นงนุช เอี้ยงลักขะ ( คุณอำนวย )
อ.วีระศักดิ์ หอมสมบัติ
ศูนย์วิจัยข้าวสกลนครและทีมชุมชนมั่นยืน โพนนาแก้ว
ป้าลอม มอมุงคุณ ทีมชุมชนมั่นยืนอำเภอโพนนาแก้ว
มือวางอันดับ 1 ในการผลิตข้าวกล้อง ศึกษาพันธ์ข้าวในดวงใจ
พระเนตร กระบอกโท
ลุงนัด / ลุงสม / คุณลงดา / คุณตาเลิม / ครู ติ้ง
ทำไมพยาบาลชุมชนถึงต้องลงมือเรื่องข้าว วันนั้นจัดคลินิกเบาหวาน ได้ร่วมฟังบทสนทนากลุ่ม "เบาหวานคุยกัน" ทุกคนตื่นเต้นมากกับเรื่องเล่าของ ยายวาจ๋า กระบอกโท วันนั้นยายวาจ๋าเล่าถึงผล FBS ที่ลดลงจนควบคุมได้ดี ติดต่อกัน 6 เดือนแล้ว และยังสามารถลดยาฉีด ( Mixtard ) ลงได้ครึ่งหนึ่ง สรุปแล้วว่าเป็นผลจากการสีข้าวกล้องและกินข้าวกล้องอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องมา 6 เดือน
ชมรมเบาหวานโรงพยาบาลโพนนาแก้ว กลุ่มนี้มีความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดน้อย บางคนระดับน้ำตาลสูง 200 - 250 mg% ติดต่อกัน หลายๆเดือน จนวันหนึ่ง เมื่อได้มาคุยกัน หลังจากฟังเรื่องเล่าของ ป้าวาจ๋า กระบอกโท ที่ กินข้าวกล้องร่วมกับการสีข้าวกล้องด้วยตนเองแล้ว ควบคุมระดับนำ้ตาลได้
ป้าจันทร์แดง เชื้อพระซอง เริ่มสนใจและจะลองทำตาม
หลายๆคนในกลุ่มนี้ จะลองสีข้าวกล้องด้วยตนเอง และจะกินข้าวกล้องที่ตนเองทำขึ้นเพื่อควบคุมเบาหวานตามอย่างของป้าวาจ๋าบ้าง รอดูอีก 2 เดือนว่าระดับน้ำตาลของกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไรนะคะ
ขอแนะนำ ลุงพระเนตร กระบอกโท สามีป้าวาจ๋า กระบอกโท ลุงพระเนตรเคยเป็น อสม.ตั้งแต่ ปี 2537 ลุงเนตรใช้เวลากว่า 8 วัน ในเดือน ตุลาคม 2551 เพื่อฝึกทำเครื่องสีข้าวกล้องไม้ไผ่ และใช้เวลาอีก 5 วัน ในเดือน พฤษภาคม 2552 เพื่อพัฒนาเครื่องสีข้าวกล้องเครื่องที่ 2 หลังจากนั้นลุงพระเนตรและป้าวาจ๋าก็ใช้เครื่องสีข้าวกล้องที่ทำขึ้น เครื่องที่ 2 นี้เองในการผลิตข้างกล้องใช้บริโภคในครอบครัวและยังเผื่่อแผ่ สีข้าวกล้องให้เพื่อนบ้าน พระ แม่ชี ในบ้านนาเดื่อ ได้รับประทาน จนวันนี้ครอบครัวลุงพระเนตรและป้าวาจ๋า สามารถสร้างรายได้จากการรับจ้างสีข้าวกล้องในราคา กิโลกรีัมละ 5 บาท(คิดจากน้ำหนักข้าวเปลือก ) และลุงเนตรเริ่มผลิตเครื่องสีสำหรับจำหน่ายให้ผู้สนใจในนามชมชนมั่นยืน 100 ปี
เครื่องสีข้าวกล้องเครื่องแรก ที่ลุงพระเนตรฝึกทำร่วมกับเพื่อนๆเมื่อเดือนตุลาคม 2551 โดยมี ครูก้อง ( ธานี กิมไช่ย้ง ) เป็นผู้สอน ปัจจุบัน เครื่องนี้ใช้งานที่บ้านไผ่สีทอง ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร
ขอบคุณคะที่ให้ข้อมูล จะตามไปดูคะ
ขอเล่าต่อคะ กลุ่มเบาหวานคุยกันตกลงกันว่านอกเหนือจากการรับประทานข้าวกล้อง ก็จะออกกำลังกายกันด้วย ทางเราเคยพัฒนานวตกรรมกายบริหารด้วยผ้าข้าวม้า 12 ท่า พื้นฐาน โดยจัดทำเป็นคู่มือ และโปสเตอร์สำหรับฝึก ได้ฝึกให้ กลุ่มเบาหวานกลุ่มนี้ทดลองฝึกและทำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน ท่าที่ฝึกมี 12 ท่า ดังนี้
บรรยากาศการฝึกกายบริหารของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ โดยใช้การฝึกกายบริหารด้วยผ้าขาวม้า
ใช้ท่าฝึก 12 ท่าพื้นฐาน ฝึกท่าละ 20 - 30 ครั้ง รวมระยะเวลาฝึก 30 นาที พอดีเหงื่อซึม สบายตัว
ขอแนะนำป้าวาจ๋า กระบอกโท ผู้สร้างแรงกระเพื่อมให้บ้านนาเดื่อ ต.นาแก้ว และบ้านใกล้เคียงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ปี 2546 ได้รู้จักป้าวาจ๋าโดยการ ปรึกษาCase จากน้องพยาบาลที่รับผิดชอบคลินิกเบาหวาน ส่วนมาข้อมูลที่ได้รับทราบมาคือป้าคุมน้ำตาลไม่ได้เลย จนปี 2549 หมอก็เลยเปลี่ยนยาเบาหวานจากยากิน มาใช้ยาฉีด น้ำตาลก็ยังควบคุมไม่ได้ มาตรวจทีไรน้ำตาลก็มากกว่า 200 mg% ตลอด จนปี 2552 หลังจากที่ป้ากินข้าวกล้อง สีข้าวกล้องกินเอง จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์กับป้าขึ้น ป้าวาจ๋าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ดีจนป้าชอบเล่าให้คนอื่นๆฟัง
16 มกราคม 2553 ทางชุมชนมั่นยืน 100 ปี ร่วมนำเสนอ การผลิตข้าวกล้องด้วยเครื่องสีข้าวกล้องไม้ไผ่ ในงานกาชาดสกลนคร วันนั้นเราสัมผัสได้ถึงกระแสข้าวกล้อง กัลยาณมิตรหลากหลายเข้ามาแลกเปลี่ยนกับเรา หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็นต่อยอดการพัฒนาข้าวให้เรา ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ไสว โรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร หรือ คุณพาขวัญ พวงมาลี และอีกหลายๆท่าน ขอบคุณจริงๆที่ให้ความเห็นและเสริมแรงบันดาลใขต่อให้ทีมเรา
ถือว่าโพนนาแก้วเป็นต้นแบบในเรื่องสุขภาพดีวิถีไทยแบบพอเพียง สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่มีคุณค่าและสามารถนำไปต่อยอดได้ทุกคำตอบ หากต้องการ และที่สำคัญต้องมีความพร้อม
ขอเล่าเรื่องยายวาจ๋าต่อ.....
หลังจากที่ควบคุมน้ำตาลได้ดี ก็เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้น คือ เมื่อสุขภาพแข็งแรงขึ้น ยายวาจ๋าก็ขยันทำงาน เข้าป่าหาของป่ามากินมาใช้ในครอบครัว ก็เกิดเรื่องเมื่อเท้าไปสะดุดตอไม้ และกลายเป็นแผลเรื้อรัง ดังนั้นช่วงหน้าฝนก็ต้อง Admitted ยายวาจ๋าให้เป็นคนไข้ใน เพื่อรักษาแผลที่เท้า จนแผลดีขึ้น จึงให้กลับไปรักษาแผลต่อที่บ้าน รอบนี้ยายวาจ๋าต้องเสียนิ้วหัวแม่เท้าไป 1 นิ้ว
บทเรียนนี้ ทำให้ทีมงานต้องกับมาทบทวนกระบวนการดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวานอย่างจริงจัง ประสบการณ์ของยายวาจ๋าจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เราจะพัฒนาโปรแกรมดูแลสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานแบบบูรณาการณ์ ที่ต้องอาศัยการร่วมเรียนรู้อย่างจริงจังระหว่างทีมผู้ดูแล ผู้ป่วย และ หมู่บ้าน
งานนี้ต้องขอบคุณกองทุนสุขภาพตำบลนาแก้วที่อนุมัติงบประมาณดำเนินการมาให้ 36,000 บาท
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
อ.วีระศักดิ์ หอมสมบัติ
ศูนย์วิจัยข้าวสกลนครและทีมชุมชนมั่นยืน โพนนาแก้ว
ป้าลอม มอมุงคุณ ทีมชุมชนมั่นยืนอำเภอโพนนาแก้ว
มือวางอันดับ 1 ในการผลิตข้าวกล้อง ศึกษาพันธ์ข้าวในดวงใจ
พระเนตร กระบอกโท
ลุงนัด / ลุงสม / คุณลงดา / คุณตาเลิม / ครู ติ้ง
ทำไมพยาบาลชุมชนถึงต้องลงมือเรื่องข้าว วันนั้นจัดคลินิกเบาหวาน ได้ร่วมฟังบทสนทนากลุ่ม "เบาหวานคุยกัน" ทุกคนตื่นเต้นมากกับเรื่องเล่าของ ยายวาจ๋า กระบอกโท วันนั้นยายวาจ๋าเล่าถึงผล FBS ที่ลดลงจนควบคุมได้ดี ติดต่อกัน 6 เดือนแล้ว และยังสามารถลดยาฉีด ( Mixtard ) ลงได้ครึ่งหนึ่ง สรุปแล้วว่าเป็นผลจากการสีข้าวกล้องและกินข้าวกล้องอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องมา 6 เดือน
ชมรมเบาหวานโรงพยาบาลโพนนาแก้ว กลุ่มนี้มีความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดน้อย บางคนระดับน้ำตาลสูง 200 - 250 mg% ติดต่อกัน หลายๆเดือน จนวันหนึ่ง เมื่อได้มาคุยกัน หลังจากฟังเรื่องเล่าของ ป้าวาจ๋า กระบอกโท ที่ กินข้าวกล้องร่วมกับการสีข้าวกล้องด้วยตนเองแล้ว ควบคุมระดับนำ้ตาลได้
ป้าจันทร์แดง เชื้อพระซอง เริ่มสนใจและจะลองทำตาม
หลายๆคนในกลุ่มนี้ จะลองสีข้าวกล้องด้วยตนเอง และจะกินข้าวกล้องที่ตนเองทำขึ้นเพื่อควบคุมเบาหวานตามอย่างของป้าวาจ๋าบ้าง รอดูอีก 2 เดือนว่าระดับน้ำตาลของกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไรนะคะ
ขอแนะนำ ลุงพระเนตร กระบอกโท สามีป้าวาจ๋า กระบอกโท ลุงพระเนตรเคยเป็น อสม.ตั้งแต่ ปี 2537 ลุงเนตรใช้เวลากว่า 8 วัน ในเดือน ตุลาคม 2551 เพื่อฝึกทำเครื่องสีข้าวกล้องไม้ไผ่ และใช้เวลาอีก 5 วัน ในเดือน พฤษภาคม 2552 เพื่อพัฒนาเครื่องสีข้าวกล้องเครื่องที่ 2 หลังจากนั้นลุงพระเนตรและป้าวาจ๋าก็ใช้เครื่องสีข้าวกล้องที่ทำขึ้น เครื่องที่ 2 นี้เองในการผลิตข้างกล้องใช้บริโภคในครอบครัวและยังเผื่่อแผ่ สีข้าวกล้องให้เพื่อนบ้าน พระ แม่ชี ในบ้านนาเดื่อ ได้รับประทาน จนวันนี้ครอบครัวลุงพระเนตรและป้าวาจ๋า สามารถสร้างรายได้จากการรับจ้างสีข้าวกล้องในราคา กิโลกรีัมละ 5 บาท(คิดจากน้ำหนักข้าวเปลือก ) และลุงเนตรเริ่มผลิตเครื่องสีสำหรับจำหน่ายให้ผู้สนใจในนามชมชนมั่นยืน 100 ปี
เครื่องสีข้าวกล้องเครื่องแรก ที่ลุงพระเนตรฝึกทำร่วมกับเพื่อนๆเมื่อเดือนตุลาคม 2551 โดยมี ครูก้อง ( ธานี กิมไช่ย้ง ) เป็นผู้สอน ปัจจุบัน เครื่องนี้ใช้งานที่บ้านไผ่สีทอง ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร
ขอบคุณคะที่ให้ข้อมูล จะตามไปดูคะ
ขอเล่าต่อคะ กลุ่มเบาหวานคุยกันตกลงกันว่านอกเหนือจากการรับประทานข้าวกล้อง ก็จะออกกำลังกายกันด้วย ทางเราเคยพัฒนานวตกรรมกายบริหารด้วยผ้าข้าวม้า 12 ท่า พื้นฐาน โดยจัดทำเป็นคู่มือ และโปสเตอร์สำหรับฝึก ได้ฝึกให้ กลุ่มเบาหวานกลุ่มนี้ทดลองฝึกและทำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน ท่าที่ฝึกมี 12 ท่า ดังนี้
บรรยากาศการฝึกกายบริหารของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ โดยใช้การฝึกกายบริหารด้วยผ้าขาวม้า
ใช้ท่าฝึก 12 ท่าพื้นฐาน ฝึกท่าละ 20 - 30 ครั้ง รวมระยะเวลาฝึก 30 นาที พอดีเหงื่อซึม สบายตัว
16 มกราคม 2553 ทางชุมชนมั่นยืน 100 ปี ร่วมนำเสนอ การผลิตข้าวกล้องด้วยเครื่องสีข้าวกล้องไม้ไผ่ ในงานกาชาดสกลนคร วันนั้นเราสัมผัสได้ถึงกระแสข้าวกล้อง กัลยาณมิตรหลากหลายเข้ามาแลกเปลี่ยนกับเรา หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็นต่อยอดการพัฒนาข้าวให้เรา ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ไสว โรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร หรือ คุณพาขวัญ พวงมาลี และอีกหลายๆท่าน ขอบคุณจริงๆที่ให้ความเห็นและเสริมแรงบันดาลใขต่อให้ทีมเรา
ถือว่าโพนนาแก้วเป็นต้นแบบในเรื่องสุขภาพดีวิถีไทยแบบพอเพียง สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่มีคุณค่าและสามารถนำไปต่อยอดได้ทุกคำตอบ หากต้องการ และที่สำคัญต้องมีความพร้อม
ขอเล่าเรื่องยายวาจ๋าต่อ.....
หลังจากที่ควบคุมน้ำตาลได้ดี ก็เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้น คือ เมื่อสุขภาพแข็งแรงขึ้น ยายวาจ๋าก็ขยันทำงาน เข้าป่าหาของป่ามากินมาใช้ในครอบครัว ก็เกิดเรื่องเมื่อเท้าไปสะดุดตอไม้ และกลายเป็นแผลเรื้อรัง ดังนั้นช่วงหน้าฝนก็ต้อง Admitted ยายวาจ๋าให้เป็นคนไข้ใน เพื่อรักษาแผลที่เท้า จนแผลดีขึ้น จึงให้กลับไปรักษาแผลต่อที่บ้าน รอบนี้ยายวาจ๋าต้องเสียนิ้วหัวแม่เท้าไป 1 นิ้ว
บทเรียนนี้ ทำให้ทีมงานต้องกับมาทบทวนกระบวนการดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวานอย่างจริงจัง ประสบการณ์ของยายวาจ๋าจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เราจะพัฒนาโปรแกรมดูแลสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานแบบบูรณาการณ์ ที่ต้องอาศัยการร่วมเรียนรู้อย่างจริงจังระหว่างทีมผู้ดูแล ผู้ป่วย และ หมู่บ้าน
งานนี้ต้องขอบคุณกองทุนสุขภาพตำบลนาแก้วที่อนุมัติงบประมาณดำเนินการมาให้ 36,000 บาท