ปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ อย่างการศึกษา หรือสวัสดิการสังคม เป็นประเด็นที่มักถูกหยิบมาเป็น นโยบายหาเสียงของการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น ตลอดไปจนถึงระดับประเทศ
เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกยังไง..ยังไงอยู่ คล้ายๆอาการค้างคาใจต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
การออกมาแถลงนโยบายของนักการเมืองเชิงการตลาดว่าจะผลักดันเรื่องที่ว่านี้ หากตนได้รับการเลือกตั้ง และพอได้จริงๆ ก็ทำจริงๆ แต่ไอ้ที่ว่าทำนั้น ทำดีแค่ไหน? นี่คือประเด็นที่ผมรู้สึกว่ามันค้างคาใจ
อดีตเราเห็นเรื่องทำนองนี้ในแง่สิ่งสาธารณูปโภค เช่น สร้างถนน ประปา ไฟฟ้า อะไรประมาณนั้น ทำจริงๆ แต่.... ยกตัวอย่างเช่น ถนน ทำไปไม่ทันเท่าไร พังเสียแล้ว! เอาแบบตัวอย่างชัดเจนหน่อย เช่นถนนสาย ช่วง อ.นางรอง - อ.หนองกี่ - อ. หนองบุญมาก ผมรู้สึกว่ามันเพิ่งขยายสี่เลนเมื่อไม่นานนี่เอง แต่ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2552 ถนนมันแย่เสียแล้ว
กลับมาที่วันนี้การเมืองเขามีพัฒนาการ เขาไม่เล่นเรื่องสาธารณูปโภคแล้ว เพราะคนเขารู้ทันแล้ว หันมาเล่นอะไรที่เกี่ยวกับคนมากขึ้น เพราะกระแสเขาบอกว่าคนสำคัญ ต้องพัฒนาคนก่อน ทิ้งเรื่องคนไม่ได้ ก็เลยหันมาเล่นเรื่องการศึกษา เรื่องสวัสดิการสังคมในรูปแบบต่างๆ หากไม่เล่นเรื่องนี้เดี๋ยวจะตกยุค
ไม่ว่าประเด็นจะเปลี่ยน ทิศทางของนโยบายจะเปลี่ยน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเท่าไร นั่นคือ...
"คุณภาพ" ของผลงาน?
ลองมาคุยเล่นๆ แค่เรื่องสวัสดิการสังคม หรือว่าเรื่องการศึกษาก็ได้
ทดลองดูก็ได้ คุณลองให้ความเห็นตามที่คุณเข้าใจเอาเองง่ายๆว่า คุณภาพ ของ "สวัสดิการสังคม" หรือ "การศึกษา" ในระดับ 1 ดาว ไปจนถึง 5 ห้าดาวแตกต่างกันอย่างไร? แล้วลองกลับมาดูว่าที่เห็นอยู่ตอนนี้ในบ้านเรามันควรได้กี่ดาว?
มันไม่ต่างกับการ "ทำถนน" ที่ไม่ได้คุณภาพ ใช้ได้ไม่นานก็พัง
การพยายามสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มาจากครอบครอบด้อยโอกาส หรือ
การสร้างสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้ด้อยโอกาส หากสิ่งที่หยิบยื่นให้นั้น "ด้อยคุณภาพ" ไม่นานมันก็พังเช่นเดียวกับถนนสาธารณะ
แต่ถ้าดูผิวเผินก็เหมือนจะดูดี คล้ายๆกับว่าการคมนาคมสะดวกแล้ว มีถนนลาดยางแล้ว คนเก่งขึ้นแล้วมีดีกรีกันหมดแล้ว คนสบายขึ้นแล้วเข้าใช้บริการรักษาโรคฟรีแล้ว
แต่มันฉาบฉวยมาก เพราะคุณภาพที่พร่องไปนั้น มันกลับเป็นผลประโยชน์ที่ประเทศชาติต้องสูญเสีย ประชาชนทุกคนต้องสูญเสีย
แต่มันกลับไปกระจุกอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่ครอบครัว ขณะที่คนส่วนใหญ่ได้รับเพียงแค่ "ของด้อยคุณภาพ" แต่ผ่านการทำการตลาดมาเสียจน ดูราวกับว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง มันช่างน่าปลื้มใจ น่ายกย่องจริงๆนะครับท่าน?
สังคมเมืองไทยมัน "กระจุก" แต่ไม่ "กระจาย" ครับ หรือเกิดความเหลื่อมล้ำครับ
สลามครับอาจารย์ ธวัช
ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนในชุมชนต้องหันมาดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคนชายขอบริมรั้ว ที่ขาดโอกาสต้องดูแลให้ทั่วถึงเป็นอย่ายิ่งครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
....
คุณภาพ ก็วัดยากค่ะ วัดด้วยใจ พอไหมคะ