วันนี้เป็นวันที่ Osho จากโลกนี้ไปครบ 20 ปี ผมมีรูปมาให้ดูเป็นการบูชาครูครับ . . . . . . เป็นครูที่ผมไม่มีโอกาสได้พบ แต่ก็ได้นำเทคนิคคำสอนของท่านมาใช้ในชีิวิตประจำวันเรื่อยมานับตั้งแต่ได้รู้จักท่านผ่านหนังสือและเว๊ปไซด์
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอร่วมระลึกถึงคุณครู Osho ด้วยคนค่ะ
รับความรู้เกี่ยวกับ Osho ครับอาจารย์
ขอบคุณครับ ;)
สวัสดีค่ะอาจารย์
เทียนน้อยพึ่งได้หนังสือ ดีไซน์รัก (being in love)
ของท่าน Osho มาอ่านเมื่อวานนี้เองค่ะ ไปดูไว้หลายครั้งแต่ไม่ได้ซื้อสักที..
ขอบคุณมากค่ะ ^_^
สวัสดีครับทุกๆ ท่านที่เป็นคน "คอเดียวกัน" . . . หากท่านใดต้องการ e-book (pdf file) หนังสือชื่อ "The Heart Sutra" (ต้นฉบับภาษาอังกฤษ) ของ Osho . . . ติดต่อผมได้ทางอีเมล์นะครับ
อาจารย์ขา...หนูอ่านภาษาอังกฤษออกนะคะ แต่แปลไม่ค่อยออก
อยากอ่านค่ะ...ขอบคุณนะคะ ^_^
มีคนเคยถาม osho ว่า . . . จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ทำไปนี้ “ถูกหรือผิด” ท่านตอบว่า . . . ถ้าสิ่งที่ทำนี้เกิดขึ้นมาท่ามกลาง "การตื่นรู้ (Awareness)" นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าทำไปโดย "ไม่รู้เนื้อรู้ตัว" สำหรับท่านแล้วนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การจะบอกว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของการกระทำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าท่านทำ "อะไร" แต่มันขึ้นอยู่กับว่าท่านทำมัน "อย่างไร" ต่างหาก ไม่ใช่คำถาม “What” แต่เป็นคำถาม “How” คือทำอย่างไร ทำไปด้วยสติหรือไม่? ทำไปด้วยความรู้ตัว ตื่นรู้หรือไม่? หรือว่าทำไปๆ ไม่ต่างอะไรจากคนที่หลับแล้วเดินละเมอ . .
เรียน ดร.ประพนธ์ ที่เคารพ
สมศรี นวรัตน์ รพ.บ้านลาด จ. เพชรบุรี แวะมาทักทายท่านอาจารย์นะคะ ได้อ่านหนังสือเล่นนี้นิดหน่อย
ท่านโอโช(Osho)ได้รับการยอมรับในฐานะคุรุ หรือผู้นำการผสมผสานศาสตร์สมัยใหม่เข้ากับการฝึกสมาธิ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ภายในตัวผู้ปฏิบัติ โดยใช้วิธีการ "สมาธิภาวนาแบบตื่นตัว" ตลอดจนแนวคิดที่ปฏิเสธความเคร่งครัดและกดทับสัญชาตญาณ ซึ่งขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วกับความเชื่อของลัทธิศาสนาทั่วไป แต่ก็ได้รับความนิยมศรัทธาจากผู้คนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะชาวตะวันตก ขณะที่ท่าน "ว.วชิรเมธี" กล่าวถึง "โอโช" ว่า เป็นผู้หยั่งเห็นสัจธรรมในความหมายที่ลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่ง เป็นมากกว่านักปรัชญา คุรุ หรือ นักคิดสุดอันตรายอย่างที่ใครต่อใครเรียกขาน หากจะขนานนามเขาให้เหมาะสมแล้ว โอโช ควรเป็น "ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" คนหนึ่งของศตวรรษที่ 20 นี้ทีเดียว (ท่านว่าอย่านั้นนะคะ)
สำหรับตัวหนู คิดว่า แนวคิด คำสอน ทุกอย่างมุ่งไปสู่สิ่งดีงาม....> อยู่ที่ตัวเรา....> เป็นผู้ วิเคาระห์ แล้วนำมาใช้ ในชีวิตประจำวันของเรา ....> ต้องพินิจพิเคาระห์ แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมนะคะ ใช่เล่มที่หนูถืออยู่ในรูปหรือเปล่าคะ เล่มเดียวกับที่ท่าน ดร. ประพนธ์ แปลหรือเปล่าคะ
สมศรี นวรัตน์ รพ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
ขอร่วมรำลึกท่านโอโช ฐานะครูไร้พรมแดน ด้วยจิตคารวะค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ประพนธ์นะคะ จะรอติดตามอ่านงานแปลค่ะ
แม้ท่านจากไป หากแต่ผลงานดีๆยังมีอยู่ ... แฟนทางไกลค่ะ
สวัสดีครับ คุณสมศรี ยินดีที่ได้เจอกันใน blog นี้ . . . เล่มที่ผมแปลล่าสุดคือ "Being in Love" ที่ผมใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า "ดีไซน์รัก" . . . เล่มที่คุณสมศรีชูขึ้นมา ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่าเล่มนี้ก็มีการแปลเป็นภาษาไทยแล้วด้วย . . . ช่วงนี้กระแสโอโช่เริ่มมาแรง มีการแปลการพิมพ์เพิ่มมากขึ้น . . . อย่างที่รู้ๆ กันครับว่า . . . อ่านมากเท่าใด ถ้าไม่มีการนำไปลองปฏิบัติจนเกิด "ความรู้่มือหนึ่ง" ขึ้นมาในตัวก็ไม่มีประโยชน์ครับ . . . หลักของโอโช่ที่สำคัญอยู่ที่การฝึกรู้ตัว (Awareness) และที่เรื่องความรักความเมตตา (Compassion) . . . ผมได้ถ่ายทอดเรื่องนี้ไว้ใน "หนังสือหมอชาวบ้านฉบับใหม่" ฉบับเดือนกุมภา เข้าใจว่าจะวางแผงในอีกสองสัปดาห์นี้
สวัสดีครับ คุณpoo ถือว่าเรามี "ครูคนเดียวกัน" นะครับ . . . เวลาผมบอกว่าท่าน osho เป็นครูผมนั้น จริงๆ แล้วเป็นการ "ขี้ตู่เอาเอง" ครับ เพราะท่าน osho เองคงไม่รู้หรอกว่ามี "ศิษย์" คนนี้อยู่ . . . แต่ที่ผมใช้คำว่า "ครู" ก็เพื่อเตือนสติตนเองให้นำสิ่งที่ท่านสอนมาใช้ในชีวิต ไม่ใช่แค่อ่านแล้วกลับไปคิด ไปพูดไปคุย หรือนำไปวิเคราะห์สังเคราะห์ต่างๆ นานา ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมว่าน่าจะยิ่งพาเราห่างไกลไปจากคำสอนของท่าน . . .
Confirm ครับว่า หนังสือคำสอน หรือ คำบรรยายของ Osho ที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นมีมากมายหลายร้อยเล่ม . . . ส่วนที่แปลมาเป็น ภาษาไทยน่าจะมีเพียงแค่สิบเล่มเห็นจะได้ . . . แต่แนวโน้มผมคาดว่าน่าจะมีผู้แปลมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นอีก "ทางเลือก" หนึ่งครับ . . . ทางเลือกที่ดูผิวเผินอาจคิดว่าจะ "แตกต่าง" แต่ถ้าเข้าใจก็จะพบว่า "หาแตกต่างไม่" . . . แตกต่างจากอะไร? (ไม่รู้เหมือนกันครับ)
ดิฉันได้อ่านหนังสือหมอชาวบ้านฉบับเดือนกุมภาพันธ์แล้วชอบมาก อยากจะได้หนังสือสปาอารมณ์ และ ดีไซน์รักมาอ่าน คงต้องรีบไปที่ร้าหนังสือ ไม่แน่ใจว่าจะมีที่ร้านไหนบ้าง
มีจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป และที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือว่าจะให้จัดส่งให้ทางไปรษณีย์ก็ได้ครับ (ไม่คิดค่าส่ง) ติดต่อคุณสุนิตได้โดยตรงที่โทร 08-1919-8111
สวัสดีครับ ขอรำลึกถึงอาจารย์ osho ด้วยเช่นกันครับ
ผมรู้สึกว่าท่านได้ "ให้" สิ่งที่มีค่าที่สุดเท่าที่ผมได้เคยรับมาตลอดชีวิตนี้เลย
ทำให้ผมได้เปิดความคิดอย่างมากมาย
ทำให้ผม "เริ่ม" ที่จะเชื่ออะไรบางอย่างด้วยตนเองอย่างมั่นใจ ไม่ใช่การคิดหาตรรกะที่ไม่มีวันจบสิ้นและสับสนในอดีต
เพราะท่านได้กะเทาะเปลือกเหล่านั้นออก ทำให้ผมสามารถมองเห็นสิ่งที่เป็นแก่นมากขึ้น
แม้ว่าตอนนี้ผมอาจจะยังไม่สามารถเข้าใจสิงที่ท่านเขียนได้ทั้งหมด
ถึงอย่างไรก็ดี ผมรู้สึกขอบคุณและรำลึกถึงท่านมากๆครับ
ปล.หากมีเว็บที่จับกลุ่มคุยกันในเน็ต รบกวนโพสหรือส่งเมลมาแนะนำทีนะครับ ขอบคุณมากครับ ^_^
สวัสดีครับคุณจิรัฏฐ์ เมื่อปีที่แล้วผมเคยนัดแฟนหนังสือของ osho มาเจอกัน ปีนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเมื่อใด แต่ถ้าคุณจิรัฏฐ์ให้อีเมล์ผมไว้ ถ้ามีความก้าวหน้าใดๆ ก็จะแจ้งให้ทราบครับ
หวัดดีค่ะ อ.ประพนธ์
เข้ามาขอสมัครเป็นแฟนหนังสือ osho ด้วยคนค่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งชอบหนังสือของท่าน osho
ความจริงซื้อไว้นานแล้วนะค่ะ ทั้งเซน แล้วก็ปัญญาญาณ เมื่อก่อนอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร รู้สึกเหมือนท่านพูดอะไรไม่รู้ไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้กลับเอามาอ่านอีกครั้งด้วยความสนุก และจะไล่ตามซื้อมาอ่านทุกเล่มเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่แปลหนังสือดีดีให้อ่านกัน
ภรภัทร กาญจนกูล
E-mail : [email protected]
เพิ่งได้เริ่มอ่านค่ะ นำมาพัฒนาจิตตนเองได้ดีจริงๆ
คําสอนของท่าน osho เปรียบเสมือนหินที่ช่วยลับมีดให้คม
หินลับมีดเปรียบดั่งกับคําสอนท่าน osho
มีดเปรียบกับปัญญาญาณ
ยิ่งศึกษาแล้วรู้ตัวทั่วพร้อม สังเกต สังเกต สังเกต โดยไม่วิพากษณ์วิจารณ์กับอารมณ์และความคิดที่จรเข้ามาแต่ละขณะ แต่ดูด้วยใจที่เป็นกลาง ยิ่งทําให้จิตตื่นตัวและเบิกบานขึ้นมา ปัญญาญาณก็จะคมกล้า สามารถที่จะตัดมายาคติ ความยึดติดในตัวตนของคนเราให้สลายลงไปได้
ผมประทับใจกับประโยคหนึ่งที่ว่า " ความคิดเป็นเพียงอุปกรณ์ในชีวิตประจําวัน แต่ไม่ได้เป็นนายเหนือชีวิต "
ขอขอบคุณกับอาจารย์ประพนธ์ที่แปลผลงานที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับชีวิตประจําวันอย่างยิ่ง ที่ทําแผนที่มาให้ข้าพเจ้าและหลายๆท่านขับขี่และลงลึกไปที่การปฏิบัติ