ทรัพยากรกับการจัดการทุนชุมชน
ทรัพยากรกับการจัดการทุนชุมชน
บทนำ
            ในการที่เราจะพัฒนาชุมชนให้ประสบความสำเร็จได้นั้น  จะต้องทำให้ชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน  จะต้องพัฒนาจากระดับรกฐาน  เพื่อความมั่นคงและในการพัฒนาชุมชนเพื่อที่จะให้ชุมชนกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น  เราจำเป็นต้องพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพย์ชุมชนเป็นฐาน  โดยเริ่มจากการมองว่า  มนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์อยู่ในตัวไม่อย่างใดอย่างหนึ่งและมีคุณค่าต่อผู้อื่นด้วย  ในชุมชนที่เข้มแข็งมีความตระหนักถึงคุณค่าของศักยภาพเหล่านั้น  จะสามารถนำศักยภาพและคุณค่าของสิ่งนั้นนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม  ในขณะที่ชุมชนอ่อนแอ  ไม่ตระหนักว่าคนในชุมชนมีคุณค่า  จึงสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาล  ดังนั้นความเข้มแข็งของชุมชนจะเกิดขึ้นได้ถ้ามีผู้คนจำนวนมากในชุมชนที่อุทิศตนเพื่อชุมชนเป็นสุข  การพัฒนาชุมชนที่อาศัยสินทรัพย์ของชุมชนเป็นรากฐานเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของชุมชนอย่างยั่งยืนและมีความหมาย  มาจากภายในชุมชนเองเสมอ  ผู้เชี่ยวชาญก็มิใช่ใครที่ไหน  หากแต่เป็นสมาชิกของที่นั้นร่วมกันจุดประกายขึ้นมา  โดยเน้นที่ขุมพลังและความสามารถของชุมชนมากกว่าปัญหาและความขาดแคลนของชุมชน  จะต้องมองโลกในแง่ดี  มองที่ตัวสมาชิกแต่ละคนว่ามีความสามารถและพรสวรรค์และใช้ความสามารถที่มีอย่างมีคุณค่า  แล้วสร้างสัมพันธภาพระหว่างความสามารถของแต่ละคน  สมคม  องค์กร  และเครือข่าย  ต้องเปลี่ยนความคิดแนวทางการพัฒนาชุมชนจากแบบดั้งเดิมที่คิดและทำจากบนลงลาง  ริเริ่มจากภายนอกสู่ภายใน  ใช้ความอ่อนแอเป็นฐาน  คิดว่าคนในใช้การไม่ได้ต้องพึงภายนอกให้เปลี่ยนแนวทางการพัฒนา  โดยคิดและทำจากล่างสู่บน  ใช้ความเข้มแข็งเป็นฐาน  คิดว่าคนในชุมชนมีสติปัญญา  ความสามารถ  งานสำเร็จโดยสมาชิกในชุมชน เราต้องเริ่มจากฐาน คือ สินทรัพย์ชุมชน  ขุมพลังชุมชนต้องมองอย่างจริงจังว่าคืออะไร  อยู่ที่ไหน  สำคัญอย่างไร  มีเท่าไหร่  จะเอามาใช้อย่างไร  เพราะในชุมชนจะมีทุนชุมชน  ซึ่งก็จะมีต้นทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางธรรมชาติ  ทุนทางสังคม  ทุนมนุษย์  ทุนสิ่งปลูกสร้าง  ทุนด้านการเมือง  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกร่วมกันเป็นทุนชุมชน  จะมีอยู่ในทุกชุมชนขึ้นอยู่กับว่าชุมชนนั้นๆ จะมองเห็นและค้นหาออกมามากน้อยแค่ไหน  ถ้าชุมชนไหนสามารถจัดการทุนชุมชนได้ก็สามารถนำพาชุมชนไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีความยั่งยืน
การจัดการทุนชุมชน
                คำว่าทุนชุมชน  เป็นคำที่ยืมคำว่า ทุน  มาจากเศรษฐศาสตร์  เพื่อบอกถึงสิ่งที่เป็นข้อมูลและคุณค่าที่นับเป็นเงินมิได้  แต่มีความหมายต่อชีวิตของผู้คนเป็นอย่างยิ่ง  หมายถึงทุนทรัพยากรรวมทั้งทรัพยากรที่ชุมชนก่อให้เกิดหรือผลิตขึ้น  เช่น  ปัจจัยสี่  รวมถึงเงินและสินทรัพย์อื่นๆ  ความรู้ภูมิปัญญา  ประสบการณ์ชีวิตของผู้คนทุนทางสังคมและวัฒนธรรม
                ทุนทางสังคม  หมายถึง  สถาบันความสัมพันธ์  กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคม  หรือระเบียบข้อบังคับความไว้ใจกัน  ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์ทางสังคม  โครงสร้างทางสังคมและสถาบันทางสังคมซึ่งช่วยให้สมาชิกบรรลุวัตถุประสงค์ของตนเองและของชุมชน  หรืออาจกล่าวสั้นๆ ทุนทางสังคม คือระเบียบกฎเกณฑ์  วิถีที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชน  เป็นเครือข่าย  เป็นสังคมที่ไว้ใจกันพึ่งพาอาศัย  ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  ด้วยวิธีการรูปแบบทั้งเก่าและประยุกต์สร้างสรรค์ใหม่
                ทุนทางวัฒนธรรม  หมายถึง  คุณค่า ค่านิยมของสังคมที่แสดงออกทางจารีตประเพณี -วิถีชุมชนที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงความรู้และภูมิหลังของบุคคลซึ่งมาจาก ตระกูล เผ่าพันธุ์ สถานภาพทางสังคม 
ทุนเฉพาะบุคคล  คือ  คุณสมบัติเฉพาะของบุคคล  เช่น  ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญาความสามารถเฉพาะตัวในการทำงาน  ความเป็นผู้นำ  เหล่านี้เป็นอะไรที่มักจะถ่ายทอดไปสู่คนอื่นโดยตรงไม่ได้  ถ้าหากถ่ายทอดเป็นรูปธรรมอาจเรียกว่า  ทุนทางปัญญา  หรือทุนความรู้  ซึ่งก่อให้เกิดผลงาน  สิ่งสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมต่างๆ กลายเป็นยี่ห้อ  กลายเป็นทุนวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ทุนทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอาจเรียกโดยรวมว่า  ทุนมนุษย์
การจัดการทุนชุมชน  คือจะต้องเรียนรู้ชุมชนไม่ว่าด้วยวิธีใด  ต้องช่วยให้ชาวบ้านได้ค้นพบตัวเองและทุน  ของท้องถิ่นได้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน  สิ่งแรกที่ค้นพบ  คือ  ทุนไม่ใช่แค่เงิน  แต่เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า  มากกว่า  ดีกว่า  และยั่งยืนกว่า  เป็นทุนทรัพยากรธรรมชาติ  พันธุ์ไม้  สมุนไพร  ความหลากหลายทางชีวภาพ  ทุ่งนา  ป่าเขา  แม่น้ำ  และสิ่งมีชีวิต แร่ธาตุต่างๆ ถ้ามีการสำรวจ  จะพบว่ามีมากมายมหาศาลในชุมชน  นอกจากนี้ยังมีทุนความรู้ภูมิปัญญาในการทำมาหากิน  การดูแลรักษาสุขภาพ  การผลิตเครื่องใช้  เครื่องประดับ  รวมไปถึงความรู้ภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกัน  แก้ปัญหาความขัดแย้ง  รวมไปถึงทุนทางสังคม  วัฒนธรรม  หากคนในชุมชนร่วมกันเรียนรู้ใหม่ๆ และจะสนุกกับการเรียนรู้เพราะไม่ใช่การไปค้นหาความรู้เก่าๆ ที่เรียกว่าเรียนรู้แบบรับ  แต่จะเป็นแบบรุกค้นหาสิ่งใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับกรอบเก่าๆ  ทำให้พบอะไรน่าตื่นเต้นมากมาย  เช่น  การนำเอาสมุนไพรในแต่ละท้องถิ่น  ชุมชน  ที่มีอยู่ในชุมชนนั้นๆ  เป็นทุนในชุมชน  มาจัดดารทุนนั้นๆให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์  เช่น  แชมพู  สบู่  ซึ่งชาวบ้านในชุมชนสามารถทำขึ้นใช้เองได้   และเหลือใช้ก็นำไปขาย  เป็นการอยู่แบบพอเพียงและพึ่งตนเองได้  เพราะเป็นผลมาจากชาวบ้านในชุมชน  รู้จักเรียนรู้ที่จะจัดการกับทุนในชุมชนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสม
กระบวนการจัดการทุนชุมชน
ดังจะเห็นได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศกว่า  60% ยังอาศัยอยู่ในชนบทและคนเหล่านี้ยังเผชิญกับปัญหาความยากจน  สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขาดพื้นฐานต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น  ขาดข้อมูลกระบวนการเรียนรู้  การจัดการปัญหาเรื่องทุนและการจัดการ  ปัญหาการตลาด  การสื่อสาร  การขาดทุนหมุนเวียนทำให้คนในชุมชนจำเป็นต้องหันหน้าเข้าหาแหล่งเงินกู้นอกระบบและในระบบ  เกิดวัฎจักรของการหมุนเงินจ่ายดอกไม่มีที่สิ้นสุด  การจะทำให้คนเหล่านี้หลุดจากวงจรของการเป็นหนี้จำเป็นต้องเริ่มจากการเรียนรู้จากตนเอง  แล้วค่อยขยายวงไปสู่ชุมชนในที่สุด  การเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือ  การเรียนรู้เรื่องรายได้รายจ่ายของตนเองและครอบครัว  เพราะบ้านเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม  ถ้าฐานรากนี้เข้าใจการจัดการทุนของตนเองแล้ว  ผลลัพธ์ที่ได้คือสังคมนั้น  จะมีบุคคลที่เข้าใจการบริหารเงินกองทุนของชุมชนอย่างถูกต้องและดอกผลที่ได้ก็จะหมุนสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง  ถ้าชุมชนไหนทำได้อย่างนี้ก็จะไม่เป็นหนี้มาก  จะต้องเริ่มจากการจัดการทุนจากระดับราก  ซึ่งจะขอยกตัวอย่างในการอธิบายกระบวนการจัดการทุนชุมชน  ดังนี้  ในเรื่อง  การเงินระดับรากหญ้า
 
 
 
 
 
 
การเปลี่ยนแปลงความคิด  มุมมองทางการเงินจะเป็นรากฐานรากของการพัฒนาธนาคารหมู่บ้านหรือการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ  ลดค่าใช้จ่าย  มีเงินออม  มีสวัสดิการ  มีทรัพย์สินชุมชน  เกิดการเรียนรู้  บริหารจัดการโดยคนในชุมชน  อาจได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากหน่วยงานที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารเงิน  สามารถทำให้คนในชุมชน  สามารถทำบัญชี  ตรวจสอบได้  มีความโปร่งใส  คนประกอบกิจการเป็น  ลงทุนด้วยเงินออม  ขยายการลงทุนโดยใช้เงินทุนเป็น  เป็นการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านจัดการทุนชุมชนร่วมกันโดยเริ่มจากฐานราก  ทุนจะขยายจากทุนที่เป็นเพียงตัวเงินเป็นทุนทางสังคม  เช่น  ทรัพยากรส่วนรวมของชุมชน  จะเห็นได้ว่าเป้าหมายการพัฒนาในระดับชุมชนคือ  การจัดการเงินทุนให้มีรายได้มากขึ้น  การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถนำทรัพยากรอันจำกัดมาบริหารเป็นทุนอย่างถูกต้องและยั่งยืน  เกิดวัฒนธรรมของการร่วมกันดูแล  จัดการ  การบริหารทุนของชุมชน  นำไปสู่ความพอเพียงและเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนนั้นๆ  ทำให้ชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง
สรุป
การพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จนั้น  ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างแต่พื้นฐานในการพัฒนาจะต้องเริ่มจากชุมชน  คนในชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการกันเอง  เพราะคนในชุมชนนั้นๆจรู้และเข้าใจถึงปัญหา  ความต้องการ  และทุนต่างๆ  ที่มีอยู่ภายในชุมชน  คนนอกเป็นเพียงผู้ช่วยส่งเสริมเท่านั้น  และรากฐานสำคัญที่จะนำชุมชนนั้นๆ  ให้ก้าวไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งได้นั้น  จะต้องเริ่มจากตัวคนในชุมชนก่อน  จะต้องเรียนรู้ว่าแต่ละคนในชุมชนมีคุณค่าที่ต่างกันไป  และทุกคนล้วนมีความสามารถมีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง  ในชุมชนนั้นๆก็มีทุนชุมชน  ไม่ว่าจะเป็น  ทุนมนุษย์  ทุนความรู้  ทุนทรัพยากร  ทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางสังคม  ทุนเงินตรา  ฯลฯ  ซึ่งชุมชนนั้นๆจะต้องค้นหาเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชนและฝ่ายต่างๆ  เพื่อที่จะบริหารจัดการทุนชุมชน  ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์  มีความเหมาะสมต่อสภาพความเป็นอยู่  วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นๆ  ในชุมชนที่มีกระบวนการจัดการทุนชุมชนได้เหมาะสม  ชุมชนนั้นๆก็จะกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง  สามารถพึ่งพาตนเองได้  เพราะเรียนรู้ที่จะจัดการทุนในชุมชนที่มีอยู่ในชุมชนมาสร้างเป็นงาน  อาชีพต่างๆ  และยังสามารถลดการพึ่งพาจากภายนอก  ทำให้ชุมชนอยู่ได้โดยต้องพึ่งพาภายนอก  ชุมชนก็จะกลายเป็นชุมชนที่ยั่งยืน