บางร้านที่ไปกินน่ะ อารมณ์เราเหมือนโดนบังคับให้รีบกิน แต่ร้านนี้ไม่เหมือนกันเหมือนกับว่าเรานั่งได้สบายเรื่อยๆ ชิวๆน่ะ

ในวันที่อากาศเย็นสบาย ณ เวลา ในยามเย็นเกือบๆจะอาทิตย์ตกดิน ในขณะที่ผมกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้างอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเครื่องนี้ อยู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น หลังจากผมรับสายและสนทนาจนจบแล้ว สาระใจความสำคัญก็คือวันนี้ผมและเพื่อนๆจะไปทานอาหารที่ร้าน Peace Time ครับ

 

ร้าน Peace Time ที่ว่านี้ ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น(ผมไม่แน่ใจว่าบริเวณนั้นคือบริเวณของมหาวิทยาลัยหรือไม่ แต่คนแถวนั้นเค้าเรียกว่า ”หลังมอ” ครับ) ผมเคยมาใช้บริการที่ร้านนี้บ่อยครับ โดยส่วนมากแล้ว จะมารับประทานกาแฟที่นี่ครับ

ครับผมเป็นคนชอบรับประทานกาแฟ กินได้ทุกเวลา ตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง เที่ยงคืน โดยไม่สนว่ากินไปแล้ว มันจะนอนหลับหรือไม่  โดยปกติแล้วผมมักที่จะมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านนี้กับเพื่อน แต่ไม่บ่อยนักที่จะสั่งข้าวมากินด้วย เนื่องจากทางร้านนั้นเน้นที่จะขายสินค้าประเภทเครื่องดื่มต่างๆมากกว่า ทำให้ผมคิดว่ารสชาติของอาหารนั้นสู้กับพวกร้านอาหารแท้ๆไม่ได้ (อันนี้ความคิดส่วนตัวนะครับ บางคนเค้าก็บอกอร่อยดี) สภาพโดยรวมของร้านสะอาด ตกแต่งร้านได้น่ารัก และดูสงบดีครับ บริเวณโดยรอบนั้น ฝั่งซ้ายมือของร้านเป็นหอพักนักศึกษาครับ(จำชื่อไม่ได้) ฝั่งขวา เป็นสวนหย่อมเล็กๆ ดูแล้วให้ความร่มรื่นดีครับ บวกกับบริเวณดังกล่าว มีต้นไม้สูงขึ้นเยอะ ทำให้ผมคิดว่าร้านนี้บรรยากาศดีพอสมควร

 

ในระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น ผมได้ถามกับเพื่อนผู้หญิงคนที่เป็นคนต้นคิดมาทานร้านนี้แหละครับว่า

“รู้จักร้าน Peace Time นี้ได้ยังไง”   

“ก็เพื่อนแนะนำมาอีกทีนึงน่ะ เค้าบอกว่าร้านนี้ บรรยากาศดี ลองมากินดูสิ ก็เลยลอง”

“แล้วเป็นไง รู้สึกยังไง ในครั้งแรกที่มากิน”

“โอเคเลยนะ รู้สึกว่าชอบว่ะ”

“ชอบเลยเหรอ พอจะบอกได้มั๊ย ว่าชอบตรงไหน”

“ก็ร้านเค้าน่ารักดีอ่ะ บรรยากาศดี สบายๆ นั่งได้เรื่อยๆ ไม่กดดัน”

“ไม่กดดัน? ”

“ไม่รู้สิ บางร้านที่ไปกินน่ะ อารมณ์เราเหมือนโดนบังคับให้รีบกิน แต่ร้านนี้ไม่เหมือนกันเหมือนกับว่าเรานั่งได้สบายเรื่อยๆ ชิวๆน่ะ

“อ๋อ แล้วเรื่องรสชาติอาหารล่ะ เป็นยังไงมั่ง”

“ก็ดีนะ”

“ไม่เคลียร์นะ คำว่าก็ดีเนี่ย”

“อื้ม ยังไงล่ะ ก็ไม่ได้อร่อยมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ อยู่ในเกณฑ์ดีแล้วกัน”

“แล้วเครื่องดื่มล่ะ”

“ก็ดีเหมือนกันน่ะแหละ”

“กาแฟล่ะ”

“ชั้นไม่กินกาแฟ”

“อ้าว นึกว่าที่เพื่อนแนะนำมาครั้งแรก ให้ลองมากินกาแฟดูซะอีก”

“ป่าว เค้าบอกบรรยากาศดี เลยมากินดู”

“อื้ม แล้วทำไมวันนี้ถึงได้เลือกมาที่ร้านนี้ล่ะ”

“ก็อยากกินเฉยๆอ่ะ วันนี้แกยังไม่ออกจากห้องเลยนี่ ยังไม่ได้กินกาแฟใช่ป่าว เห็นกินทุกวัน ชั้นเลยเลือกร้านนี้ ชั้นหิวข้าวก็กินข้าว แกก็ได้ทั้งกินข้าวแล้วก็กินกาแฟด้วย ดีมั๊ยล่ะแบบนี้”

“อืม ดีสิ ดีมาก ^^ ”

 

โอ้โห ดูสิครับ จากบทสนทนา มันทำให้ผมเจออะไรที่เหมือนกันกับเพื่อนคนที่ผมเคยเขียนถึงในครั้งก่อน นั่นคือ

1.ร้านอาหารที่กำลังพูดถึงอยู่นี่ เพื่อนผู้หญิงเป็นคนแนะนำ

2.บรรยากาศครับ สำคัญมากครับ  ในครั้งก่อนเพื่อนที่ชอบร้าน มิยาบิ ยังบอกว่าอาหารมีรสชาติอร่อยครับ แต่คนนี้ผมฟังดูแล้วเค้าไม่สนใจเรื่องรสชาติอาหารเลยหรือสนใจแต่ก็น้อยมากครับ เน้นแค่บรรยากาศอย่างเดียวจริงๆ

 

และที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ ความห่วงใย ครับ การที่เธอเลือกร้านนี้ด้วยเหตุผลที่บอกว่ามีทั้งอาหารและกาแฟ(ที่ผมชอบดื่ม) ทำให้ผมคิดว่า ผู้หญิงเนี่ย เป็นคนช่างสังเกตุ ละเอียดอ่อนมาก และช่างใส่ใจกับคนรอบข้างจริงๆครับ ผมอยากให้ทุกๆท่านลองสังเกตุดูครับว่าจริงๆแล้วร้านอาหารที่คุณผู้หญิงเลือกที่จะไปใช้บริการนั้น บางทีเหตุผลนั้นมาจากความชอบบางอย่างของคนรอบข้างมากกว่าความชอบของตัวเธอเองเสียอีก ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน ลูก คนรัก รึว่าพ่อแม่ พี่น้อง

 

มันจะใช่อย่างที่ผมคิดมั๊ย

 

แล้วคุณล่ะครับคิดว่ายังไง