เลิกตามใจลูก ปลูกวินัยวัยเด็ก


       เลิกตามใจลูก ปลูกวินัยวัยเด็ก

เปลี่ยนนิสัยพ่อแม่เพื่อลูก

 

                                              

             พ่อแม่หลายคนกำลังเผชิญปัญหาลูกไม่ขยันเรียน ไม่ขยันอ่านหนังสือ ทั้งๆ ที่หัวดี ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่อยากตื่นนอนไปโรงเรียน ไม่รับผิดชอบในตนเองทั้งๆ ที่อายุโตพอที่จะรับผิดชอบตนเองบางอย่างได้แล้ว พ่อแม่บอกกล่าวอะไรก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง ตรงกันข้ามหากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลูกตื่นนอนแต่เช้าเพื่อมาดูการ์ตูนได้ 


             ศ.เกียรติคุณ พ.ญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กรรมการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและให้คำแนะนำผู้ปกครองไว้อย่างน่าสนใจว่า 

             ในสมัยนี้พบปัญหาเหล่านี้บ่อยมากขึ้นทุกที มักจะเกิดกับครอบครัวที่มีลูกคนเดียว หลานคนเดียว หรือถ้ามีมากกว่า 1 คน เด็กก็จะคล้ายๆ กัน คือ การเลี้ยงดูแบบสบายไม่ค่อยพิถีพิถันเอาจริง เด็กจะไม่ค่อยได้ฝึกทำงาน ฝึกความรับผิดชอบ มักจะได้รับการเอาใจ โดยมากจะไม่ค่อยได้ลำบากต้องต่อสู้อะไร มีความสะดวกสบาย เรื่อยมา

             สมัยนี้ยุคไฮเทค เรามีเครื่องผ่อนแรงกันมากและความรวดเร็วหลายอย่าง จนชีวิตประจำวันแทบจะไม่ต้องลงทุนทำอะไร บันไดก็ไม่ต้องเดินขึ้นเพราะมีลิฟต์ เดินก็ไม่ต้องเดินมากอย่างเมื่อก่อนเพราะมีรถ อาหารการกินก็ไม่ต้องทำมากเพราะมีอาหารสำเร็จรูปและปรุงมาให้เสร็จ แม้เครื่องแกงก็มีตำผสมให้เสร็จเพียงละลายน้ำต้มเดือดเท่านั้น หลายครอบครัวไม่ต้องซักผ้าเพราะมีเครื่องซัก ร้อนก็มีเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เด็กสมัยนี้จึงเติบโตด้วยความสะดวกสบาย อดทนน้อย ไม่ค่อยพยายาม รักสนุกสนานเพลิดเพลิน อะไรที่เป็นเรื่องบันเทิงจะใส่ใจอย่างดี แต่ถ้าเรื่องใช้เวลา ใช้ความพยายามมักจะย่อท้อไม่อดทน

             โทรทัศน์เป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กมีสมาธิไม่ดี เวลาเรียนหนังสือจะทำให้การใส่ใจและอดทนต่อการเรียนการอ่านน้อยลง เพราะการเรียนหนังสือเป็นภาพนิ่ง เป็นสิ่งที่ต้องการสมาธิ ความตั้งใจและความพากเพียรพยายาม เด็กคนใดสนใจโทรทัศน์ การ์ตูน เวลาจะได้ดูจะกระตือรือร้นไม่ต้องปลุกต้องเรียกก็เป็นปัญหาแล้ว เพราะโทรทัศน์มีภาพ รวดเร็ว ทันใจ มีเรื่องราวตื่นเต้นให้ติดตาม ยิ่งการ์ตูนยิ่งเป็นเรื่องรวดเร็ว ก้าวร้าว และเรื่องราวที่ทำให้ต้องใจจดจ่อ ดูมากๆ อาจทำให้รบกวนการเรียน เวลาไม่ดูใจก็ยังครุ่นคิดคำนึงถึงได้

             เล็กๆ เด็กยังต้องพึ่งพาพ่อแม่มาก แต่พอเขาโตขึ้นเขาเริ่มเป็นตัวเองมากขึ้น จึงดูเหมือนจะไม่เชื่อฟังทำตามที่พ่อแม่บอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงดูที่ใช้วิธีบอกกันมาให้ทำโน่นทำนี่ ในที่สุดเด็กจะไม่คิดด้วยตัวเองหรือคิดไม่เป็นเพราะเคยกับการบอกบท แต่พอโตขึ้นก็ไม่ชอบที่จะทำ ไม่อยากฟังต่อไป แต่ก็ไม่รับผิดชอบ

             หากพ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกสนุกเพลิดเพลินกับกีฬา ดนตรีจนมากเกินไป หรือมีกิจกรรมอื่นๆ เด็กจะใฝ่ใจทางนั้นจนได้รับรางวัลพิเศษ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีและคุณพ่อคุณแม่คงภูมิใจ เพราะเด็กทุกคนเวลาเขาทำอะไรได้ด้วยตัวเขา เขามีความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ เขาจะภาคภูมิใจและอยากทำต่อๆ ไป

             ในทางตรงข้ามถ้าเขามีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ นอกเหนือการเรียนจนมากเกินไปและประสบความสำเร็จในกิจกรรมนั้นๆ แล้วเขาเรียนไม่ค่อยดี เขาก็จะไม่อยากเรียน เพราะการเรียนจะต้องอดทนพยายาม ซึ่งต้องมีความนิ่ง ความเอาใจใส่ เขายิ่งจะลำบาก ซึ่งแตกต่างจากทีวี การ์ตูน หรือกิจกรรมอื่นๆ ถ้าผลการเรียนไม่ดีได้รับการเคี่ยวเข็ญหรือตักเตือนมาก เขาจะยิ่งเบื่อและไม่ชอบ

             สิ่งที่พ่อแม่จะช่วยลูกได้หากเผชิญปัญหาข้างต้น คือคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้มแข็งเอาจริงกับการจัดตารางเวลา เวลาใดที่ทำงาน เวลาใดเล่น กิจกรรมทำเป็นตารางสอน ถ้าไม่เสร็จงานก็ลดเวลาเล่นลงไปตามลำดับ ไม่ต้องเดือดร้อนกับอากัปกิริยาและอารมณ์ของเด็ก แต่การจะให้เด็กอ่านหนังสือเรื่อยๆ ก็จะเบื่อ อาจเป็นการทำด้วยกัน อ่านด้วยกัน ผลัดกันถาม ผลัดกันอ่านให้ฟัง เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน การจัดเวลาและให้ความรับผิดชอบสำคัญมากในเด็กวัยเรียน

             ขณะเดียวกันให้เขามีโอกาสตกลงใจร่วมกันด้วย เพื่อเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย จะช่วยลดความรู้สึกที่ฝืนหรือถูกบังคับ ผู้ใหญ่ยังเป็นฝ่ายควบคุมที่เด็กมีโอกาสพัฒนาความคิดเห็นและตกลงใจด้วย

คำสำคัญ (Tags): #ครอบครัว
หมายเลขบันทึก: 329041เขียนเมื่อ 18 มกราคม 2010 22:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)

นมัสการพระคุณเจ้า

.....ลูกสาวย่างเข้าสู่วัยรุ่น....เขาไปเรียนในตัวเมืองออกจากบ้านแต่เช้า กลับห้าโมงเย็นถึงหกโมง

.....ก็เลือกรถรับส่งที่คิดว่าคนขับไว้ใจได้ที่สุด เพื่อนร่วมเดินทางไปลูกเต้าเหล่าใคร...เพื่อนสนิทของลูกมีกี่คนใครพ่อแม่เขาทำงานทำการอะไร..ดิฉันต้องเช็คตลอด โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์ เหมือนวิตกจริต แต่ก็ไม่อยากพลาดเพราะเกิดจากการละเลยของเราเอง.......

............ขอกราบขอบพระคุณข้อความดีๆ ที่บันทึกเข้ามาให้อ่าน เพื่อเตือนใจ ค่ะ.......

นมัสการพระคุณเจ้า

  • ที่โรงเรียนอยู่บ้านนอก ค่อนข้างขาดแคลน แต่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายตามใจเด็กมากเจ้าค่ะ
  • ไม่สนใจในการดูแลและอบรมสั่งสอน โยนให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนอย่างเดียว
  • เด็กมีปัญหามาจากบ้าน  โรงเรียนต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาให้อีก
  • กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

เจริญพรคุณโยมปิ่นธิดา ยุคสมัยนี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องทำหน้าที่หนักหน่อยนะคุณโยม เพราะสังคมสมัยนี้อันตรายรอบด้านจริง ๆ ขอเป็นกำลังใจให้คุณโยมทำหน้าที่แม่ให้สมบูรณืและดีที่สุดนะ สาธุ..

เจริญพรคุณครูคิม

สมัยนี้ไม่ว่าที่ไหนพ่อแม่ก็มักจะตามใจลูกก็เพราะความรักแหละนะ แต่เป็นรักที่ไม่ค่อยถูกทางเท่าไหร่เข้าทำนอง พ่อแม่รังแกฉันนั่นแหละ น่าเห็นใจคุณครูสมัยนี้นะทำอะไรก็ต้องระวังไปเสียทุกอย่างผิดพลาดก็ถูกฟ้อง แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทำหน้าที่ครุให้สมบูรณ์เพื่อเด็กอันเป็นอนาคตของชาตินะ สาธุ....

อาจารย์ครับ

หากจะสรุปตามที่อาจารย์ได้นำเสนอมาทั้งหมดนั้น ไม่รู้จะถูกต้องไหมถ้าผมจะเสนอเพิ่มเติมท่านอาจารย์ว่า...

  • มนุษย์สมัยนี้ (บางคน) เป็น "สัตว์ชนิดหนึ่งที่เลี้ยงลูกด้วยเงิน" ครับ
  • ถ้าต้องการอะไร "แม่จะหามาให้" โดยการ "ใช้เงินซื้อเอา" โดยบางท่านไม่อยากจะเสียเวลาในการอธิบาย "คุณค่าของเงิน" หรือ ความยากลำบากกว่าจะได้บางสิ่งมา หรือ "บางอย่างอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เงิน" แต่เราก็หา "บางสิ่งมาชดเชย" ได้
  • ลูกๆ ก็เลยติดนิสัยเป็น "นักบริโภคนิยม" สะสมความอยากแต่เยาว์วัย อยากได้อะไรก็ซื้อ โดยขาดนิสัย "นักค้นคว้านิยม" หรือ "คิดประดิษฐ์ค้น" ในสิ่งต่างๆ เพราะง่ายดี ทำไมต้องคิดให้เสียเวลา  เอาสมองไว้ค้นคนหา "สิ่งเสพ" ตามแหล่งต่างๆ จะดีกว่า
  • หน้าที่ระบบการศึกษา ครู พ่อแม่ คือ "ทำให้เด็กๆ ค้นพบตัวเองให้ไวที่สุดเท่าที่จะไว้ได้" เพื่อ "ลด" การพึ่งพาคนอื่นโดยไม่จำเป็น แต่ "เพิ่ม"การพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
  • ขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาหาเรื่องดีๆ มาฝากพวกเราคับ
  • นับถือ

พระอาจารย์สรุปได้ครอบคลุมและตรงประเด็นมากครับ ขอบพระคุณพระอาจารย์มาก ๆ ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี