
หลายครั้ง สถานการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างบุคคลต่อบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลต่อกลุ่มบุคคล เพราะมีที่มาจากการใช้คำ ๒ นี้ ไม่ถูกเหตุ ผล ตน ประมาณ กาล ชุมชน และบุคคล
"I message" คือ การพูดถ้อยคำออกมาโดยเน้นไปที่ "เรา หรือตัวเองเป็นที่ตั้ง" ส่วน "ํYou message" เป็นการใช้ถ้อยคำที่เน้น "คนอื่น หรือสิ่งอื่น" เป็นที่ตั้ง
หลักการใช้ "I message"
- เน้นกระบวนการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ที่อาศัยทักษะการส่งหรือสื่อความหมายที่ชัดเจน “ที่ไม่ใช่การตำหนิ” เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ผู้ส่งหรือสื่อสารออกไปสัมพันธ์อยู่ขณะนั้น (พูดถึงความรู้สึกที่เกิดกับ “ฉัน” เท่านั้น)
- ผู้รับ หรือผู้ฟังความหมายที่สื่อออกมาจากข้อความที่ใช้คำว่า “ฉัน” “จะไม่รู้สึกว่าถูกกล่าวหา” หรือถูกขู่ และก็จะไม่ตอบโต้หรือปกป้องข้อกล่าวหา เหมือนการใช้คำว่า “คุณนั่นแหละ"
หลักการใช้ "You message"
- เน้นวิธีการสื่อสารที่มุ่งไปที่ "การจับผิด" และ "จำเลยเพื่อรองรับการกระทำผิด" โดยมีลักษณะเด่นอยู่ที่ "การตำหนิ" คู่กรณี หรือคนอื่นๆ
- ผู้รับ หรือผู้ฟังจะมีความรู้สึกว่า "กำลังถูกต่อว่า หรือถูกกล่าวว่า" ว่าเป็นต้นเหตุของความผิดพลาดบกพร่อง ในขณะเดียวกัน ผู้ฟังจะรู้จักว่า "เรากำลังเป็นตัวปัญหา" อันเกิดจากการพิพากษาของคนอื่น
ตัวอย่างของประโยค "I message" กับ "You message"
- ตัวอย่าง :You message
แกไปไหนมา เมื่อคืนทั้งคืน กลับเอาป่านนี้ แก นี่เลวมาก บอกกี่ครั้งกี่หนก็ไม่จำ ดีนะที่แกไม่ถูกตำรวจเขาจับ
- ตัวอย่าง : I-Message
- แม่รู้สึก ห่วงกังวลมาก เมื่อ ลูกไม่กลับมาบ้านเมื่อคืน เพราะ : แม่รักลูก แม่อยาก ให้ลูกกลับบ้านเร็วกว่านี้
สูตรของประโยคที่ใช้คำว่า “ฉัน” (I-Message)
ฉันรู้สึก__________เมื่อ__________เพราะ__________
ฉันต้องการ(อยาก)_____________________
ประโยคที่ใช้คำว่า “ฉัน” แบบผิด ๆ (False I-Message)
“ฉัน อยากให้คุณไปพ้น ๆ หน้าฉัน”
“ฉันรู้สึกว่าเจ้าหล่อนน่าจะหยุดทำบ้า ๆ นั่นเสียที”
(ใช้ “ฉัน” แต่ พุ่งประเด็นไปสู่การตำหนิคนอื่น)
สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคม "นกกระจาบ" มักจะสื่อสารโดยใช้ "You message" เป็นส่วนใหญ่ โดยมุ่งเน้น หรือจับผิดกันและกันว่า "คุณนั่นแหล่ะเป็นตัวปัญหา" หรือ "เป็นตัวการที่ทำให้ประเทศชาติ สังคม และองค์กรเป็นแบบนี้" หากคุณไม่ทำแบบนั้น แบบนี้ สังคม และองค์กรของเราจะไ่ม่เป็นแบบนี้ เชื่อมั่นว่า "ในที่สุด นายพรานจะเดินกระหยิ่มยิ้มย่องว่า วันนี้เราโชคดีเหลือเกินที่จะได้นกกระจาบทั้งฝูงไปปรุงเป็นอาหาร" แล้วจะมี "นกกระจาบสักกี่ตัว ที่จะรอดพ้นจากตาข่ายของนายพรานได้"
ด้วยธรรมะ พร และเมตตา
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,ผศ.ดร.
มหาุวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นมัสการครับ
ผมไปประชุมที่กรุงเทพฯ ช่วงแบ่งกลุ่มย่อยและออกมานำเสนอ ส่วนใหญ่ก็มักจะนำเสนอแบบ You message โดยลืมไปว่านิ้วชี้ที่ชี้ออกไปต่อว่าคนนั้นคนนี้ว่าผิด ที่เหลืออีกสี่นิ้ว ชี้เข้าหาตัวเองครับ
ในองค์กรที่หลายองค์กร มักจะสื่อสารแบบYou message กันครับ ก็เลยต้องอยู่กันอย่างระแวง ระวัง ห่วงหน้าพะวงหลัง เลยการพัฒนาไม่ค่อยขยับ เพราะมัวแต่ระวังตัว
ครู Small man,
นมัสการครับ
พอดีนึกถึง I message
* ช่วงที่ทานอาหารกับเพื่อนที่กรุงเทพ เพื่อนผมเขาตีลูกอายุ 3 ขวบ เขาบอกว่าลูกไม่รู้เรื่อง จึงต้องตี ผมบอกเพื่อนว่า ไม่ควรไปตีลูก เพราะลูกเขารู้เรื่อง แต่ต้องพูดกับเขาดีๆ ก่อนอื่นต้องสะกดอดกลั้นอารมรณ์ตัวเองก่อน แล้วคุยความรู้สึกให้เขาฟัง ว่าเราไม่ชอบให้ลูกทำพฤติกรรมแบบไหน ชี้แจงด้วยเหตผลดีๆ โดยอย่าไปดุด่า ตำหนิ หรือ จับผิด ลูกจะยิ่งดื้อและต่อต้าน
วิธีเลี้ยงลูกของฝรั่ง เขาก็จะเน้นให้สื่อสารด้วย I message ครับ
แต่ของไทย มักจะเลี้ยงลูกแบบ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ก็เลยต้องใช้การสื่อสารแบบ You message ให้สอดคล้องไปกับการตี
ครู Small man,
นมัสการพระอาจารย์
สังคมไทยเดินมาไกลมาก จนชินกับการใช้ You message
คงต้องค่อยแก้ค่ะ
นมัสการพระคุณเจ้า
ขอบพระคุณสำหรับสาระสำหรับการพัฒนาตนเองเจ้าค่ะ
โยมแก้ว และโยมณัฐ
นมัสการพระอาจารย์
ค้นเรื่อง I message เลยมีโอกาสมากราบอาจารย์ครับ
อ่านภาษาฝรั่งไม่ค่อยเข้าใจ อ่านบันทึกอาจารย์เลยเข้าใจครับ
เจริญพร คุณหมอ
อาตมาดีใจที่ได้เห็นสิ่งที่นำมาเสนอได้รับการศึกษา เรียนรู้ และขยายผลต่อไป ขอให้ใช้ I Message กันเยอะๆ
เจริญพร
นมัสการครับ
วันนี้ แวะเข้ามาใช้บริการความรู้อีกรอบครับ กำลังพัฒนาครูเรื่องการสื่อสารอย่างสันติ