นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ผมได้ปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศึกษาศาสตร์) ภาษาไทย ณ วันนั้นชีวิตผมอาจเรียกว่าโชคดีกว่าคนอื่นที่ไม่ต้องฟันฝ่าแบกเป้ขึ้นบ่าเดินเตร็ดเตร่หางานเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆ แต่มันก็เป็นบททดสอบก่อนการเดินทางมาถึงจุดนี้จุดที่ผมยืนอยู่ ผมได้รับการคัดเลือกจากการสมัครสอบเป็นนักวิชาการอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งในภาคใต้ แต่ก่อนหน้าวันที่จะไปสัมภาษณ์หนึ่งวันผมก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อทาบทามจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา (สถาบันที่ผมกำลังทบทวนอะไรบางอย่างถึงเส้นทางตลอดระยะเวลาที่เดินมา)  ณ วันนั้นปลายสายที่ติดต่อให้ผมพูดคุย คือ ท่านอาจารย์จารุวัจน์  สองเมือง (คณะนั้นดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์) ผมครุ่นคิดหนึ่งคืนจึงตัดสินใจตามความประสงค์ของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งไม่ไปสัมภาษณ์สถาบันแห่งหนึ่งแต่กลับเลือกมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาทั้งๆที่ไม่รู้มาก่อนว่าอยู่ที่ใดและเป็นอย่างไรผมได้ยินแต่คำว่า "กุลียะฮฺ"  ณ วันนั้นที่ไปถึงผมประทับใจอะไรหลายอย่างมากมายแต่เมื่อ ณ วันที่ไปเริ่มทำงานผมกลับเกิดคำถามมากมายในตัวเองกับมหาวิทยาลัยที่ผมเลือกมาที่นี่อย่างคนแปลกหน้า ด้วยกับวัยวุฒิ ด้วยกับคุณวุฒิ ผมไม่สามารถบอกตัวเองได้เลยว่าเพื่อนร่วมงานของผมคือเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ทุกท่านคือพี่ชายและพ่อของผมมากกว่า ความเกรงใจ ความเคารพในอะไรหลายๆอย่างมันทำให้ผมตัดสินใจอยู่เรียนรู้ด้วยกับความสุขที่ผมสุขกับมันนั่นคือ การได้สอนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักศึกษา ผมรู้เลยว่าความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเขานั้นแววตาของพวกเขาบ่งบอกถึงความหวังและความอยากรู้อยากเห็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (ผมเชื่ออย่างนั้น)

     เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งเทอมกับการไปเป็นอาจารย์พิเศษ ผมได้รับการทาบทามให้เป็นอาจารย์ประจำอย่างไม่มีข้อคำถามใดๆว่าทำไม...และทำไม  ผมตัดสินใจบรรจุในภาคการศึกษาที่ ๒ ของปีแล้วตัดสินใจคิดที่จะเรียนต่อ ป.โท ดั่งที่วาดฝันไว้และผมก็ได้นำใบสมัครไปให้อดีตท่านรองฯอีกครั้งพร้อมบอกเจตจำนงค์สาขาที่ผมอยากจะเรียนนั่นก็คือ "จิตวิทยาการศึกษา" แต่คำตอบ ณ วันนั้นคือการพูดคุยอย่างมีเหตุผลของท่านรองที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ผมอยากจะไปเรียนต่อในสาขาที่ต้องการ เพราะท่านมองว่า ณ วันนี้สาขาภาษาไทยยังคงมีความจำเป็นมากกว่าขอให้เรียนต่อตามสายที่เรียนมา ความจริงตอนปริญาตรีผมจบเอกภาษาไทยก็จริงแต่ผมเรียนวิชาโทจิตวิทยาเลยชอบการเรียนในสาขาวิชาโทมากแต่ผมก็ต้องกลับมานั่งครุ่นคิดขบหาคำตอบอีกครั้งว่าจะเอายังไงกับชีวิต อัลฮัมดุลิลละฮฺ (ขอบคุณพระเจ้า) ผมตัดสินใจยื่นใบสมัครอีกครั้งแต่คราวนี้ต้องให้ท่านคณบดี (อ.สุกรี หลังปูเต๊ะ) เซ็นต์รับรองการไปเรียนต่อ ผมตัดสินใจเปลี่ยนใบสมัครจากสาขาที่อยากเรียนไปสู่สาขาที่ใครหลายคนคาดหวังคือภาษาไทย

     ณ วันนั้นจวบจนวันนี้บททดสอบมากมายระหว่างที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยพร้อมกับคาบสอนที่มากมายเกินคณานับหนึ่งปีระหว่างรอให้ใครสักคนมาช่วยแบ่งเบาได้แต่เฝ้าวอนขอจากพระเจ้าให้ได้มีคนมาช่วยเหลือสังคมตรงนี้ อัลฮัมดุลิลละฮฺก็ได้อาจารย์รุ่นน้องผู้หญิงจากเมืองกรุงพกพาความตั้งใจเกินร้อยมาช่วยแม้ ณ วันนี้อาจารย์ท่านเองก็เจอบททดสอบมากมายแต่กำลังใจคือสิ่งสำคัญในฐานะที่ผมเคยพบเจอจุดนั้น ณ ตอนนั้นที่เข้าไปทำงานใหม่ๆ

      และแล้วเมื่อมาถึงวันนี้บททดสอบเท่าที่มีก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงผมตัดสินใจจะยื่นใบลาออกแต่ได้รับคำตอบจากท่านคณบดีซึ่งในระหว่างนั้นผมนั่งอยู่ในห้องของท่าน ผอ.สำนักวิทยบริการ (Ibm ครูปอเนาะ) พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนท่านคณบดีก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมบอกเหตุผลและให้ข้อคิดเห็นอะไรหลายๆอย่าง ผมตัดสินใจเก็บใบลาออกที่เซ็นต์ไว้เข้าลิ้นชักในความทรงจำของคำพูดที่ทั้งสองท่านให้ผมได้ไตร่ตรอง แล้วก็เปลี่ยนจากใบลาออกเป็นใบลาศึกษาต่อก็อัลฮัมดุลิลละฮฺผมได้รับความเมตตาให้ได้รับการอนุมัติภายใต้ข้อกังขาของคนบางคน (แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ...แม้คำพูดนั้นจะเจอกับตัวเองอย่างที่ไม่มีใครเคยรู้) คำถามที่ดูเหมือนจะหวังดีแต่น้ำเสียงของเขากลับประชดประชันเสียดสี " ๑ ปีจะจบหรือ" คำตอบของผมทุกสถานการณ์กับการเป็นอยู่ที่นี่ คือ การยิ้มรับทุกข้อคิดเห็นจะพูดเมื่อยามจำเป็น แม้จะลาศึกษาต่อแต่ผมก็ต้องกลับเข้าไปช่วยระดมความคิดกับปัญหาการขาดแคลนครูและรายวิชาที่สอนโทรศัพท์ที่สารพันเข้ามาพูดคุยในวันที่ผมลาได้ไม่ถึงเดือนใครเคยรู้บ้างว่า คำถามภายในใจของผม คือ อะไร แต่ผมก็ตัดสินใจกลับเข้าไปต่อเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนได้เดินต่อไปเพราะสิ่งสำคัญคืออนาคตของนักศึกษา...

       ห้วงเวลาผ่านพ้นไปการดิ้นรนเดินทางจาปัตตานี ยะลา ไปเรียนยัง ม.ทักษิณ ที่สงขลาคืออีกห้วงเวลาของบททดสอบที่มิมีใครเคยรับรู้ถึงบททดสอบที่ผ่านมาเว้นแต่เพียงพระเจ้าที่สร้างผมมาแต่ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺกับการทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าผมเหลือเวลากับความอดทนอีกมากเท่าไหร่ (ผมมีคติอยู่ว่า "เมื่อเวลาผ่านไปความอดทนจะกลายเป็นความสำเร็จ...อินชาอัลลอฮฺ)

        ณ วันนี้ผมได้กำลัังใจได้รับการช่วยเหลือได้รับคำแนะนำตักเตือนจากหลายๆท่านในการที่จะเดินต่อไปให้ถึงฝั่งฝันของใครหลายคนแต่ผมเองกลับไม่แน่ใจว่าใช่ฝั่งฝันของผมหรือไม่ (เพราะผมมีความฝันองผมที่ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไปให้ถึงฝั่งฝันนั้นให้ได้) แม้ระยะเวลาถึง ๕ ปีของการเรียนปริญญาใบนี้ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดให้เรียนแต่ผมมีเวลาเพียงไม่ถึง ๑ ปีของมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานผมต้องทำอะไรอีกมากมายเพื่อให้รู้ว่าเวลา ๕ ปีของหลักสูตรผมใช้มันไม่หมดนะ (อินชาอัลลอฮฺ) ผมจะพยายามด้วยความหวังและดุอาอฺและเมื่อถึงวันนั้นผมคงเป็นคนแรกๆที่สามารถพิชิตสิ่งที่ใครหลายคนมองว่ามันยากนะกว่าจะไปถึงซึ่งปริญญาแห่งสาขาของสถาบันแห่งนี้

(ภาพถ่ายตอนไปเยี่ยมเยียนพี่น้องที่อุดรธานี)

     ผมขอขอบคุณพี่สาวที่แสนดีอีกท่านในโกทูโน  ศน.อ้วน ที่ให้คำปรึกษาในงานของผมผ่านทางจดหมายอีเล็คทรอนิคส์ (E-mail) เพื่อสร้างความกระจ่างชัดในงานของผมกับองค์ความรู้ที่ผมยังคงด้อยประสบการณ์อีกมากมาย ขอขอบคุณด้วยใจสำหรับคำปรึกษามา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง รวมทั้งทุกกำลังใจที่มอบให้เสมอมา

     ขอบคุณกำลังใจและมิตรภาพจากสมาชิกบ้านมิสบะฮฺที่รวมเอาทุกความรู้สึกและกำลังใจทุกย่างก้าวให้ได้เดินต่อไป และขอบใจสำหรับกลุ่มเสียงเล็กๆทุกท่านน้อง สัญญาเราจะเดินไปด้วยกันและร่วมผลักดันสิ่งสร้างสรรค์สู่สังคม

    อีกไม่นาน อีกไม่นาน ผมจะกลับไปพร้อมทบทวนในสิ่งที่ควรจะเป็นต่อไปเพราะกำลังใจ(หรือกดดันก็ไม่รู้ อิอิ) ที่ผ่านมามันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความอดทนบนความไม่เข้าใจมันมีค่ามากเพียงใด

      ขอพระเจ้าโปรดตอบแทนคุณความดีแก่ทุกท่านในทุกๆการงานของความตั้งใจ

       "รู้ว่าไกลแต่จะไปให้ถึงซึ่งปริญญา"....ด้วยความหวังและดุอาอฺ

  บันทึกความในของผู้ชายคนนี้

           ฟูอ๊าด (เสียงเล็กๆ)

   ณ ห้องเช่าเล็กๆหน้า ม.อ.

   แต่เพียงพอกับความสุขที่มี

         ๑๑ ม.ค. ๒๕๕๓