ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้

                เด็กหญิงดลฤดี บุญกาญจน์ หรือ น้องตุ๊กตา  เป็นเด็กน้อยคนหนึ่งในจำนวนเด็กหลาย ๆ คนที่ต้องประสบกับชะตากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ เด็กควรอยู่ในอ้อมกอดของแม่และดูดนมอย่างมีความสุขจากเต้านมของแม่ ซึ่งเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น แต่ชีวิตน้องตุ๊กตาหาเป็นเช่นนั้นไม่?  ทำไม ?  เกิดอะไรขึ้น ? 

        วันหนึ่งเวลาเกือบใกล้เที่ยง มีผู้หญิงวัยกลางคน อุ้มเด็กตัวเล็ก หน้าตาน่าเอ็นดู แววตาไร้เดียงสา รอบๆ ปากมีแผลผุพอง ท่าทางซึม ๆ ไม่เบิกบานเท่าที่ควร ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ  เดินเข้ามาหาดิฉัน  ในห้องทำงาน บอกความจำนงว่า ต้องการนมไว้เลี้ยงหลาน ยายเล่าให้ดิฉันฟังว่า ยายพาน้องตุ๊กตาซึ่งเป็นหลานมาเลี้ยงตั้งแต่อายุได้ประมาณ 1 เดือน ยายเล่าต่อว่าน้องตุ๊กตาเป็นลูกคนที่ 2 ของครอบครัว บุตรสาวซึ่งพ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่น้องตุ๊กตายังอยู่ในท้อง สาเหตุเนื่องจากปัญหาปากท้องของครอบครัว ทำให้มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด  พ่อของน้องตุ๊กตาติดยาเสพติด ไม่มีงานทำ แม่ทำงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง รายได้ไม่เพียงพอจุนเจือครอบครัว ในระหว่างตั้งท้องก็ไม่ได้ฝากท้องครบตามเกณฑ์และทำงานไปจนกระทั่งคลอด หลังคลอด ก็ยังคงทำงานและเลี้ยงน้องตุ๊กตาเป็นพร้อม ๆ กัน  ที่พักอาศัยเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ในสถานบันเทิงแห่งนั้น เต็มไปด้วยมลพิษต่าง ๆ เช่น บุหรี่ , เหล้า เสียงดัง , ยาเสพติด , ควันพิษต่าง ๆ ส่งผลให้น้องตุ๊กตาสุขภาพไม่ค่อยดี  มีตาเหลือง , ตัวเหลือง , ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนเด็ก  ในวัยเดียวกัน ยายรู้จากเพื่อนบ้านว่าหลานอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็สงสารจึงไปรับหลานมาเลี้ยงเอง

       ยายของน้องตุ๊กตาฐานะยากจน ทำงานรับจ้างในหมู่บ้าน ไม่มีเงินเก็บสะสม เมื่อรับหลานมาเลี้ยงก็มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จนในที่สุดก็ไม่มีเงินซื้อนมให้หลาน ยายหยิบยืมเงินทองเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ยืมแล้วไม่ได้ใช้คืน จนไม่มีใครให้ยืม เมื่อไม่มีเงินซื้อนมยายก็เลยต้มน้ำข้าวให้น้องตุ๊กตากินแทนนม นาน ๆ เข้าเริ่มสังเกตเห็นว่า  มีแผล พุพอง บริเวณรอบ ๆ ปาก น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น ยายจึงพามาหาหมอที่โรงพยาบาล และทีมงานได้ประสานงานส่งมาให้อยู่ในความดูแลของดิฉัน ดิฉันได้นำเรื่องนี้ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่านเลยมอบหมายให้ดิฉันดำเนินการช่วยเหลือโดยหาแหล่งทุนเพื่อช่วยเหลือน้องตุ๊กตา ดิฉันขอความช่วยเหลือจาก  หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน เพื่อขอนมให้เด็กได้ดื่มก่อน น้องนุชให้นมเด็กสูตร 2 มา 8 กล่อง ซึ่งคิดว่าน่าจะพอช่วยเหลือเด็กได้ระยะหนึ่ง  ดิฉันได้นำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลพะโต๊ะซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดกองทุนวันละบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในสังคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมทำบุญ สร้างกุศล เหมือนกับการก่อธนาคารบุญโดยผู้ให้ไม่เดือดร้อนแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

       ชคดีที่ดิฉันได้รู้จักกับน้องกันซึ่งทำงานอยู่ในมูลนิธิแห่งหนึ่งของอำเภอพะโต๊ะ ก็ได้ปรึกษาว่าเราจะช่วยเหลือเด็กคนนี้อย่างไรดี น้องกันรับปากว่าจะช่วยเหลือน้องตุ๊กตา ดิฉันกับน้องกันได้เข้าไปเยี่ยมบ้านของน้องตุ๊กตาอีกครั้ง  ดิฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า น้องตุ๊กตา เริ่มมีแววตาสดใส ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เจ็บออด ๆ แอด ๆ เหมือนเคย แค่เพียงระยะเวลาเพียง 3 เดือนน้ำหนักเพิ่มขึ้น ประมาณ 7 ขีด น้องตุ๊กตาเป็นเด็กไม่ขาดสารอาหารอีกแล้ว น้องตุ๊กตามีนมกินจนกระทั่งครบ 1 ปี แน่นอน ดิฉันหวังอย่างนั้น

       สังคมไทยเป็นสังคมที่โอบอ้อมอารี มีคนใจบุญร่วมกันเสียสละเงินวันละเล็ก วันละน้อยเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ใจดี ใส่ใจกับประชาชนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่น้องตุ๊กตา

                                                                                         ทีมเยี่ยมบ้าน