตนดูเยอะนะครับ ในแผนยุธการ เท่น-ก๊อก(สวรรค์ชั้นหนึ่ง)นี้รู้สึกว่าจะไม่มีการพูดถึงความกล้าหาญของนักบินคามิกาเซ่เลยนะครับพูดแต่ความกล้าหาญของเสืออากาศฝ่ายสหรัฐอย่างเดียว แผนยุธการ โช(ชัยชนะ)ก็ดูเช่นกัน ผู้บังคับบัญชากองเรือนายคูริตะสั่งให้เรือยามาโต้ถอนออกจากการต่อสู้น่ะครับ ไม่รู้ทำไมเอาไปเปรียบเดวิดล้มโกไลแอทได้ทั้งๆที่ไม่ได้แปลว่ายอมหรือว่าน็อกซะหน่อยเรือยามาโต้ก็ยังไม่ได้รับความเสียหายเลยแถมกองเรือของคูริตาไม่ได้หมดสภาพต่อกองเรือแท็ฟฟี่ 3 สักหน่อย แต่ก็ถือว่าสารคดีนี้ยอดเยี่ยมนะครับ 4/5
(อยากให้มีการนำเสนอยุธการเด่นๆของฝ่ายข้าศึกครับไม่ใช่โชว์แต่ของตัวเอง) ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาเพื่อติรายการทีวีนะครับแต่อยากติทีมผู้สร้างหน่อย