ได้รับเมล์จากเพื่อน จั่วหัวว่า "มาดูวิธีใช้เงินของคนรวย"ได้รับความรู้การใช้เงินของเศษฐี ทั้งในประเทศไทย
และอีกหลายประเทศมาหยุดอยู่ที่
เศรษฐีความเลิศในการจัดการองค์ความรู้ ด้วยวิธีปฏิบัติจริง และได้ผลตรงตามความต้องการอย่างง่ายดาย
อย่างที่เรียกว่า......บิลเกตต์ และ จอร์จ โซรอส เรียกท่านผู้นี้ว่าเหล่าซือที่เดียว
สำหรับเรื่องรถ และหาที่จอดรถ ที่เขาทั้งสองใช้วิธีหน่อมแหน่มากที่เดียวเลยค่ะ
เชิญอ่านได้เลยค่ะ ว่าวิธีคิดของคนฉลาดจริงๆ เขาใช้เงินอย่างไร
ชายชาวอินเดียคนหนึ่ง
เดินเข้าไปในธนาคารกลางเมืองนิวยอร์ค
ถามหาเจ้าหน้าที่สินเชื่อ
ชายคนนี้บอก
กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อว่า
เขาจะต้องไปทำธุระที่ประเทศอินเดีย
ประมาณ 2 สัปดาห์
ก็เลยจะขอกู้เงินสัก
170,000 บาท
เจ้าหน้าที่สินเชื่อบอกกับเขาว่าการกู้ยืมเงินจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ชายชาวอินเดียยื่นกุญแจรถเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุดที่จอดอยู่หน้าธนาคาร
พร้อมกับเสนอขอใช้รถคันนี้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เจ้าหน้าที่สินเชื่อจึงตกลง
ให้กู้เงินโดยใช้รถค้ำประกัน
ผู้จัดการธนาคารกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อต่างก็ขบขัน
ชายชาวอินเดีย
ที่เอารถเฟอร์รารี่ราคา 8,500,000
บาท มาค้ำประกันเงินกู้
เพียงแค่ 170,000 บาท
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ขับรถเฟอร์รารี่เข้าไปจอดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของธนาคาร
สองสัปดาห์ผ่านไป
ชายชาวอินเดียก็กลับมาที่ธนาคารพร้อมด้วยเงิน
170,000 บาท
และดอกเบี้ยอีก 500 บาท
นำมาชำระคืนให้กับธนาคาร
เจ้าหน้าที่สินเชื่อพูดว่า
"ท่านครับ
เรารู้สึกดีใจมากที่คุณจัดการธุระของคุณได้เสร็จเรียบร้อย
และการกู้เงินในครั้งนี้ก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี
แต่ผมสงสัยอะไรนิดหน่อย
ตอนที่คุณไปแล้ว
เราได้เช็คประวัติของคุณดู
ก็พบว่าคุณร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีคนนึงเลย
แต่ทำไมคุณถึงต้องมากู้เงินกับเราแค่
170,000 บาทด้วย ล่ะครับ"
ชาวชาวอินเดียตอบกลับไปว่า
"ไม่มีที่ไหนในนิวยอร์คอีกแล้ว
ที่ผมจะสามารถจอดรถทิ้งไว้ได้ถึง
2 สัปดาห์ ด้วยเงินเพียง 500 บาท
พร้อมกับความมั่นใจเต็มร้อยว่ารถผมจะไม่หาย"
วิธีคิดของคนฉลาด
1 คนชอบ
สวัสดีครับ
อันที่จริง
ครูจ่อยเป็นฉลาดมากคนหนึ่งทีเดียว ที่ฉลาดอ่าน และอ่านอย่างฉลาดค่ะ
เรื่องแบบนี้ใครทำใครได้ค่ะ
กราบสวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์ ขอบพระคุณที่เมตตาส่งดอกไม้ช่องามไปกำนัลค่ะ
ตั้งแต่ริทำงานตามคำชวนเชิญที่เป็นลักษณะงานโครงการของหน่วยงาน ๒ โครงการ ทำให้เวลาหายไปมากเลยค่ะ ช่วงระยะเวลาของโครงการสี่เดือนนี้เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะทีมเราทำงานเอาจริงเอาจังมากค่ะ
ก็ดีที่ได้ทำงานมีประโยชน์แต่ทำให้จังหวะชีวิตเคลื่อนมาก แถมช่วงที่เขาปรับปรุงระบก็ทำให้โพสต์ยากเลยต้องทำใจค่ะ อีกอย่างคือไม่ใช่ไม่มีเวลาเขียนบล็อกนะคะ กลัวว่าเข้ามาเขียนแล้วก็จะติดพันไปแวะเวียนกัน ตอบความเห็นบ้าง สมาธิก็จะขาดตอน การเขียนถอดบทเรียนเหมือนเขียนหนังสือวิชาการเล่มหนึ่งเลยค่ะ นี่เหลืออีกโครงการก็ต้องส่งงานปลายเดือนมกราคม รับรองว่าเสร็จงานแล้วจะไม่หายหน้าไปนานค่ะ
ระลึกถึงอาจารย์เสมอค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาดูเคเบิลทีวีช่องแพนด้ายี่สิบสี่ชั่วโมงน่ะค่ะ ^___^
คนเก่งคนมีฝีมือและเป็นคนประณีต อย่างคุณนุชใครได้ทำงานด้วยถือว่าเป็นวาสนาค่ะ พี่ยังบ่นคิดถึงคุณนุชผ่านน้องเอกเลยค่ะ ทราบว่าไปญี่ปุ่น คงจะเขียนบล็อกหลังจากกลับมา แล้วก็เป็นจริงค่ะ พี่เพิ่งจัดงานแต่งงานลูกสาว เมื่อ ๑๒ ธค.ที่ผ่านมาที่กรุงเทพ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกกล่าวค่ะ