อยู่ในโลกแห่งความจริงต่อไป

  

 

 

อยู่ในโลกแห่งความจริงต่อไป               

อาจอ่อนไหว อ่อนแอ อาจแพ้พ่าย

วันข้างหน้า แสนหวัง ยังท้าทาย           

ให้ค้นหาหมุดหมาย ชีวิตจริง

 

โลกมีความจริง มีความฝัน                 

ในทุกวัน มีทุกข์สุข มีทุกสิ่ง

ปะทะไฟ ประทับฝัน อันอุ่นอิง              

 ประคองรักพักพิง ด้วยจริงใจ

 

ไม่ง่ายเลย เคยรู้เห็น เคยเป็นอยู่            

หนทางสู้ ทุกถนน อาจหม่นไหม้

ในห้วงฝัน ล้วนหุบเหว ล้วนเปลวไฟ        

จะก้าวไป ฝ่าพงอาจหลงทาง

 

ไม่มีใครแพ้พ่ายไปทุกครั้ง                   

และคงยังมีวันใหม่ฟ้าใกล้สาง

ชัยชนะหวังวาดอาจเลือนราง               

อาจพลาดพลั้งเจ็บจางจึงจดจำ

 

เก็บมาเป็นยา กลับมาดูแล                  

มาพักใจพ่ายแพ้ที่ชอกช้ำ

นอนเลียแผลนองเหลืองต่อเรื่องกระทำ    

มาเติมย้ำภาพเก่าเท่าเท่าเดิม

 

มาเติมเต็มหัวใจของนักรบ                       

สู้ทุกข์ทบทวีที่คอยเพิ่ม

เศษซากหัวใจร้างไฟเติม                          

ไร้ไฟเสริมสร้างสรรค์สวรรค์บนดิน

 

   ๒.

นักรบจากบ้านนอกจากคอกนา                 

สนามรบคือป่าปูนพ่ายสูญสิ้น

ผู้เหมือนนกไห้โหยโบกโบยบิน                  

ผู้จากบ้านพลัดถิ่นมาหางาน

                       

นกป่วยไข้ นกจร นครชีวิต            

นกหลงทิศ บินวก นกอีสาน

นกเหนือ ออก ตก นกร้าวราน                   

นกพิการ ตกตาย นกพ่ายพัง

 

อยู่ในโลกของความจริงต่อไป                   

หอบความหม่นไหม้กลับฟากฝั่ง

สู่เรือนเคหาเมฆาบัง                               

มือหนึ่งยังคอยประคองสองปีกนก

                       

 มือแม่มือน้อยคอยประคบ            

เหล่านักรบยุคสมัยผู้ไหวตก

แววตาแว่วหวานมิสะท้านสะทก               

ในอ้อมอกล้วนเปี่ยมยินดี

              

 อบอุ่นแม้ในอกที่เหี่ยวยาน                       

น้ำตาแห่งร้าวรานก็ล้นปรี่

โอบกอดเปี่ยมแววตาฉ่ำปรานี                   

แรงรักมีแต่เพิ่มคอยเติมใจ

                       

หนอโลกความจริงและความฝัน               

ถักทอรวมกันเป็นผ้าใส่

เหน็บหนาวความจริงทุกสิ่งไป                  

อบอุ่นฝันละไม ใช้ชีวิต!

                       

สัญญา  พานิชยเวช

เมืองเก่า สวรรคโลก

ปลายปี ๒๕๕๒