“SMS กวนใจในมือถือ” ใครว่าเป็นเรื่องธรรมดา
เนื่อจากวันอังคารที่ 12 มกราคม 2553 ทางเครือข่ายสภาองค์กรผู้บริโภคด้านสื่อ ได้จำกลุ่มคุยกันวงเล็กกับกลุ่มผู้ที่ประสบปัญหาเรื่อง SMS กวนใน ที่มีทั้ง SMS ที่ส่งมาแบบไม่ได้สมัค , สมัครับ SMS แล้วไม่สามารถยกเลิกการรับบริการได้ และปัญหาต่าง ๆ อีกมากมายซึ่งแต่ละคนได้พบเจอ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้หลายๆ คนอาจมองว่าเป็นปัญหาเล็กๆ ไม่น่าเอามาใส่ใจหรอกเมื่อเทียบกับปัญหาใหญ่ ๆ ซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศ ณ ตอนนี้ แต่เมื่อผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังและแลกเปลี่ยนก็พบว่า ปัญหาที่หลายๆ คนคิว่าเป็นปัญหาเล็กๆ แต่แท้ที่จริงแล้วกลับเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อตัวเราและเยาวชนที่เป้นอนาคตของชาติอย่างมาก เพราะในปัจจุบันี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โทรศัพท์มือถือได้กลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงค์ชีวิตของเราไปแล้ว เพราะการส่งข้อความSMS เป็นการส่งที่ไม่ได้จำกัดอายุของผู้รับเพราะฉนั้นทุกประเภทของข้อความทุกเนื้อหาและทุกข้อความเชิญชวนจึงถูกส่งไปยังทุกกลุ่ม ลองคิดดูว่าหากข้อความที่ไม่เหมาะสมกับเด็กหรือเยาวชนของเรา ไม่ว่าจะเป็นSMS เชิญชวนโหลดภาพสยิว คลิปวีดีโอสุดเซ็กซี่ หรือแม้นกระทั้งข้อความที่เชิญชวนให้โหดเพลงของค่ายต่างๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นชนวนก่อให้เด็กและเยาวชนเป็นบุคคลที่หลงอยู่ในวัตถุนิยมและยังเป็นการใช้จ่าย่างไม่รู้คุณค่าของเงิน เพราะพวกเขาไม่ได้คิดหรอกว่าการสมัคโหลดภาพหรือข้อความแต่ละครั้งนั้นมีมูลค่าเท่าไรและจะเกิดอะไรตามมา ดังนั้นเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำมัยเด็กวัยรุ่นจึงชอบจับกลุ่มดูมือถือกันตามสถานที่ต่างๆ และการได้รับ SMSกวนใจต่างๆ ยังเป็นการกระทบถึงสิทธิต่างๆ ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น สิทธิข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าบริษัทที่ส่งข้อความต่าง ๆ มาให้ได้เบอร์ของเรามาได้อย่างไร สิทธิในราคา หากเราสมัคบริการไปแล้วราคาที่ให้บริการเหมาะสมแล้วหรือไม่ เช่นหากใครที่ชอบกีฬาก็จะสมัคฟังผลฟุตบอลอาจจะในราคาครั้งละ 5 บาท แต่วันหนึ่งส่งมาให้เรา 3 ข้อความ ซึ่งเป็นข้อความเดียวกัน ก็เท่ากับวันนั้นเราเสียไปแล้ว 15 บาท สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเพียงพอ ซึ่งในการเข้าถึงข้อมูลก็เป้นเรื่องที่ดีเพราะเราจะได้ทันสถานนการณ์แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่มีสาระมีแต่ข้อความที่ชวนให่เราเสียเงิน ส่งเข้ามาทุกวันก็ทำให้เราเกิดความรำคาญและยังต้องเสียเวลามานั่งลบข้อความเหล่านั้นอีก ซึ่งในวงเสวนา อ.อิทธิพล ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ได้เสนอการจัดการคือ
- การสำรวจสถานการณ์อันเป็นปัญหาของการส่ง SMS กวนใจ
- การเรียกร้องตามสิทธิ
- การแสวงหาทางออก
-ข้อเสนอทางกฏหมาย
-ข้อเสนอทางสังคม
-ข้อเสนอเชิงนโยบาย
-ข้อเสนอด้านการป้องกัน
ในวงเสวนายังได้ตั้งโจทย์ให้ทุกคนได้คิดว่า “ใครเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ที่เราใช้ๆ กันอยู่” เราหรือผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งก็ยังเป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ยังไงก็หาคำตอบช่วยกันนะครับ หรือใครมีประสบการณ์หรือผลกระทบเกี่ยวกับ SMS กวนใจในโทรศัพท์มือถือก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ