ผอก.ท่านหนึ่ง ผมมองเห็นแบบนี้สำหรับการบริหารของท่าน ก็คือเค้าแบ่งโครงสร้างในแบบที่ตรงกับโครงสร้างโดยรวมของประเทศ
และสิ่งหนึ่งที่มีมาพร้อมกับตำแหน่งผู้บริหาร(ผอ)ก็คืออำนาจในการบริหารจัดการคน
ช่วงแรกนี้จะเป็นช่วงที่ดูวุ่น และไม่มั่นคงกันมากเลย
หลายคนก็ได้รับหน้าที่ใหม่ๆ กัน โดยทำตามศิลปะของท่านผอ. ก็คือเค้ารู้ว่าฝันของหัวหน้าคนนี้คืออะไร เค้าก็จะช่วยค้นหาและพาเข้าสู่ฝันจนประสบความสำเร็จ ก็ต้องปลื้มเป็นธรรมดานะ สุขกันไปถ้วนหน้า แต่จริงๆ ก็ยังอยู่ในการบริหารอยู่เพราะเมื่อเราย้ายคนออกเราก็นำคนเข้าสู่ตำแหน่งที่สำคัญที่เป็นฝันของอีกคนหนึ่ง จากคนตำแหน่งชั้นผู้ปฏิบัติปรับระดับเป็นผู้บริหารไป
อย่างนี้ต้องฉลองแน่ๆ และนี่ก็คือ ต่อที่สองของท่านผู้บริหารมือทองจัดให้
โดยที่เค้าก็ได้ยิ้มเพราะได้ช่วยคนให้พ้นทุกข์กันถึงสองคนทีเดียว
เสียงสรรเสริญ ชื่นชม ดังสนั่นองค์กรทีเดียว
จริงๆไม่ใช่แค่สุขที่กล่าวไปแล้วเท่านั้น ยังมีความสุขที่สามอีก นั่นก็คือ ท่านผู้บริหารได้ใช้ศาสตร์การบริหารชั้นยอดด้วยมือของท่านเอง ในองค์กรที่สอง...ที่ท้าทายความสามารถของท่านอยู่
ท่านจัดคนสำคัญต่อการบริหารให้เข้ากับสไตล์การบริหารของท่านไปเรียบร้อย
งานบริหารก็งวดไปเกือบครึ่งแล้ว จากนั้นท่านก็จัดวางมืออาชีพด้านบริการลงในตำแหน่งที่คุมกำลังด้านนี้ มือผู้ช่วยด้านบริหารเข้ากันได้อยู่แล้วก็ไม่ต้องปรับ เมื่อจัดระเบียบกองทัพทั้งหมดทุกอย่างก็เรียบร้อย พร้อมแล้ว..
เริ่มบริหารไป และปรับจูนเครื่องไม้เครื่องมือให้เข้าที่เข้าทาง
จุดสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือการมองของผู้บริหาร เป็นการมองจากภายในไปสู่ภายนอก สายตาแบบนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก ลำเอียงอยู่เยอะ ท่านก็จ้างที่ปรึกษา และยังนำมืออาชีพด้านการพัฒนาองค์กรแบบทีคิวเอ็มเข้ามาช่วย เข้ามาปรับจากฐานราก
โดยมีเป้าคือเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างมืออาชีพ เราทำกันครบร้อยเปอร์เซ็นท์ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเลย ส่วนที่ทำยากๆ ท่านก็จะเป็นคนแก้ไขเอง ค่อยๆ โน้มน้าวไป ก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือการมอบอำนาจต่างๆ ให้กับหัวหน้าระดับรองๆ ท่านลงมา ให้ตัดสินใจได้อย่างกว้างขวาง การพิจารณาความดีความชอบก็สิ้นสุดที่ท่านรองฯ เลย
แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือท่านจะเป็นคนเข้ามาใช้บริการต่างๆ ขององค์กรด้วยตนเอง
และก็นิยมที่จะตามงานที่สั่งไปด้วยตนเอง หากไม่ดีก็จะตำหนิทันทีและก็จะลงโทษเลย.. พอใจก็ชมเลย..เป็นอย่างนี้ ด้วยสภาพอย่างนี้ ลูกน้องคนทำงานก็เป็นปลื้มที่ ผอ.ชมเปราะเลย จนแอบคิดเลยเถิดไปว่า ท่านคงจะเมฒตาให้ 2 ขั้นแน่ๆ เลย
ลูกน้องแย่งกันทำงานให้ ท่านก็มีโปรเจคท้าทายมาให้ตลอด ลูกน้องก็ทำตอบสนอง แข่งขันกันใหญ่เลย รางวัลต่างๆ องค์กรก็ได้รับกันไม่ขาดสาย ท่านไม่ได้ทำอย่างนี้อย่างเดียว ท่านยังใช้การสนับสนุนกันทุกรูปแบบ นำเสนอโครงการมาส่วนใหญ่ก็ให้ทำกันหมด และยึดให้เป็นไปตามแผนเป็นหลัก ในบางส่วนท่านก็จะเร่งรัดหรือปรับแผนเองก็เป็นอันดับสองไป คือสรุปว่า การเดินขององค์กรนั้นแผนและตัวท่าน ผอก.เป็นแนวทางการขับเคลื่อนองค์กร
พอสิ้นปีถึงช่วงที่จะให้ความดีความชอบท่านไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย
เป็นเรื่องของหัวหน้าระดับรองลงมา ดีไม่ดีก็ต่อว่าที่ท่านรองฯ ก็แล้วกัน ส่วนบางท่านนั้นโดดเด่นมากๆ จนผอก.จะต้องให้ความดีความชอบ ท่านเองถึงจะทำซึ่งมีน้อยมาก
และลูกน้องก็เป็นปลื้มซะไม่มี
นี่แหละน้า ...ศิลปะกับการบริหารมันคืออย่างเดียวกันจริง ๆ
การทำเพื่อความเจริญขององค์กรมากกว่าเพื่อตนเอง...องค์กรดี..ผลคือตนเองย่อมดีตามไปด้วยค่ะ..
ขอบคุณนะครับคุณพี่นงนาท ผมขอเติมในบันทึกหน่อยนะครับว่า ท่านผอ. เป็นผู้หญิงนะครับ