คือความผิดพลาดอย่างแรง !! ถ้าคุณไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องลดความอ้วนให้ถูกวิธี

วันนี้มาว่าด้วยเรื่องราวของสุขภาพอีกแล้วค่ะ ในหัวข้อเรื่อง อ๊วน อ้วน

หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งมักคิดว่า ตัวเองอ้วนเกินไปและต้องการลดน้ำหนักคุณลองมาดูที่นี่ก่อนดีกว่ามั้ยว่า คำว่า อ้วน หรือไม่อ้วนเอาเท่าไรเนี่ย มันวัดได้จากอะไรบ้าง การจะวัดว่าอ้วนหรือไม่นั้น มีคำๆ หนึ่งที่สำคัญ นั้นคือ ดัชนีมวลกายหรือ Body Mass Index  (BMI)

BMI (Body Mass Index)

ค่าดัชนีมวลกาย เป็นดัชนีอาศัยความสัมพันธ์ระหว่าง ส่วนสูง และน้ำหนักตัว มาเป็นตัวช่วย
บ่งชี้สภาวะร่างกายของแต่ละคน ตัวดัชนีจะช่วยบ่งบอกให้ทราบว่าเรามีสภาพที่อ้วนมากเกินไป  หรืออยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ

ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม / ความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง

นำค่าที่คำนวณได้ มาเปรียบเทียบค่ามาครฐาน ได้คร่าวๆ ดังนี้

 ภาวะ

ค่าดัชนีความหนาที่คำนวณได้

 ผอม ระดับ 4

 < 16.0

 ผอม ระดับ 3

 16.0-16.9

 ผอม ระดับ 2

 17.0-18.4

 ผอม ระดับ 1

 18.5-19.9

 ปกติ

 20.0-24.9

 อ้วน ระดับ1

 25.0-29.9

 อ้วน ระดับ 2

 30.0-39.9

 อ้วน ระดับ 3

 > 40.0

แพทย์ที่ควบคุมการลดน้ำหนักส่วนใหญ่ ถ้าเพื่อความสวยงาม ในแง่สรีระ มักจะลดน้ำหนักให้คนไข้ อยู่ประมาณ ค่าต่ำสุดของค่าปกติ คือ ประมาณ BMI ให้อยู่ที่ 18.0-19.0

เพราะเหตุใด จึงลดความอ้วนไม่ได้เสียที??

ทำไม ลดความอ้วนได้แล้ว แต่ไม่นานก็กลับมากินเยอะเหมือนเดิม แถมน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก???

 

ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดของผู้ที่กำลังลดความอ้วนแม้ว่าจะโดยตั้งใจหรือโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่โปรดคำนึงและดูตามคำแนะนำนี้ว่า คุณได้ทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่

งดมื้อเช้า การงดมื้อเช้าโดยไม่รับประทานอาหารใดๆ เลยจะทำให้คุณกินอาหารมากเกินไปตลอดทั้งวัน การทานอาหารเช้าที่เหมาะสม เช่น ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่นทาเนยถั่วบาง ๆ พร้อมกล้วย จะช่วยให้ระบบเผาผลาญของคุณตื่นตัวและป้องกันคุณจากอาการหิวโซเมื่อมื้อกลางวันมาถึง เพราะมื้อเช้า ถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ทั้งยังนำสารอาหารไปเลี้ยงสมองให้มีความปลอดโปร่งและทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ทั้งวัน

เลือกทานแต่อาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำหรือไร้ไขมันทั้งหลายนั้นประกอบตัวน้ำตาลจำนวนมากเพื่อชดเชยกับการที่อาหารนั้นไร้ไขมัน ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้รับปริมาณแคลอรีมากกว่าอาหารปกติหลายกิโลขีดทีเดียว อย่านึกดีใจไปว่า ทานอาหารไขมันต่ำแล้วคุณรู้สึกตัวปลิว ที่จริงระดับน้ำตาลในกระแสเลือดไม่ได้แสดงออกอย่างนั้นเลย ทางที่ดีที่สุดก็คืออ่านฉลากอาหารเพื่อตรวจสอบแคลอรีและจำกัดจำนวนแคลอรีของอาหารว่างตอนบ่ายไว้ที่ 300 แคลอรี แนะนำให้ทานขนมปังโฮลวีทสอดใส่ด้วยสลัดผักคลุกงาดำ หรือถั่วอบน้ำผึ้ง หรือเมล็ดฟักทอง เม็ดอัลม่อนก็ได้ค่ะ

 ไม่ดื่มน้ำ  นอกจากจะเสี่ยงกับอาการขาดน้ำแล้วซึ่งจะทำให้เกิดอาการเครียด การขาดน้ำจะทำให้ร่างกายเกิดอาการหิวจัดเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป เพื่อหลีกเลี่ยงอาการนี้ควรดื่มน้ำอย่างต่ำวันละ 8 แก้ว ควรดื่มน้ำหนึ่งแก้วทันทีที่ตื่นนอน ดื่มทุกครั้งหลังคุณเข้าห้องน้ำ หนึ่งแก้วระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ และแก้วสุดท้ายก่อนคุณเข้านอนหนึ่งชั่วโมง 

เลือกที่จะดื่มแต่น้ำผลไม้ น้ำผลไม้นั้นจะมีแคลอรีและไม่มีไฟเบอร์ที่จำเป็นต่อร่างกายหลงเหลืออยู่เลยนอกจากน้ำตาลและสารให้ความหวาน น้ำผลไม้โดยเฉาพะอย่างยิ่งที่วางขายเป็นขวดเป็นกล่องๆ นั้นยังไม่มีประโยชน์เทียบเท่ากับการที่รับประทานผลไม้สดๆ ผลไม้สดจะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มซึ่งจะทำให้คุณไม่รับประทานมากเกินไปในมื้อหลัก 

เลือกทานจานผัก ถึงแม้อาหารจานผักจะมีแคลอรีและไขมันต่ำ แต่ต้องระมัดระวังอาหารจานผักที่ถูกปรุงด้วยน้ำมันในปริมาณมาก เช่นพวกผัดผักน้ำมันหอย ผัดผักรวมมิตร  ทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยงก็คือ เลือกรับประทานเป็นผักนึ่งดีกว่า

แซนวิชปลาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ลองคิดดูอีกครั้งก่อนสั่งแซนวิชหรือเบอร์เกอร์ปลา เพราะส่วนใหญ่เนื้อปลาพวกนี้มักจะโดย ทอด หรือปรุงรสด้วยมายองเนสซึ่งมีปริมาณไขมันและแคลอรีสูงกว่าแซนวิชหรือเบอร์เกอร์ทั่วไป ดังนั้นคราวหน้าลองเลือกเบอร์เกอร์ไก่ย่างแทนจะดีกว่า 

ไม่ทานของหวานเลย หลักสำคัญในการลดน้ำหนักก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินแย่ ๆ ของคุณแต่มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยที่จะเลยทานของหวานโดยสิ้นเชิง ถ้าคุณไม่อนุญาตตัวเองให้แตะต้องอาหารโปรดของคุณมาก มันจะทำให้รู้สึกขาดและทานมากเกินไปเมื่อคุณหมดความอดกลั้น 


เครื่องเคียง และท๊อปปิ้ง เมื่อคุณซื้อแซนวิชเพื่อสุขภาพแคลอรีต่ำ 300-400 แคลอรี แต่แล้วคุณกลับเติมเครื่องเคียงและท๊อปปิ้งมากซะ จากแซนวิชเพื่อสุขภาพ นั่นจะกลายเป็นฝันร้ายมากกว่า หากจำเป็นต้องใส่ ก็จงลดขนาดของอาหารลงและใส่เครื่องเคียงในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป

หลีกเลี่ยงไขมัน ในรายการโภชนาสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดในการบรรเทาความหิวโหยของมนุษย์นั้นก็คือ ไขมัน ดังนั้นคุณไม่สามารถที่จะอยู่ได้โดยไม่ทานไขมันเลย แค่จำไว้ว่าไขมันแต่ล่ะชนิดนั้นไม่เหมือนกัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่นไขมันจากพวกเนื้อแดง และของว่างถุงสำเร็จรูป อย่างไรก็ตามคุณสามารถทานเนื้อปลาได้มากอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะมีไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพคือ โอเมก้า-3 

ไม่ทานคาร์โบไฮเดรตเลยซึ่งมันก็เหมือนไขมันที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันเพราะมันเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย ซึ่งร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วน 55-60% ของอาหารที่คุณทานเข้าไปในแต่ล่ะวัน หากไม่ทานเลย ร่างกายของคุณจะหิวโซ และเกิดการทดแทนด้วยการสลายกล้ามเนื้อแทน แม้ว่าคุณจะรู้ว่าน้ำหนักนั้นลดลง แต่จะพบว่าใบหน้าและร่างกายอขงคุณก็โทรมลงด้วยเช่นกัน 

ตั้งเป้าที่เป็นไปไม่ได้ การลดน้ำหนักที่ดีต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบและเป็นไปได้ซึ่งรวมถึงการลดน้ำหนัก 0.5-1 กิโลในแต่ละอาทิตย์อย่างไม่หักโหม หลายคนตั้งเป้าไว้ว่าต้องลดน้ำหนักให้ได้ 2-3 กิโล ในอาทิตย์แรกของการลดน้ำหนัก นี่เป็นเป้าหมายที่เป็นได้อยากและลำบากที่จะรักษาเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ในระยะยาว  จากการศึกษาพบว่า คนที่ลดน้ำหนักอย่างช้าๆ มักจะได้ผลกว่าคนที่ลดอย่างหักโหมเมื่อเปรียบเทียบในระยะยาว 

กินเร็ว  พยายามทานให้ช้าลงเพื่อให้เวลาที่ร่างกายกับสมองจะได้สัมพันธ์กันซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการลดน้ำหนักโดยละมุนละม่อน 

ดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ จริงอยู่กาแฟจะช่วยในระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นแต่นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีในการลดน้ำหนัก การดื่มกาแฟมากเกินไปจะทำให้ขาดน้ำ ร่างกายอ่อนเพลียในระยะยาว ขาดความกระตือรือล้นและนอนไม่หลับ การดื่มน้ำเปล่าดีต่อสุขภาพและร่างกายมากกว่า 

อย่าท้อแท้ ถ้าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่คุณต้องการทำให้เกิดผลให้ได้ คุณต้องระมัดระวังอย่างที่สุดเกี่ยวกับนิสัยการกินของคุณ เริ่มต้นโดยการกำจัดนิสัยแย่ๆ ออกไปอาทิตย์ละอย่าง ไม่นานคุณจะสามารถกำจัดแคลอรีส่วนเกินได้อย่างแน่นอน

การลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ในทางปฏิบัติอาจจะไม่ง่ายและไม่ทันใจ แต่วิธีลด           น้ำหนักที่ปลอดภัยและได้ผล คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินซึ่งให้ผลระยะ ยาว ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความเต็มใจที่จะเปลี่ยนนิสัยการกิน การควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายด้วยค่ะ                     /  Designed By Wachi