"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง" เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้า ฉันต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อจะเข้างานเวรเช้า อาชีพของฉัน คือ พยาบาลสาวผู้น่ารัก เมื่อมาถึงแผนก ฉันหยุดยืนที่หน้าประตูเพื่อสำรวจจำนวนผู้ป่วยที่ติดเอาไว้ "วันนี้มี 6 เตียง" หลังจากรับเวรเสร็จ ฉันได้รับมอบหมาย เตียง ICU 6 คนไข้มีเลือดออกจากทางเดินอาหารตอนต้น ย้ายมาจากตึกอายุรกรรม ผู้ป้วยอาเจียนเป็นเลือดสด 2000 ซีซี ผิวหนังและเปลือกตาซีดมาก ความเข้มข้นเลือด 12 % เหนื่อยหอบมากขึ้นเรื่อยๆ แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ เมื่อคืนนี้เวรดึกบอกฉันว่า ต้องยืนปั๊มเลือดทั้งคืนได้ไปประมาณ 3000 ซีซีแล้วก็ยังไม่พอ แสดงว่าเลือดข้างในยังไม่หลุด จองเลือดไว้อีก 5 unit "โชคดีของผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลเรามีเลือดพร้อม" ฉันนึกในใจ เมื่อคุณหมอมาเยี่ยมผู้ป่วย มีคำสั่งมากมาย และสั่งให้ตามเลือดมาให้คนไข้ "ด่วน" ความดันโลหิตผู้ป่วยเริ่มลดลงอีก "รับเลือดค่ะ" เสียงหวานๆตามสายโทรศัพท์จากคลังเลือด "ความดันโลหิตผู้ป่วยต้องดีขึ้นแน่...เมื่อได้รับเลือดทดแทนเพียงพอ" ฉันภาวนาในใจ ไม่อยากให้คนไข้เป็นอะไรไป เมื่อเลือดมาถึง พวกเราช่วยกันนำถุงเลือดแช่น้ำ เพื่อให้เลือดอุ่นขึ้น ส่วนถุงที่ต้องด่วนละทำอย่างไร หัวหน้าฉันบอกว่าว่า "ไม่ต้องรอให้อุ่นหรอกนะ ใช้น้ำอุ่น อุ่นสายก้อได้" "งง ละสิครานี้" หัวหน้าของเราแนะนำให้ติดถุงน้ำเกลือแล้วใส่น้ำอุ่น ปาดช่อง เพื่อนำสาย(ชุดให้เลือด)ผ่านน้ำอุ่นๆ ในคราที่เราต้องการช่วยให้ผู้ป่วยของเราได้เลือดด่วนและรวดเร็ว เลือดไหลช้ามาก ฉันต้องช่วยปั๊มเลือด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับเลือดเร็วขึ้น "ฉันต้องช่วยคนไข้อย่างเต็มความสามารถ" พยาบาลผู้น่ารักอย่างฉันพร่ำบ่นในใจ เลือดกระเด็นมาเปื้อนฟอร์มที่ฉันสวม "ฉันทนได้เพื่อคนไข้ หากผู้ป่วยรอดได้ทั้งๆที่อาการไม่ดี ...นี่หละ ปาฎิหารย์ มีจริง" ฉันพยายามทบทวนการดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยได้เลือไดไปประมาณ 2000 ซีซีแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น ความดันโลหิตยังต่ำ ผิวหนังซีดจนเกือบขาว ความรู้สติลดน้อยลง คุณหมอส่องกล้องดูภายใน กระเพาะอาหาร "โอ้ย....พระเจ้า!!! มันช่างน่ากลัว อะไร เช่นนี้" พยาบาลประสบการณ์ 2 ปี อย่างฉันออกอาการตกใจ เมื่อได้เห็นอุปกรณ์เครื่องมือส่องกระเพาะอาหาร คุณหมอเริ่มสอดกล้องลงไปที่กระเพาะอาหารของผู้ป่วย "เห็นแล้ว" เสียงคุณหมอพูดขึ้น "จุดเลือดออกใหญ่เกินไปที่เครื่องจึ้ที่เราจะทำได้" คุณหมอบอกกับฉันและพี่ๆเพื่อนๆ ฉันรู้สึกสงสารผู้ป่วยจับใจ "ไม่ส่งต่อ เหรอคะ" ฉันส่งเสียงออกไปโดยไม่ทันคิดและเกรงใจใคร "ไม่ละครับบ.....ไม่คุ้ม...... สงสารคนไข้" คุณหมอบอกฉัน สีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่ฉันรู้สึกสลดใจ คุณหมออธิบายอาการของผู้ป่วยให้ญาติฟัง ญาติเข้าใจ บอกว่า "อาการไม่ดีตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว เกือบได้ปั๊มหัวใจที่ห้องฉุกเฉิน" "ถ้ามาอยู่นี่ เป็นอะไร ก็ปล่อย สงสารแก...." ลูกสาวบอกกับคุณหมอ คุณหมอบอกกับญาติว่าจะให้การช่วยเหลือด้วยยาด้วยเลือดอย่างเต็มที่ หากคนไข้ไม่ไหวก็คุยกันอีกที่ ฉันให้ลูกๆคนไข้เข้มาอยู่กัยคนไข้ ช่วยเช็ดหน้าให้คนไข้ หากต้องการทำพิธีอะไรตามความเชื่อก็สามารถทำได้ "ขอกลับบ้านดีกว่าค่ะ คุณหมอ" ลูกสาวคนไข้บอกกับฉัน ฉันช่วยติดต่อรถเพื่อไปส่งคนไข้ที่บ้าน บอกวิธีการเอาท่อช่วยหายใจออกให้ผู้ป่วย หากผู้ป่วยไม่หายใจแล้ว 3 วันต่อมา ฉันได้ข่าวจากคนที่อยู่บ้านใกล้คนไข้ ว่า คนไข้เสียแล้ว ฉันบ่นพรึมพร่ำ "สู่สุคติค่ะคุณตา ขอบฟ้าที่ไกลโพ้น รอคุณตาอยู่ ขอบคุณที่คุณตาเป็นครูให้กับหนู ได้เรียนรู้การช่วยชีวิตจากการสูญเสียเลือดอันมากมาย" "My diary" บันทึกอันตื่นเต้นและได้เรียนรู้
มาเชียร์ sha ของท่าบ่อครับ ฝากคิดถึงป้าแดงด้วยครับ
มาเชียร์ด้วยคนค่ะ อิอิ
สวัสดี คุณวงน้ำ sha ที่ท่าบ่อ
คนเป็นพยาบาลน้ำใจงาม ช่วยคนด้วยจิตใจมราเมตตาครับ มาชวนไปเยี่ยมบ้านพบกับชาวGotoknow
ที่ไทยรัฐวิทยา 63 ไปวันหยุดก็ได้ครับ
แวะมาเยียมน่ะ
แวะเข้ามาเยี่ยมชมเป็นครั้งแรกครับ
ก็ได้รู้การทำงานของพยาบาลว่ามีความยากลำบากต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่
เพราะสิ่งที่คุณทำคือการช่วยชีวิตคน ซึ่งถ้าคนที่เป็นพยาบาลไม่ได้มีจิตวิญญาณของความเป็นพยาบาลอะไรจะเกิดขึ้น
ญาติพี่น้องของเราจะได้รับการรักษาเพียงแค่ว่ามันคือสิ่งที่ต้องทำแลกกับเงินเดือนแค่นั้น แต่สิ่งที่บุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นคือการทำประดุจหนึ่งว่าคนไข้นั้นคือญาติพี่น้องของเราเอง ไม่ว่าจะป่วยด้วยอะไร ยากดีมีจนอย่างไร แต่เมื่อเขาป่วยและได้เข้ามารับการรักษาในที่แห่งนี้ ก็ต้องดูแลให้ความช่วยเหลือให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้ในบางครั้งอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากเลยก็ตาม ถึงแม้ว่าคนไข้ไม่มีทางที่จะรอดก็ตาม แต่ความเป็นพยาบาล หมอ ก็ยังคงต้องมีอยู่ในสายเลือดนั่นเอง
แวะมาเยี่ยมชมเป็นครั้งบ ที่ 4 แล้วค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุนพยาบาลไทยทุกคนนะค่ะ