วันเด็กหยก เด็กโอปอล กับความสุขที่เต็มเปี่ยม

 

8 มกราคม 2553 เป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งปีนี้มีคำขวัญ คิดสร้างสรรค์ ขยันไฝ่รู้ คู่คุณธรรม

...และผมก็ได้ไปหาหมอเสวี คั่นเวลา ปรึกษาเรื่องการเป็นแผล ซึ่งเราก็ได้คัดเลือกแล้วว่าท่านน่าจะเชี่ยวชาญหรือพึ่งได้ ก็ไม่ผิดหวังหรอกได้ฉีดยาและก็กินยาเล็กน้อย  (ไม่ใช่ยุคที่นึกจะไปหาหมอก็ไปหาได้เลย ผู้บริโภคก็จำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจด้วย) 

จากนั้นก็พาทีมงานไปเที่ยววันเด็กกันที่สนามกีฬาจังหวัด ปีนี้อบจ.เค้าจัดได้สนุกสนาน มีบูทของส่วนราชการ มีถามตอบปัญหากันเพื่อที่แจกของรางวัลกัน ผู้คนร่วมงานก็มากมาย เด็กก็ได้รับของขวัญกันไปคนละไม่น้อย คิดเป็นมูลค่าก็ไม่มากอะไร แต่ความดีใจ ความสุขที่พวกเขาได้รับนั้นมากกว่าสิ่งของที่ให้มากมายทีเดียว

ในงานก็มีการแสดง มีโชว์จากโรงเรียนพิจิตรพิทยาคมชุดที่ไปแข่งชนะมาหลายเวทีแล้ว สลับกับการแจกของขวัญ

ซึ่งพิธีกรปีนี้ก็ดาบตำรวจปรีชา จันทร์ศรี และคุณอุบล รัตนา ลูกๆ ผมก็ได้ของขวัญมาด้วยการที่จดจ่อ อยากร่วมสนุกมากๆ ถึงขนาดไปนั่งกลางแดดเพื่อร่วมกิจกรรม ซึ่งคนนั่งกลางแดดมีน้อย ผมต้องไปตามกลับมาเข้าร่มซึ่งเค้าจัดเป็นเต้นท์ไว้โดยรอบ หลายครั้งทีเดียว จนกระทั่งงานเลิก น้องหยกกับโอปอลก็อยู่กันกับมวลสมาชิกที่หน้าเวทีนั่นเอง เต้นแล้วก็รับของ นำของมาเก็บ ก็ไปร่วมใหม่ เป็นอย่างนี้กันทุกครอบครัวเลย  ตรงนี้ก็ได้ความประทับใจหรือแง่คิดจากงานเค้าเหมือนกัน คือ การแสดงนั้นเราต้องการส่งความสุขสู่ผู้ชม หากเราต้องการจะพัฒนางานแสดงของเรา จำเป็นมากที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นที่แท้จริงและอย่างเสรีจากผู้ชม ก็จะทำให้ได้ข้อมูลสำหรับการพัฒนาต่อยอดจากจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน.. แม้ว่ามันจะฝืนความรู้สึกอย่างรุนแรงต่อผู้สำรวจหรือเจ้าของงาน หรือตนเอง ก็จำเป็นต้องทำ หากเราต้องการจะไปให้ถึงฝันของหลายๆ ลูกกะตาที่ฝากความหวังไว้กับเรา