เช้านี้ไปวิ่งออกกำลังกาย ระลึกถึงคำพูดของครูเมื่อวานเรื่องคนเราอยากได้รับการยอมรับ
หนูนึกถึงตนเอง หนูเป็นคนหนึ่งที่อยากได้รับการยอมรับจากครู ยอมรับว่าหนูพัฒนาแล้ว เจริญขึ้นแล้ว มันดูเหมือนเป็นนามธรรม เพราะแท้ที่จริงครูท่านก็ยอมรับหนูอย่างที่หนูเป็น และท่านก็เมตตาหาวิธีมาสั่งสอนหนูตลอดมา
ช่วงแรก ๆ ของการฝึกฝนพัฒนาตนเอง หนูพยายามมาก ๆ ค่ะ จนบางที่โกรธแค้นเครียดแค้นตนเอง ที่ทำได้ไม่ดีสักที ทั้ง ๆ ที่หนูก็ทำข้อวัตรที่ตั้งใจครบถ้วน แต่ใจมันเป็นหนัก ๆ อึ้ง ๆ โกรธแค้น ไม่อยากเจอครูไม่อยากคุยกับครู ตอนนั้นหนูไม่ได้เกลียดครูนะคะ แต่เป็นอาการที่ใจหนูคิดเอาเองว่า
"ยอมรับไม่ได้ที่ตนเองยังทำได้ไม่ดีพอ อย่างที่ครูต้องการ" เป็น
"มโนภาพที่หนู จินตนาการ สร้างภาพขึ้นมากเอง"
กว่าหนูจะกว่าผ่านมโนภาพนี้มาได้ อืม...ก็นานเหมือนกันค่ะ
ความคิดแบบนี้เป็นสิ่งปิดกั้นไม่ให้หนูได้มาเจอครู ปิดกั้นให้หนูไม่มีโอกาสได้ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากครู
ทั้ง ๆ ที่เรื่องของใจ มันยังต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อย มันจะเสร็จก็ต่อเมื่อมันเสร็จจริง ๆ แต่เจ้ากิเลสมันก็ค่อยหลอกหนูว่า เธอยังทำโจทย์เก่าไม่ผ่านเลย ยังจะไปหาโจทย์ใหม่แล้วเหรอ
พอมาถึงตอนนี้หนูนึกย้อนไป การที่มีครูท่านคอยชี้แนะ เป็นผู้ที่คอยประคับประคอง หนูเดินหลงไปทางซ้าย ท่านก็ตบ ๆ ๆ เข้ามา พอหนูหลงไปทางขวา ท่านก็ตบ ๆ ให้เข้ามาสู่ ลู่ทาง
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นหนูได้เรียนรู้ว่า
ครูท่านพร้อมที่จะให้อภัยหนูเสมอ
แต่หนูเองต่างหากที่ไม่ยอมให้อภัยตนเอง
ถ้าเมื่อไหร่ที่หนูให้อภัยตนเอง ใจหนูจะเปิดใจและพร้อมรับคำแนะนำชี้แนะ อย่างเมตตาของครู