ครูจึงต้องน้อมรับทั้งคำชมและคำติติง
วันเด็ก วันครู แปลกมากที่ไม่มีวันผู้ใหญ่ เราเลยไม่มีโอกาสชื่นชมยินดี ว่ากล่าวตักเตือนผู้ใหญ่ได้เลย ตกลงผู้ใหญ่ลอยนวล เมื่อมีวันครู ครูจึงต้องน้อมรับทั้งคำชมและคำติติง
เมื่อปีที่แล้วผมเขียนถึงครูของผมท่านหนึ่ง มีหลายคนบอกผมว่าอ่านแล้วน้ำตาไหล บ้างก็ว่าร้องไห้(แต่จะมีน้ำตาหรือไม่ข่าวไม่บอก อิอิ) ปีนี้ขออนุญาตที่จะไม่เรียกน้ำตา แต่จะเรียกน้ำลายหรือกำปั้นแทน นั้นก็คือผมบังอาจมาก????
สมัยผมเป็นนักเรียน มีครูที่ผมรักและครูที่ผมไม่รัก(ในขณะเรียน แต่เวลาจะจากร้องทุกที) ครูที่ผมรักก็มักจะเป็นครูที่พูดไพเราะ ไม่ตี ไม่ดุ แต่นักเรียนสมัยก่อนไม่ว่าจะเกเร ดื้อ สักปานใดก็ตาม จะเกรง ไปจนถึงกลัวครูด้วยซ้ำไป ไม่ว่าครูจะดุจะตี ขนาดไหน นักเรียนสมัยนั้นยังจะให้ความรักเคารพครูอยู่ดี วันที่เราจะจบหรือวันที่ครูจะย้าย ต้องเป็นวันที่ทั้งนักเรียนและครูต้องร้องไห้หลั่งน้ำตา ผมยังจำภาพครูที่ร้องไห้ ในวันที่ผมจะจบจากโรงเรียนได้ดี ผมยังจำน้ำตาที่ไหลร่วงมาจากดวงตาครูได้ ขาดแต่ว่าจำไม่ได้ว่าน้ำตาครูไหลกี่หยดเท่านั้น
ผมขอไหว้งามๆและขออภัยคุณครูทั้งหลายที่ไม่ได้เข้าข่ายที่ผมจะบังอาจไว้ก่อนนะครับ เอาเป็นว่าผมของวิพากษ์ ติง คุณครูจำนวนน้อย(หรือครูคนใดจะว่ามากก็ตามสบายนะครับ)ก็แล้วกัน
ผมตั้งคำถามอย่างนี้ก็แล้วกัน 1.ทำไมเมื่อนักเรียนจะจบหรือต้องเลื่อนชั้นจึงต้องร้องไห้เมื่ออำลากัน 2. ทำไมครูต้องร้องในเหตุการณ์เดียวกัน ครูยุคนี้(บางคน ต่อไปผมไม่ต้องวงเล็บแล้วนะครับ) ไม่เคยรู้สึกว่าการที่เด็กจะจากไปหรือครูจะลา ไม่ใช่เรื่องเศร้า ไม่มีความพูกพัน จะด้วยเด็กไม่พูกพันครูหรือครูไม่พูกพันเด็กก็สุดที่จะเดา วิญญาณครูยุคนี้(บางคนต้องวงเล็บอยู่ดีแหละครับ กลัวครูดุ อิอิ) กลายเป็นมนุษย์เงินเดือน ตามอย่างพนักงานต่างๆหรือไม่ ครูยุคนี้มาสอนหนังสือ(คน)เพื่อเงินเดือน หรือเงินอื่นๆที่จะมีมาหรือไม่ แม้กระทั้งการเลื่อนวิทยะฐานะของครูก็มีเป้าที่เงิน เป็นหลัก ไม่ใช่วิชาชีพเป็นหลัก จนบางครั้งมีคำนินทาเล็ดลอดมาให้คนข้างนอกเขาได้ยินว่าครูไม่ได้ทำเอง(ข้อเท็จจริงผมไม่ทราบ)
ยิ่งงานเลี้ยงต่างๆเราก็ได้เห็นครูแปลงร่างแปลงนิสัยอยู่บ่อยๆ ครู(บางคน)พูดจากับเด็กหยาบคาย ก็ได้ยินผ่านหน้าต่างอยู่เนื่องๆ อันนี้ได้ยินมากับตัวเองเมื่อครั้งที่ไปหาลูกที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง(ไม่บอกชื่อ)คุณครูผู้ทรงเกียรติพูดกับผม จนครูอีกคน(เพื่อนกัน) สะกิดครูคนนั้นว่า “อาจารย์ๆนี่ผู้ปกครองไม่ใช่เด็ก” คนแบบผมไม่ปล่อยให้ผ่านได้ง่ายๆหรอกเลยพูดขึ้นว่า “ถ้าอาจารย์พูดกับผมขนาดนี้ กับเด็กสัตว์เลื้อยคลานไม่เต็มห้องหรือ หาครูอาชีพอยากจังเลย” ท่านไม่ต้องถามนะว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร........
หลายๆคนบอกผมว่า การจะประเมินครูไม่ยาก ให้ดูที่เด็ก ......อย่าเถียงผม ผมรู้ว่าครูหลายคนกำลังจะบอกว่าก็ดูเด็กมันซิ มันยังกะลิง มันผิดกับรุ่นของเธอนี่ตาเบฯ(ปากมาก) แต่ผมอยากให้ครูทำก่อนซิครับ ก่อนที่จะบอกว่าเด็กเป็นอย่างไร เพราะรุ่นผมจำได้ ครูไม่ได้สอนเราเตือนเราปีเดียวแล้วเลิก เอากันตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.7 เลยนะครับ
วันเด็กผมไม่ได้มีบันทึก เด็กเลยรอดไป วันผู้ใหญ่ก็ไม่มีก็รอดอีกเช่นกัน แต่ถ้าครูทั้งหลายส่วนใหญ่ทำอย่างที่คุณครูในโกทูโนว์ทำ ประเทศไทยคงเจริญไปแล้ว(แฮะๆลูบหลังก็เป็น) จริงๆนะครับ ดูการเอาจริงเอาจังของคุณครูที่เขียนเล่าเรื่องกันมา จนหลาน ดร.ขจิต ของผมอดทนไม่ได้ ขอรบกวนเสนอชื่อครูเพื่อศิษย์ร่วมกับมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติและมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ จนผมไม่รู้จะเสนอใครดี รักพี่เสียดายน้อง ....ช่วยๆกันหน่อยนะครับ
แต่สิ่งที่ผมจะต้องบังอาจก็คือใครเป็นผู้กำหนดนโยบายที่คัดลอกจากฝรั่งเขามา ซึ่งดูอย่างไรก็ไม่เหมาะกับสังคมเราและเด็กเรา ใครเป็นคนหักไม้เรียว เป็นตำรวจทหารลองไม่มีปืนโจรเต็มเมือง(นี่ขนาดมีปืน) ใครเป็นคนบอกว่าเด็กไม่มีตก (หากเด็กตกครูรับผิดชอบ) มันไม่เคยเรียนเลยมันก็ผ่านได้ สมัยผมไม่ถึง 50 % ซ้ำชั้น เด็กสมัยผม ป.3 ป.4 อ่านหนังสือพิมพ์ได้แล้ว สมัยนี้ ม.5-6 อ่านหนังสือยังจับใจความไม่ได้ ใครบอกว่าเด็กเป็นศูนย์กลาง ครูแค่คอยประคับประคอง ครูก็เลยทำได้แค่บอกว่า “นี่เธอไปค้นเรื่องนี้ในเน็ทมา....” ครูก็เลยไม่รู้จะทำอะไร
ผมว่ารื้อนโยบายใหม่เถอะ สมัยผม ป.3 อ่านหนังสือพิมพ์ เขียนเรียงความย่อความได้ สมัยนี้ครูออกข้อสอบแบบอัตนัย นักเรียนส่งกระดาษเปล่าเป็นแถว
สรุปผู้หลักผู้ใหญ่คิดใหม่ทำแบบเก่าก็ได้ ดีนะที่ไม่มีวันผู้ใหญ่ ฮึ่มๆ
ขออนุญาตแนะนำเรื่องที่เขียนสอดคล้องกัน ลูกสาวผมเองครับ
อีกบันทึกนะครับ ของท่านอัยการชาวเกาะพี่ชายผมเอง
เห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้ไม้เรียว...อยากให้มีการใช้ไม้เรียวต่อไป..เด็กกลัวไม้เรียวเลยไม่กล้าทำผิด(สมัยลูกเรียนนะคะ)แต่ยุคนี้เด็กไม่มีไม้เรียวให้กลัวแถมครูลงโทษนักเรียนผู้ปกครองเตรียมแต่จะฟ้อง..เลยเป็นดาบหลายคมไปซะงั้น..บูชาพระคุณครูทุกท่านค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคุณเบดูอิน
อัดครูน่วมไปเลยนะนี่ ที่ท่านพูดมาก็มีจริง คนที่ทำจริงทำเองก็มีมากเช่นกัน ครูมีมากในหมู่ข้าราชการ
คนทำไม่ดีเมื่อเป็นข่าวข่าวครูจะขายดี (ท่านเป็นผู้สื่อข่าวทราบดี) เคยได้ยินครูนำสวนสัตว์มาใช้ในห้องเรียน ผอ.ก็ยื่นหน้าเข้าไป
ชมสวนสัตว์ของครู พบว่าครูก็เขินเป็นเหมือนกัน(555)
หลายประเด็นที่ท่านเสนอแนะมาน่าสนใจ ผู้ใหญ่ได้ยินเขาคงรับฟังครับ ผมรับฟังแล้วชื่นใจที่ได้ยินคนภายนอก
สนใจและมองการศึกษาทะลุ(อีสานเรียกส่องซอด)
วันครูปีนี้จะตั้งใจทำเพื่อศิษย์ครับ
ครูเป็นตากล้อง ไม่เช่นนั้น คงได้นอน อิๆๆ
(บ่ายนี้มีคำตอบ)
เรื่องจริงเลยนะคะเนี่ยท่านเบดูอิน อิ อิ สังคมเราควรยอมรับความจริง อย่างเปิดใจ
และให้โอกาสเพื่อหันมาร่วมแก้ปัญหาร่วมกันค่ะ ..บางครั้งเราอาจไปคำนึงถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่น ชื่อเสียงโรงเรียนเกินไป จนปิดหู ปิดตา เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย ;)
มาตามดูเบดูอินอัดครูในวันครู จากครู
สร้างกริตเตอร์ | ฟังเพลง | ดารา | เกมส์
สวัสดีค่ะ
กระจกเงาเรามีไว้ส่องหน้า
ให้รู้ว่าดีเด่นเป็นไฉน
ครูอยากรู้ว่าตัวครูเป็นอย่างไร
เชิญดูเด็กที่ได้สั่งสอนมา
------ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
มารับฟัง...เพื่อนำไปปรับปรุงวิชาชีพตนเองค่ะ
เบดูอิน มิบังอาจหรอกค่ะ..น่าเอ็นดูออก ครูให้อภัยค่ะ
สวัสดีในวันครูค่ะ คุณเบดูอิน
บังอาจทางที่ดี สร้างสรรค์..ก็ดีค่ะ
ป๊ะ เขียนได้ข้อคิดดีมาก อดีตครูนักเรียนเวลาเลื่อนชั้น ปิดเทอมลาจากกัน ก็ร้องไห้อาลัยเหมือนจะไม่ได้พบกันในชั้นต่อไปการศึกษาหน้า แค่ปิดเทอมยังอายัลอาวรณ์ ซึ่งส่อให้เห็นว่า ครูกับนักเรียนมีความรักความผูกพันรักกันจริงๆ
และก็มีคนได้ดีเพราะไม้เรียว มาก็มาก เด็กเกสมัยก่อนพอสอนเตือนสติกันได้ เกในสมัยนี้ ครูกลัวนักเรียน กลัวผู้ปกครองนักเรียนพร้อม เพราะเด็กมีอาวุธรุนแรง
และเรื่องการอ่านหนังสือ ป๊ะเปรียบเทียบให้เห็นได้ สมัยสุเรียน ก็เหมือนป๊ะว่าเลย จนบางครั้งสุเองก็ยังสับสน อย่างสุจบมอ 6 มอ 6 สมัยก่อน กับสมัยนี้ ก็ต่างกันมากเลยคะ ถ้าใครถามสุจบ 6 ไหม สุมานั่งคิด ถ้าจบมอ 6 แบบสมัยนี้ไม่ใช่ รู้สึกมันต่ำต้อยเกินมอ 6 สมัยแต่ก่อนมาก แต่ดี สุจบมากกว่า มอ 6 คะ มันต่างกันคะกับมอ 6 สมัยนี้
ที่ป๊ะว่ามา ก็อยากอัดครูเหมือนกัน สามีเป็นครูคะ อยากอักสามีก่อนเพื่อน อย่าคิดมากคะ
ครูไม่มีไม้เรียว ทหารตำรวจไม่มีปืน แล้วจะประสบผลในวิชาชีพได้อย่างไร
หรือครูสมัยนี้ เปลี่ยนไป ความรับผิดชอบไม่สมกับเงินเดือน เด็กก็เหลือขอมากขึ้น อยู่ด้วยความจำใจ เพราะนอกจากอาชีพครูแล้ว ไม่รู้จะไปทำอะไรได้อีก
หรือสอนทุกวัน เบื่อหน่าย สอนเด็กไม่น่าสอน เซ็ง ๆๆๆ ไม่มีชีวิตชีวา วันไหนก็เปิดแต่หนังสือ สอนตามหนังสือ หรือเพราะครู ไม่มีหัวคิดพัฒนา เพราะมันเกินความจำเป็น
ป๊ะ ป๊ะ สุว่า สุพูดมากไป เดี๋ยวป๊ะ จะลบของสุออกอีก พอแล้วนะคะ ป๊ะ
-สุดท้ายขอเป็นกำลังใจครูทั้งหลาย ที่อยู่เพื่อเด็ก สร้างสรรค์เพื่อเด็กคะ เด็กดีอยู่ที่ครูสอนคะ จะเป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์แบบไหนกัน สุดแต่ใจครูจะไขว่คว้าคะ สวัสดีคะ
-ป๊ะ สุก็ยากเลี้ยงเหลน จะจ้างคนมาเลี้ยง ก็ไม่รู้จะจ้างใคร ถึงจะถูกใจ คงต้องเลี้ยงเอง และอะไร ที่มันขัดกับการเลี้ยงเด็กจะตัดออกหมด GTK ก็จะน้อยลง กล่องนมก็รีบล้างๆ ส่งให้ครูน้องโย่ง แล้วยุติ การจัดรายการก็จะหยุด ค้าขายนั่งเฝ้าอย่างเดียวดูแลเหลนไปพร้อม เอ้า! แล้วมาบอกป๊ะทำไม ตอนนี้สับสน วันครูคะ