ในอดีต ฮอยอันเป็นเมืองท่าสำคัญในการค้าขายทางเรือ
เช้านี้ฉันต้องไปฮอยอันแล้ว ...
พนักงานโรงแรมโทรศัพท์ขึ้นมาปลุกแต่เช้า ให้ลงไปกินอาหาร รถมินิบัสเที่ยว 8 โมงจะวิ่งผ่านมารับฉันที่หน้าโรงแรม
ที่จริงสำเนียงเวียดนามเขาเรียก โห่ยอัน แต่คนไทยเราไม่ชินเลยดันทุรังเรียก ฮอยอัน ฉันยังไปบอกคนเวียดนามอีกว่า ฮอยอันไพเราะกว่า โห่ยอัน ตั้งเยอะ ทำไมไม่เรียก ฮอยอัน คนเวียดนามเลยเอ๋อไป คงคิดว่าคนไทยเป็นชนชาติแปลกประหลาดที่ชอบเรียกอะไรผิด ๆ แล้วคิดว่าตัวเองถูก
เหมือนที่เราเรียก เทเลกราฟ ว่า ตะแล็บแก็ป เรียกสยามคอมเมอเชียล ว่า สยามกัมมาจล ฯลฯ
ดานังกับฮอยอัน ใกล้กันนิดเดียวแค่ 30 กม. เจ้าของโรงแรมที่ฉันพักแนะนำโรงแรมในฮอยอันให้ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ แต่บังเอิญฉันมีโรงแรมในใจอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็บอกว่าใช้ได้ ใกล้เขตเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมที่เขาบอก ซึ่งก็น่าจะสะดวกดีในการเดินทางไปไหนต่อไหน ...
ฉันร่ำลาพวกเขา และขอบคุณที่ดูแลอย่างดีด้วยของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ คือลูกอมมายมิ้นท์จากเมืองไทย 1 ถุง ดูพวกเขาชอบอกชอบใจ แล้วยังใจดีบอกคนขับรถมินิบัสว่าให้ผ่านไปส่งฉันที่โรงแรม Vinh Hung 2 ตามที่ฉันตั้งใจจะไปพัก และยังบอกว่ามี Vinh Hung 3 อยู่ใกล้ ๆ กันใหม่กว่า ... เผื่อฉันสนใจ
บางทีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้คนมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเวลาคนมีความสุข พวกเขาก็มักจะมอบสิ่งดี ๆ ให้เราเสมอ ...
สรุปว่า เมื่อมาถึงฮอยอัน ฉันเลือกพักที่ Vinh Hung 2 ตามความตั้งใจเดิม เพราะอยู่ใกล้เขตเมืองเก่ากว่า Vinh Hung 3 ราคาปกติ 35 ดอลลาร์ ลดแล้วเหลือ 25 ดอลลาร์รวม VAT แล้ว เป็นราคาหน้าฝนอีกตามเคย ...
ที่จริงมีโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ถูก ๆ กว่านี้อยู่มาก ราคาเริ่มตั้งเต่ 4 – 5 ดอลลาร์ ที่พวกแบ็คแพคเกอร์ ชอบพัก แต่ฉันเดินทางคนเดียว ขอปลอดภัยไว้ก่อน นอนโรงแรมดี ๆ หน่อย ชีวิตและสิ่งแวดล้อมจะได้ดีไปด้วย
การประหยัดนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าคิดแค่เรื่องประหยัด แล้วมองข้ามความปลอดภัยด้านอื่น ๆ ไป การประหยัดก็ไร้ความหมาย เพราะประหยัดแล้วเป็นอันตรายต่อตนเอง ถือเป็นการเบียดเบียนตน ผิดหลักชาวพุทธที่ทำอะไรไม่เดินสายกลาง คือ พอประมาณ และพอเหมาะกับตนเอง
ฉันมาฮอยอันวันฟ้าขมุกขมัว เมฆลอยเต็มฟ้า ฝนทำท่าจะตก แต่ยังไม่ตก ทำท่าค้างอยู่อย่างนั้นเอง เป็นบรรยากาศที่คนแพ้แดดอย่างฉันชอบใจเป็นที่สุด
ฮอยอันวันนี้ นักท่องเที่ยวบางตา ฉันชั่งใจอยู่ระหว่างเช่าจักรยานกับเดิน อย่างไหนจะดีกว่ากัน สุดท้ายตัดสินใจเดินด้วยไม่อยากมีภาระดูแลจักรยานเวลาถ่ายรูป หรือเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ เกิดจักรยานของเขาหายไปจะทำอย่างไร
ชีวิตที่มีสัมภาระน้อยที่สุดนั่นแหละเบาสบายที่สุดแล้ว
จริง ๆ ฮอยอันไม่กว้างใหญ่เกินสองเท้าจะก้าวเดินเลย และก็น่าจะปลอดภัยกว่าขี่จักรยานด้วย
ย้อนประวัติศาสตร์ไปไกล สมัยอาณาจักรจามปา ฮอยอัน ถือเป็นเมืองสำคัญในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 – 10 สมัยที่อาณาจักรจามปามีเมืองหลวงชื่อ สิงหปุระ
จากเอกสารของเปอร์เซียและอาหรับ ก็ระบุว่าฮอยอันเป็นเมืองท่าสำคัญในการค้าขายทางเรือ
หลักฐานทางโบราณคดี พบสิ่งก่อสร้างสมัยจามปามากมาย รอบ ๆ ฮอยอัน
ค.ศ. 1307 หริชิต กษัตริย์แห่งจามปาได้อภิเษกกับพระราชธิดาของกษัตริย์ไดเวียด หรือเวียดนามในปัจจุบัน สมัยราชวงศ์ตรัน กษัตริย์จามยกเมืองกวางนัม (Quang Nam) ให้กษัตริย์เวียดนามเป็นของขวัญ ช่วงนี้สงครามระหว่างจามปาและไดเวียดยุติลง เมื่อหริชิตสวรรคต การสู้รบระหว่างไดเวียด กับ จามปาก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังการลักพาตัวพระราชธิดากษัตริย์ไดเวียดจากพิธีสตี จนถึงศตวรรษที่ 15 อาณาจักรจามปาก็ถูกผนวกรวมกับอาณาจักรไดเวียด
หลังจากนั้น ฮอยอันก็กลายเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมสมัยกับ มาเก๊า มะละกา ในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 นักเดินทางและพ่อค้าจากทุกมุมโลกเดินทางมาที่นี่ ประมาณศตวรรษที่ 19 แม่น้ำทูโบนที่เชื่อมฮอยอันกับทะเลเกิดตื้นเขิน และเปลี่ยนทิศทาง ดานังจึงกลาย เป็นเมืองท่าแทนที่ฮอยอัน
ในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ฮอยอันเป็นศูนย์กลางของการบริหาร และในช่วงสงครามเวียดนาม ฮอยอันรอดพ้นจากการถูกโจมตีราวปาฏิหาริย์
ฮอยอันนับเป็นเมืองแรกของเวียดนามที่มีคนจีนและญี่ปุ่นเข้ามาอยู่อาศัย ปัจจุบันฮอยอันอนุรักษ์บ้านเรือน อาคารร้านค้า ที่เป็นทั้งแบบจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ผสมกัน วัด เจดีย์ สะพานญี่ปุ่น ศาลเจ้าจีน และตลาดไว้ในแบบเดิม
มีพิพิธภัณฑ์แสดงวิถีชีวิตของชาวฮอยอันโบราณ และมีบ้านเก่า ๆ หลายหลังที่อนุรักษ์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณ เปิดให้คนซื้อตั๋วเข้าชม ในขณะที่บ้านเหล่านี้ยังมีคนอาศัยอยู่เป็นปกติ
องค์การยูเนสโกประกาศให้ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1999
ฉันมีความรู้สึกว่าใช้เวลาเดินสำรวจถนนสายเล็ก ๆ ของเมืองอยู่นาน เพื่อดูทางหนีทีไล่จะได้ไม่หลงทาง แต่เมื่อมองเข็มนาฬิกาเวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง
เคยรู้สึกไหม บางวันที่เราอยู่กับเพื่อนฝูง สนุกสนาน เฮฮา เข็มนาฬิกาเดินเร็วเป็นพิเศษ แต่วันไหนที่เราอยู่คนเดียว หรือทุกข์โศก เข็มนาฬิกากลับเดินช้าจนแทบจะหยุดนิ่ง


ดูแล้วฮอยอันน่าไปเที่ยวมากมีเพื่อนอยู่ที่นี่หลายคน ตอนนี้กำลังอยู่ในป่าแถวแก่งกระจาน แต่อ่านบันทึกพี่วันรวี ได้ เย้ๆๆๆ ดีใจ มีสัญญาณโทรศัพท์ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เมื่อวานนี้เราอาจเดินสวนทางกันแถวอนุสาวรีย์ก็ได้นะคะ
พี่กลับจากเผาศพที่ท่ามะกาตอนเย็นๆ ค่ำๆ ลงรถตู้ที่อนุสาวรีย์ น่าจะเวลาใกล้ๆ กับที่อาจารย์ไปเพชรบุรี่นะคะ
โลกนี้กว้างใหญ่ ผู้คนก็มากมายเหลือเกิน บางทีเดินสวนกันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ฮอยอันน่าอยู่ค่ะ คอยอ่านตอนต่อไปนะคะ เป็นเรื่องสถานที่น่าเที่ยวในฮอยอันค่ะ
แงๆๆท่ามะกาไม่ไกลจากบ้านผมเลย แถมเดินเฉียดกันไปเฉียดกันมาครับพี่ ฮ่าๆ
สวัสดีค่ะคุณวันรวี
เป็นความบังเอิญอย่างไรก็ไม่ทราบนะคะที่ได้เจอคุณในชุมชนแห่งนี้
ดีใจมากๆ ค่ะ ไม่ทราบคุณจะยังจำได้หรือเปล่านะคะเมื่อประมาณต้นปี 2552 หนูได้เคยส่ง e-mail เพื่อติดต่อขอซื้อหนังสือที่คุณเขียนนะค่ะ...ทำยังไงได้ก็ใจมันรักเธอ...
แต่คุณก็ใจดีมากๆ ส่งหนังสือให้หนูอ่านโดยไม่รับเงิน ซึ่งหนูก็ยังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนความมีน้ำใจของคุณเลย (หนูเสียมารยาทจริงๆ ค่ะ)
วันนี้หนูได้รับหนังสือจากเพื่อนซึ่งสั่งซื้อเค้าไว้เพื่อที่จะส่งให้คุณ คิดว่าวันจันทร์จะส่งไปรษณีย์ไปให้ และเป็นความบังเอิญจริงๆ ที่คืนนี้เข้าระบบและมาเจอบันทึกของคุณโดยบังเอิญ ดีใจมากๆ ค่ะที่หนูกับคุณกลายมาเป็นเพื่อนบ้านกัน
...ต้องขอขอบคุณ gotoknow ที่ทำให้หนูมาพบกับคุณอีกครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะคุณทะเลดาว
ยังจำเหตุการณ์ได้ค่ะว่าส่งหนังสือให้ใครไปสักคนหนึ่ง แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว
ดีใจเช่นกันค่ะที่หากันเจอใน gotoknow ขอบคุณนะคะสำหรับหนังสือที่เตรียมส่งให้
จะรออ่านค่ะ