เย็นวันนี้โดนท่านอาจารย์ ibm ทักว่า ดูรูปการประชุมเมื่อวานที่คณะอิสลามศึกษา ทำไมไม่เห็นหัวหน้าสำนักประกันฯ ทำไมมีผมคนเดียว เสร็จจากตอบคำถามนี้ หัวหน้าประกันฯ เจอะเจอกับผมแล้วก็ถามด้วยคำถามคล้ายคลึงกันว่า ไปประชุมกับอิสลามศึกษา ไม่เห็นชวนกันเลย คำตอบเหมือนกันครับ คือ เพราะวันจันทร์ ผมตั้งใจจะไปคุยกันก่อนแล้วที่สำนักประกันฯ แต่หัวหน้าประกันไม่เข้า ดังนั้นผมเลยไม่ชวนไปร่วมงานในวันอังคาร เหตุผลของผมไม่ซับซ้อนครับ คือ เมื่อจะลงไปยังหน่วยงานต่างๆ ซึ่งรอบนี้ผมย้ำแล้วว่า เราจะต้องเน้นกระบวนการ ดังนั้นคนที่จะลงไปคลุกงานแบบนี้ต้องเข้าใจเทคนิคของมันก่อน ไปแบบไม่คุยกัน วงประชุมก็แตกพอดี 

ต้องบอกว่าได้คุยเรื่องวิธีการเดินงานประกันกับทีมงานประกันไปครั้งหนึ่งแล้วครับ ใช้เวลาเกือบชั่วโมง แต่ประเมินเบื้องต้นว่า เขายังนึกภาพสิ่งที่ผมจะทำไม่ออก แต่เย็นวันนี้ยืนคุยกันข้างมัสยิดกับหัวหน้าประกันฯ เกือบชั่วโมงได้ครับ ทำให้หัวหน้าประกันฯ เริ่มที่จะเห็นรูปแบบการทำงานที่ผมต้องการแล้ว ดังนั้นการประชุมกับหน่วยงานรอบหน้า ท่านลงไปทำงานกับผมได้แล้ว ก็อย่างที่ผมเคยคุยครับ นิสัยการทำงานของผมอย่างหนึ่งคือ ผมให้อิสระการคิดกับทีมงาน บางอย่างผมทำเอง คิดเองได้ครับ ผมคิดแต่ผมไม่บอกทีมงาน ผมอยากให้ทีมงานคิดออกแล้วเสนอมา ถามว่ามันต่างกันตรงไหน คำตอบคือ มันต่างตรงการนำไปใช้ครับ เขาจะภูมิใจว่านี่คือความเห็นของเขาที่หัวหน้าเห็นด้วย ซึ่งผลงานจะมีคุณค่าทวีคูณขึ้นกว่าการถูกสั่งให้ไปทำครับ

ดังนั้นในเบื้องต้น ผมจึงเป็นหัวหน้าทีมประเภทปล่อยเกาะทีมงานครับ "ทำไปเลย" แต่นั้นหมายถึงเราเองต้องพร้อมรับความผิดพลาดทุกอย่างที่ทีมงานของเราดูครับ และต้องติดตาม แอบมองอย่างใกล้ชิดครับ และบางงานที่ทีมงานทำจนเห็นนวัตกรรมใหม่ ผมอาจจะไม่เฝ้ามองเลยก็ได้ ในความเห็นผมๆ ว่า หัวหน้าแบบนี้ดีกว่าที่จะเป็นหัวหน้าแบบสั่งลูกน้อง และลูกน้องต้องตามฉันทุกประการ ต้องถูกต้องเรียบร้อยจนไม่มีที่ติ อือ ไม่รู้มีหัวหน้าคนไหนเห็นด้วยกับผมบ้างหรือเปล่า ฮิฮิ

สรุปง่ายๆ วันนี้ เช้าประชุม บ่ายประชุม แล้วก็เย็นประชุม ประชุมเยอะดีตรงไหน? ฮือ ก็ต้องยอมรับครับว่า การประชุมเป็นการสื่อสารในองค์กรรูปแบบหนึ่งครับ แต่การประชุมก็ต้องมีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพด้วยนะครับ ไม่ใช่ประชุมๆ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย แล้วบรรยากาศการประชุมก็เป็นหัวใจสำคัญของการประชุมครับ จำได้ว่าสมัยเรียน ป.ตรี เป็นเลขาที่ประชุมบ่อย เลยไปอ่านหนังสือเทคนิคการจัดประชุม ฮือ ชอบมากครับ แต่ตอนนี้ผมยอมรับว่า ท่านอธิการบดีเป็นคนหนึ่งที่ดำเนินการประชุมได้ดีมากครับ (เฉพาะสัปดาห์ สองสัปดาห์นี้ประชุมกับท่านสามสี่ครั้งแล้วครับ) วันนี้อาจารย์ ibm ถามผมประเด็นหนึ่งจากที่ประชุมกรรมการบริหาร ม. ฮือ ต้องยอมรับครับว่า ผมเข้าใจความหมายของคำพูดอธิการบดีผิด แต่พอเข้าใจก็ต้องบอกว่า ฮืออออออ ท่านดำเนินการประชุมในวาระเครียด แต่ก็ัยังทำให้เกิดรอยยิ้มในที่ประชุมได้เสมอครับ ทั้งๆ ที่ท่านไม่ใช่คนตลกหรือทะลึงนะครับ ท่านเป็นคนสุขุมมากๆ ครับ

บรรยากาศในห้องประชุมสำคัญมาก เมื่อไรที่สมาชิกในที่ประชุมผ่อนคลาย เป็นกันเอง ประเด็นต่างๆ สำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็นก็จะดีและมีคุณค่าขึ้น คนที่รับมติไปดำเนินงานก็จะมีความเต็มใจมากขึ้น บางทีประชุมไปนานๆ ความเครียดมาจับที่ต้นคอเราโดยไม่รู้ตัวครับ อย่างวันนี้ช่วงเช้า ประชุมสาขาวิชา มีประเด็นหนึ่งถูกนำเสนอขึ้น แล้วก็มีมติอย่างรวดเร็วไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยยึดหลักการเป็นสำคัญ เสร็จประเด็นนั้น ผมก็ลุกไปห้องน้ำครับ นึกอะไรบางอย่างออก (ฮา ในห้องน้ำอันผ่อนคลาย) กลับมาเข้าที่ประชุม เลยต้องขออนุญาตย้อนวาระกลับไปเรื่องที่ผ่านมาอีกครั้ง แล้วเสนอทางออกใหม่ ซึ่งปรากฏทุกคนก็รับแล้วก็ขยายผลออกไปอีก 

เริ่มต้นด้วยการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการประชุมเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ วันก่อนประชุมกับท่านอธิการบดี ปรากฏนัดบ่ายโมงครึ่งครับ ท่านอธิการท่านก็มาตรงเวลาครับ แต่สมาชิกในห้องประชุมมีเพียงสามคน คือท่่าน ผมและ ผอ.สนอ. ท่านสอบถาม ผอ.สนอ.ว่า แน่ใจหรือว่าสมาิชิกทราบการนัดประชุมในวันนี้ เชื่อมัยครับ ท่านรอเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะได้เริ่มประชุม ฮือ ทั้งๆ ที่สีหน้าท่านก็เริ่มประชุมออกจะไม่ค่อยพอใจเท่าไรครับ แต่พอเริ่มประชุมเท่าันั้นแหละครับ รอยยิ้มและน้ำเสียงเต็มไปด้วยไมตรีจิตจริงๆ ไม่มีน้ำเสียงขุ่นๆ ออกจากท่านเลยครับ (นับถือมากครับ ยอมรับว่าทำไม่ได้ครึ่งหนึ่งของท่านจริงๆ)

ผมว่านอกจากประธานในที่ประชุมมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศแล้ว สมาชิกในที่ประชุมก็ควรจะยึดหลักการเดียวกันครับ ลดการพูดเชิงตำหนิ การดูถูก แต่เป็นการนำเสนอประเด็นปัญหาแบบที่เรียกว่ามีฮิกมะห์หรือด้วยคำพูดดีๆ บ้าง และมีทางออกให้สำหรับปัญหาที่เสนอขึ้น พูดไปก็คิดไปว่าที่พูดไปนะสร้างสรรค์หรือทำลาย การประชุมก็จะมีคุณค่ามากขึ้นครับ 

ปล. วันนี้หลังประชุมสาขาวิชา ทีมงานสาขาวิชาได้ร่วมทานข้าวเที่ยงด้วยกันครับ ผมเสนอเองอันเนื่องจากรู้สึกว่านานมากแล้วที่ทีมงานในสาขาวิชาไม่ได้ทานข้าวด้วยกันครับ ซึ่งบรรยากาศที่ผ่อนคลายสร้างทีม สร้างความเข้าใจได้ดีมากครับ จนหัวหน้าสาขาวิชากระซิบผมว่า ฮือ นานมากแล้วที่บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสาขาวิชา ส่วนผมซึ่งเป็นคนเอ๋ยปากชวน ต้องขอบอกว่า ชอบครับ ได้ทานเข้าฟรี ฮิฮิฮิ