ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าท่านจะเดินไปได้อย่างไร แต่มันอยู่ที่ว่าท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังเดินไปต่างหาก
มีคนเคยตั้งคำถามว่า . . . จะ
“เดินทางตามหา” ความรักได้อย่างไร?
เมื่อใดก็ตามที่ท่านมีคำถามนี้ขึ้นมา
แสดงว่าการเดินทางของท่านนั้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ท่านกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางนั้นแล้ว
ท่านควรจะรู้ว่าท่านกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางนั้นแล้ว
ตัวท่านนั้นเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตลอดเวลา
ไม่ว่าท่านจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือไม่ก็ตาม
แต่ท่านก็กำลังเคลื่อนไป มีพลังอันยิ่งใหญ่อยู่ข้างในตัวท่าน
มันกำลังทำงานอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน การดำรงอยู่เป็นวิวัฒนาการ
มันเป็นบางอย่างที่เคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าท่านจะเดินไปได้อย่างไร
แต่มันอยู่ที่ว่าท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังเดินไปต่างหาก
การเดินทางมันอยู่ที่นั่นแล้ว
เพียงแต่ท่านจำมันไม่ได้เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น เมื่อถึงวันหนึ่งต้นไม้ก็จะตายไป
แต่ต้นไม้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความตาย นกและสัตว์ก็ต้องตาย
และพวกมันก็ไม่รู้เช่นกัน มีแต่คนเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเราต้องตาย
และการรู้นั้นก็ออกจะดูคลุมเครือ ไม่ชัดเจน
เช่นเดียวกันกับการมีชีวิตอยู่ นกมีชีวิตอยู่ แต่พวกมันก็ไม่รู้
ไม่รู้หรอกว่าพวกมันมีชีวิตอยู่ ท่านจะรู้จักการมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
ถ้าท่านเองไม่รู้จักความตาย
ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านมีชีวิตอยู่ถ้าท่านไม่รู้ว่าท่านกำลังจะไปสู่ความตาย
ทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องมาคู่กัน นก สัตว์ ต้นไม้มีชีวิต
แต่พวกมันไม่รู้หรอกว่าพวกมันมีชีวิต
คนเราถึงจะรู้ระแคะระคายว่าถึงวันหนึ่งตัวเราเองก็จะต้องตาย
แต่ก็เป็นการรู้ที่ค่อนข้างพร่ามัว
เหมือนกับว่ามัีนซ่อนตัวอยู่ในหมอกควัน
และมันก็เป็นเช่นเดียวกันนั้นในเรื่องการมีชีวิตอยู่ ท่านมีชีวิตอยู่
แต่ท่านก็ไม่รู้ว่าการมีชีวิตอยู่นั้นเป็นอย่างไร มันช่างดูคลุมเครือ
ไม่ชัดเจน เวลาข้าพเจ้าพูดว่ารู้จักหรือจำมันได้
ข้าพเจ้าหมายถึงการที่ท่านได้ตระหนักรู้ รู้ว่าพลังของชีวิตคืออะไร
และมันก็อยู่ในนั้นแล้ว การที่คนเราตื่นรู้ในการดำรงอยู่ของเรา
มันเท่ากับเป็นการเดินทางเข้าไปในความรัก
การที่ท่านเข้าไปถึงจุดที่ท่านตระหนักอย่างเต็มที่ว่าไม่มีความมืดใดๆ
ในตัวท่านอีกต่อไป นั่นคือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง จริงๆ
แล้วการเดินทางนั้นยังไม่ได้เริ่มต้นและยังไม่ถึงจุดสุดท้าย
ท่านจะยังคงเดินต่อไปหลังจากนั้น
แต่มันจะเป็นการเดินทางที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นเชิงคุณค่าหรือว่าเชิงคุณภาพก็ตาม
มันจะกลายเป็นความสุขสันต์หรรษา
แต่ทว่าตอนนี้มันยังคงเป็นความทุกข์ทรมานอยู่
-
โอโช่ (Osho) จากหนังสือ “ดีไซน์รัก” หน้า
52
สวัสดีค่ะอาจารย์
เป็นหนังสือเล่มแรกที่ตั้งใจจะอ่านหลังสอบในช่วงต้นเดือน กพ .นี้ค่ะ อยากอ่านมาก...แต่ขอเก็บไว้ดื่มด่ำกับความรักหลังสอบนี้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ความรักมันก็อยู่กับตัวเรา แต่คนส่วนใหย่มักจะแสวงหามัน
เพราะอยากจะครอบครองมันค่ะ มันเป็นความใคร่
ความรักแท้ ก็เป็นรักแบบเมตตาที่มีได้กับทุกคน
ขอบคุณมุมคิดที่นำมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเล่าสู่กันฟังครับอาจารย์
ความรักคือสิ่งงดงามตามความหมายหากรักนั้นไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ
ดูแลสุขภาพด้วยครับ
ระลึกถึงเสมอครับ
ความรักที่เกินขึ้นกับผมทุกๆครั้งในชีวิต มันเหมือนน้ำแข๊งขนาดเล็กๆ เมื่อเราพอที่จะได้รับความอบอุ่นจากมันได้ไม่นาน ความรักก็ละลายหายไปจนหมด มีแต่คำถามเติมไปหมดในหัวว่าทำไม ทำไมความรัก ถึงได้หนีผมไปทุกครั้งเมื่อผมเริ่มรักขึ้นมาจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนจะร้องแต่น้ำตามันก็ไม่มี ผมก็แค่ยากดูแลใครซักคน ยากจะจับมือ ยากกอด และถ้าผมตื่นขึ้นมาผมก็ยากเห็นหน้าเค้าทุกๆวัน เวลาออกไปทำงาน ไปกินข้าว ออกไปดูหนัง ก็ยากไปด้วยกัน เป็นเรื่องปกติของคนรักเค้าทำกันอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องปกติที่ผมคงจะไม่มี