การให้คำปรึกษาและการขอคำปรึกษา เนื่องจากคิดไม่ออก อยากให้มีคนมาบอก อยากรู้... ว่าจะไปทางไหน เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษา
สวัสดีครับ
สัปดาห์ที่ผ่านมาและสัปดาห์นี้ มีนักศึกษารังสีเทคนิค ชั้นปีที่ 2 หลายคนเข้ามาพบกับผม เกี่ยวกับเรื่องการทำงานภาคนิพนธ์ (เป็นเรื่องขบวนการวิจัยทางรังสีเทคนิค) ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ หลายคนกล้าๆ กลัวๆ เพราะกลัวถูกผมถามกลับ มากกว่าจะได้คำตอบจากผม
สำหรับตัวผมเอง ยินดีให้คำปรึกษากับนักศึกษาทุกคน ทุกเรื่อง(ถ้าทำได้) ที่นักศึกษาต้องการทราบ นักศึกษามักมาปรึกษาผม เนื่องจาก

1.ต้องการให้ บอกว่าจะต้องทำอย่างไร?
ถ้านักศึกษามาในลักษณะแบบนี้ นักศึกษาต้องเตรียมตัวมาให้พร้อม ต้องเตรียมความรู้มาให้มาก เพราะ ก่อนที่ผมจะชี้ทางให้เห็น ต้องทดสอบดูว่า นักศึกษามีความรู้ มีความเข้าใจในแนวทางที่จะไปสู่จุดมุ่งหมายมากน้อยเพียงใด? เพราะหากบอกให้ทราบหรือชี้ทางให้เห็นเลย นักศึกษาจะไม่ได้คิด ไม่ได้ตีความ ทำให้คิดเอง...ไม่ได้ ไม่ได้... แตกหน่อความคิด แล้วก็... จะไม่เกิดความเข้าใจ ต่อไปไม่นาน ก็จะ... ลืม เพราะคำชี้แนะของผม สามารถสลายได้ตามกาลเวลา ตามความสามารถในการจดจำ เท่าที่นักศึกษาจะรักษาไว้ได้
แต่... หากนักศึกษาได้ลงมือทำเอง คิดเอง ได้ค้นคว้าด้วยตนเอง สิ่งเหล่านี้จะติดตามนักศึกษาไปตราบนานเท่านาน
2.ต้องการมาบอกว่า สิ่งที่นักศึกษาได้ดำเนินการไปแล้ว มีความคืบหน้าอย่างไร?
ถ้านักศึกษามาลักษณะนี้ ไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะนักศึกษาได้การดำเนินการ ลงมือทำไปแล้ว อาจมีการติดขัดเล็กน้อย ผมก็ได้ให้คำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป และให้คำปรึกษาที่ตรงตามความต้องการได้ง่ายขึ้น
อาจารย์ เพียงแค่ดูว่านักศึกษาดำเนินการตามแผนหรือ ผิดแผน มากน้อยเพียงใด? ไปสู่เป้าหมายหรือไม่? จากนั้นก็... ชี้แนะเพิ่มเติมบางส่วน
แต่... หากผลงานออกมาผิดแผนมาก ก็ต้องมีการแก้ไข ไปซ่อมหรือไปเก็บข้อมูลมาใหม่ หรือเก็บเพิ่มเติมบางส่วน หรือหาเอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม เพื่อสร้างน้ำหนักความน่าเชื่อถือของผลลัพทธ์หรือผลงานที่เกิดขึ้น มีมากขึ้น

ในปีการศึกษานี้ หลายหัวข้อภาคนิพนธ์ น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถนำไปเสนอในระดับประเทศ ต่อไป โปรดติดตามต่อไป... ครับ
เทคนิคการถ่ายภาพซ้อนเยี่ยมยอดมากเลยคะ เข้าท่าดีเนาะ