ดร. วัลลา ชวนไปพักผ่อนวันหยุดที่มวกเหล็ก ในโอกาสที่เครือข่าย KM โรคเบาหวานไป retreat เพื่อทบทวนผลงานและแสวงหาแนวทางดำเนินการในอนาคต   ในระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ ธ.ค. ๕๒   ซึ่งผมไปร่วมได้ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๑๙ – ๒๐

          เช้าวันที่ ๑๙ สาวน้อยกับผมใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งก็ขับรถถึง Valley Garden Resort ที่มวกเหล็ก   สถานที่สวยงาม สงบ และอากาศเย็นสบายอย่างน่าประทับใจ   ผมเดาว่าทำเลที่ตั้งในหุบเขานี้คงจะตรงทิศทางลมพอดี    จึงมีลมเย็นโชยตลอดเวลา เป็นที่ชื่นชอบของผม แต่สาวน้อยเขาบ่นหนาว

         ตกเที่ยงไปกินข้าวจึงพบว่าเจ้าของเป็นภรรยาของ ศ. ดร. ณรงค์ สาริสุต แห่งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล   เป็นรีสอร์ทเล็กๆ มีเพียง ๓๐ ห้อง    มีห้องประชุมที่จุคนได้ ๖๐ คน   เพิ่งเปิดมาเป็นปีที่ ๒   เจ้าของบอกว่าไม่ได้โฆษณาเลย แต่ก็มีลูกค้าในวงการสุขภาพมากเป็นพิเศษ

           ตกค่ำดอกราตรีหอมอบอวลไปทั่วรีสอร์ท   ตื่นเช้าออกไปวิ่งจึงพบว่าเขาปลูกไว้ทั่วรีสอร์ท   ผมนึกในใจว่าหากปลูกต้นปีบสัก ๔ – ๕ ต้น กระจายไว้ทั่วรีสอร์ท จะให้ทั้งร่มเงาที่สวยงาม  ความงามของช่อดอก และกลิ่นหอมอ่อนๆ

          เช้าวันที่ ๒๐ ธ.ค. ผมออกไปวิ่งออกกำลังในบริเวณรีสอร์ทแล้วออกไปวิ่งตามถนนที่ลึกเข้าไปข้างใน   เห็นมีสนามแข่งมอเตอร์ไซคล์วิบาก ชื่อสนาม MAC   ข้างในมีรถยนต์จอดอยู่หลายคันและมีเต๊นท์พักแรม   วิ่งไปได้ไม่ถึงกิโลก็ไปเจอฝูงสุนัข    ผมไม่อยากสู้กับหมาหมู่จึงวิ่งกลับมาที่รีสอร์ท ได้เวลานัดกับสาวน้อยที่จะพาเขาเดินชมบริเวณรีสอร์ท  

          หลังเดินชมรีสอร์ทหนึ่งรอบ ระยะทางสัก ๒ ร้อยเมตร เราก็เดินเข้าไปในบริเวณบ้านสวนเขาล้อม ที่อยู่ติดกันและมีถนนติดต่อกันได้    เพียงแต่มีป้ายล้อเลื่อนกั้นห้ามเข้า    เราตีความว่าห้ามรถเข้า แต่คนเข้าได้    จึงเดินเข้าไปดู    พบอีกโลกหนึ่ง ที่เป็นโลกของนักซิ่งมอเตอร์ไซคล์ ชอปเปอร์    มีทั้งบังกาโล และที่กางเต๊นท์นอน    คนเยอะและเดาว่ากลางคืนคงจะเอะอะ เพราะเห็นมีขวดเบียร์กองอยู่เต็ม    เป็นโลกของคนเที่ยวอย่างสนุก   ตรงกันข้ามกับคณะของผม (ที่จริงของ ดร. วัลลา) ที่ชอบความสงบ 

          บ้านสวนเขาล้อมมีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม   ดูจะมีอายุหลายปีแล้ว   ในขณะที่ แวลเล่การ์เด้นท์รีสอร์ท มีอายุพียง ๒ ปี    บรรยากาศต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้จะอยู่ติดกัน  

          ทำให้เรานึกได้ว่าเมื่อคืนตอนดึกได้ยินเสียงดนตรีอยู่ใกล้    คงมาจากบ้านสวนเขาล้อมนี่เอง   ถัดจากบ้านสวนเขาล้อมก็เป็นสนาม MAC

          ตอนกินข้าวเช้า ดร. วัลลา มากระซิบว่าการมา retreat ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ได้แนวทางทำงานในอนาคตอย่างมั่นใจ   ผมมีความสุขที่ได้มีส่วนเล็กๆ ในการแนะนำให้ใช้ KM มาเดินเรื่องพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระดับชุมชน    ได้เห็นพัฒนาการต่อเนื่องในช่วงเวลา ๕ ปี    และมีทีท่าว่าจะดำเนินอย่างคึกคักต่อเนื่องต่อไปอีก 

          แล้วเราก็ได้ข้อมูลจากคุณน้อง เจ้าของ แวลเล่ การ์เด้นท์ รีสอร์ท ว่าที่บริเวณนี้เป็นของคุณพ่อของคุณน้อง ที่เป็นผู้จัดการฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค คนแรก    สมัย ๔ – ๕๐ ปีก่อนมีที่บริเวณนี้ให้จับจองมากมาย    คุณพ่อของคุณน้องชอบภูเขามากกว่าน้ำตก จึงมาจับจองที่นี่    และบ้านสวนเขาล้อมเป็นของพี่ชาย

          ช่วงนี้อากาศเย็นทั้งวัน ยิ่งตอนเช้ายิ่งเย็นสบาย   ทางทีม KM เบาหวานเขามีกำหนดการจะไปเยี่ยมชมฟาร์มโชคชัย แต่ไม้ได้จองล่วงหน้า    ปรากฎว่าทัวร์ฟาร์มโชคชัยวันนี้เต็มหมดทุกรอบ   คณะจึงเปลี่ยนเป็นไปชมไร่บีพีแทน   ผมจึงไม่ไปเพราะเคยไปแล้วกับคณะของธนาคารไทยพาณิชย์    เรานอนเล่นอ่านหนังสือดูรูปตากอากาศจน ๑๐ น. ก็ออกเดินทาง    แวะซื้อผลไม้ ผัก และขนมที่ถนนมิตรภาพใกล้ๆ ร้านครูต้อ  

          เราพบว่ากระหรี่ปั๊บอร่อยมาก  และหมูยอที่ร้านครูต้อก็อร่อย   และผมสังเกตว่าน้อยหน่าที่วางขายบริเวณนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน    คือเปลือกบางและเนื้อหนามาก    และเมล็ดน้อย   เรียกได้ว่าน้อยหน่าเจ้าเนื้อ   เนื้อเหนียวกว่าน้อยหน่าสมัยก่อน    แต่รส และกลิ่นหอมแบบน้อยหน่าสมัยก่อนมันหายไป    เป็นน้อยหน่าพันธุ์ใหม่จริงๆ

          ขากลับเราก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งก็ถึงบ้าน   โดยเราใช้ถนนเส้นเลี่ยงเมืองสระบุรีที่ตัดใหม่ไปลพบุรี   แล้วไปบรรจบกับถนนมิตรภาพ   ทำให้ขับรถสะดวกขึ้น

          เป็นการตากอากาศที่ประทับใจมาก คนชอบอากาศเย็นอย่างผมมีความสุขมาก   กลับมาที่บ้าน แม้อากาศก็ยังเย็นอยู่ แต่ก็อุ่นกว่าที่ การ์เด้นท์ แวลเล่ รีสอร์ท มาก

 

วิจารณ์ พานิช
๒๐ ธ.ค. ๕๒

   

สาวน้อยที่ระเบียงห้อง สวีต หมายเลข ๑๑๘

 

 

 

 

 

 

สวนที่นี่มีดอกไม้โทนน้ำเงินที่ผมชอบ

 

 

 

 

แม้ดอกไม้ป่ายังออกโทนน้ำเงิน

 

 

 

 

กุหลาบราตรี

 

 

เดินเล่นยามเช้า

 

 

 

บรรยากาศในสวนยามเย็น

 
   

อีกมุมหนึ่งของรีสอร์ท ยามเช้า

 

 

 

 

ภายในสวนยามเช้า

 

 

ภายในบ้านสวนเขาล้อม