ก็มีแต่คนที่ไม่ได้เต็มไปด้วยตัวเองเท่านั้น..ที่สามารถเพิ่มคนอื่นเข้าไปในชีวิตตัวได้..

...

ไม่รู้ว่า คุณๆเคยมีความรู้สึกอย่างนี้บ้างมั๊ยคะ..เวลาที่เราได้รู้จักใครซักคน  แล้วเราก็รู้สึกว่าการพูดคุยกับคนๆนั้นมันช่างได้รสชาติเสียนี่กระไร..และจากการที่ได้พูดคุยกับเค้าก็ทำให้เรารู้ว่า..คนคนนี้ช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ..และสิ่งที่ตามมาก็คือ สนใจใคร่รู้ว่า..ในมุมมองบางอย่างของชีวิต..เค้ามีมุมมองต่อมันอย่างไร...

 

..และผู้เขียนก็ได้พบเค้าแล้วค่ะ..และก็มั่นใจด้วยว่า..นอกจากเค้าจะเป็นคนที่มีความคิดที่ปราดเปรื่องแล้ว.บุคลิกภาพของเค้ายังดูอบอุ่นด้วยสิคะ..

 

วันนี้พามาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ..เค้าชื่อว่า..เจค็อบ..เป็นคนทำขนมปังค่ะ.. 

เจค็อบ เป็นชายสูงอายุที่มีปัญญาอันปราดเปรื่องมาก..เค้าเป็นคนที่สุขุม พูดน้อยและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย..สิ่งที่น่าทึ่งของเค้าคือ..ทุกคำถามของผู้คน มีคำตอบเสมอ..

...................

มีคำถามนึงของพ่อแม่..ที่มักจะกังวลกับความคราดหวังที่มีต่อลูกของตนเอง

พวกเค้าจึงถามเจค็อบว่า.."เจ้าลูกๆของเรา มันไม่ได้เติบโตขึ้นมาอย่างที่เราอยากให้มันเป็นเลย.."

เจค็อบตอบว่า...

 แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะเป็นห่วงว่าลูกๆของเราจะโตขึ้นมายังไงก็ตาม เราก็ต้องจำไว้ว่าการเพาะเมล็ดนั้นไม่ได้ให้ต้นไม้แก่เรา

ก็เหมือนชีวิตนั่นเอง..ลูกๆของท่านก็คือของขวัญสำหรับท่าน และก็มีแต่ความคาดหวังเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ท่านผิดหวังในของขวัญที่ท่านยังไม่ได้เปิดดูได้...

 

----------------------------

มีคำพูดนึงของเจค็อบที่พูดถึงคนกล่าวเท็จว่าโทษของเค้าควรจะมากกว่าพวกหัวขโมย โดยเหตุผลของเจค็อบคือ..

หัวขโมยอาจจะถูกบังคับให้เอาของที่ขโมยไปมาคืนได้ แต่เมื่อท่านพูดโกหก คนที่รายรอบท่านไม่อาจจะถูกบังคับให้นำสิ่งที่ได้ยินมาคืนได้ เหมือนกับที่เราไม่อาจนำสิ่งที่เราเห็นมาคืนได้ ฉันใดก็ฉันนั้น  ..ในเมล็ดพันธุ์แห่งการกล่าวเท็จ ก็คือป่าไม้แห่งความหลอกลวง ร่มเงาของมันแผ่คลุมไปถึงแม้กระทั่งผู้คนที่ไม่ได้ยินคำพูดอันไม่จริงนั้น..

------------------------------------

และวันนึง มีคนถามถึงความเหงาของเจค็อบ..ที่จากบ้านมาไกล เจค็อบตอบคนเหล่านั้นว่า..

คนที่อยู่คนเดียวกับตัวเอง ย่อมจะไม่ได้อยู่โดยปราศจากเพื่อน และคำถามที่คนมากมายถาม ก็คือคำถามของเขาที่มาหาเขาก่อนที่คนอื่นๆจะมาเคาะประตูบ้านมากมายนัก

---------------------------

และเมื่อมีคนถามถึงเรื่อง ชีวิตคู่..เจค็อบบอกว่า..

การตกหลุมรัก แตกต่างจากการร่อนลงบนความรักมากนัก มีพวกเราหลายคนที่มีชีวิตอยู่กับการแต่งงานกับความอ่อนแอของเราเอง และความหมายของการแต่งงานจริงๆนั้นก็เพราะว่า... ความสัมพันธ์ไม่ใช่วิถีทางที่จะให้เราแสดงความเข้มแข็ง มันคือเส้นทางสู่การค้นพบความสมดุลของเราต่างหาก

----------------------------------------------------

และเมื่อมีเศรษฐีแวะเข้ามาถามเรื่องชีวิตกับเจค็อบ เค้าถามว่า.."ทำไมแม้ว่าข้าจะรวย ข้าก็รู้สึกว่า ชีวิตข้าว่างเปล่า"

เจค็อบกล่าวว่า..คนบางคนไม่มีอะไรเพราะว่าพวกเค้ามีความกล้าที่จะยื่นมืออกไปเอื้อมความไม่มีมา..และเมื่อชายคนเดิมถามอีกว่า "แล้วเวลาคนอื่นมาขอความช่วยเหลือจากข้า เพราะข้ารวย ข้าควรจะพูดยังไง" เจค็อบตอบว่า.."ขอบคุณ "     "ทำไมข้าจึงต้องขอบคุณล่ะ เพราะพวกจนๆเหล่านั้นจะมาให้อะไรข้า.."

เจค็อบถามย้อนไปว่า..ท่านเคยพบใครที่ความสำเร็จของเขาไม่ใช่ภาระของเขาด้วยหรือไม่ การกุศลนั้นเป็นโอกาสให้ท่านได้ปลดเปลื้องภาระของท่านให้น้อยลง โดยวิธีนี้ การมีน้อยลงก็ทำให้ชีวิตท่านมีอะไรมากขึ้น..งคนโง่ คือคนที่รู้มากเกินกว่าที่จะเรียนรู้อะไรได้ ...คำพูดต่อไปของเจค็อบถูกใจผู้เขียนมาก..เค้าตอบว่า..ก็มีแต่คนที่ไม่ได้เต็มไปด้วยตัวเองเท่านั้น..ที่สามารถเพิ่มคนอื่นเข้าไปในชีวิตตัวได้..

--------------------------------

และเมื่อถึงเวลาที่เจค็อบคิดว่าเค้าควรจะเดินทางกลับไปสุ่ที่ที่เค้าจากมา..ในการร่ำลาจากเพื่อนของเค้า เค้าพูดขึ้นว่า..เพื่อน คือคนที่ยอมให้มีระยะห่างระหว่างกัน แต่ไม่เคยอยู่ไกลกัน ..

และเมื่อมีผู้คนถามว่า เมื่อเจค็อบจากไปแล้ว..ใครจะตอบคำถามพวกเขา..เจค็อบตอบว่า.."คนมีปัญญา..ย่อมไม่ถูกหลอกด้วยคำตอบ และคนโง่ก็ไม่ได้ฉลาดเพราะมีคำตอบหรอก..ความเข้มแข็งของเราก็ไม่ได้วัดที่คนที่เราสนับสนุนช่วยเหลือ แต่วัดที่การตระหนักรู้ว่า..เราต่างก็พึ่งพิงกัน..

-----------------------

ในทุกคำถามที่ผู้คนถามกับเจค็อบ..ผู้เขียนกระตือรือร้นที่จะฟังคำตอบของเค้าอย่างตั้งใจ..และก็ต้องทึ่งกับคำตอบที่ลึกซึ้งของเค้าทุกครั้ง..ชื่นชมกับมุมมองที่ชัดเจนของเค้าต่อปรากฏการณ์ต่างๆในชีวิตเหมือนกับว่า..เค้าได้พรวิเศษในการค้นพบความลับเหล่านั้นแต่ผู้เดียว..และเมื่ออ่านจนจบ...........มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่า..หลงรักและชื่นชมเค้าไปแล้ว..นี่ล่ะค่ะ..เสน่ห์ของเจค็อบ..

แปลกที่คนเรา..มากมายคำถามและแต่ละคำถามล้วนเป็นเรื่องของตนเอง..ผู้เขียนเกิดความสงสัยว่า..เรามักถามเรื่องของตนเองกับผู้อื่นเสมือนว่า..เรื่องราวเหล่านั้น..ไม่ใช่เรื่องของตนเอง..ทั้งๆที่คนที่ควรจะตอบได้ดีที่สุดนั่นคือ ตัวเราเองต่างหากที่จะต้องชัดเจนกับตนเอง..

เพราะจริงๆแล้ว..เจค็อบไม่ได้วิเศษไปจากคนปกติเลย..ถ้าเค้าไม่เป็นคนที่ใช้เวลาใคร่ครวญกับชีวิตไปในขณะทำอาชีพของเค้านั่นคือการทำขนมปัง ..ทุกคำถามของผู้คนคือคำถามที่เค้าครุ่นคิดมาเนิ่นนานและลุ่มลึกกับมันมากพอ..

...และนี่คือ..เหตุผลทั้งหมดที่ผู้เขียนชื่นชมในตัวของเจค็อบ..และหวังว่า..คนทุกคนจะเป็นเจค็อบได้..เพียงแค่หันกลับเข้ามามองภายในใจของเราเอง....

----------------------------------------------------------

ขอขอบคุณถ้อยคำที่งดงาม เฉียบแหลม และแรงบันดาลใจของการค้นพบปัญญาจากภายในตนเอง...

โนอาร์ เบน ชี  : ผู้แต่ง : เจค็อบ คนทำขนมปัง และการเดินทางของเจค็อบ

ภาพ จาก เว็บไซต์ โฆษิต ดอท คอม

-------------------------------------------------------------