เหมือนฟ้ามีตา ผมคิดว่าสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน และกลุ่มดอกไม้ขาวที่ต่อสู้มานั้นคงจะไม่เป็นผล

ตอนที่ 52 

              

           ฟ้ามีตา

        ผมอยู่เวียงแหงประมาณ 1 ปี ผมคิดว่าคงจะสู้ไม่ได้แล้วกับผู้มีอำนาจในบ้านเมือง หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น เมื่อตนเองไม่สามารถที่จะดำเนินการอะไรต่อไปได้ในเวที ที่นนทบุรี  ก็ยังไม่ท้อถอย  ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่พยายามที่จะส่งให้สื่อหลาย ๆ ฉบับได้รับทราบ และรับรู้  แต่ก็น้อยมากที่จะนำมาเผยแพร่  มีบางฉบับเท่านั้นที่ลงให้  สุดท้ายส่งให้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการให้กับมือ นายสนธิ ลิ้มทองกุลโดยตรง ที่ธรรมศาสตร์  หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นท่านผู้อ่านคงทราบดี  ผมเองปฏิบัติงานอยู่ที่เชียงใหม่  แต่เมื่อมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ผมจะเข้ากรุงเทพฯ ประจำโดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์  เพราะมาวันธรรมดาไม่ได้ 

          เหมือนฟ้ามีตา  ผมคิดว่าสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และกลุ่มดอกไม้ขาวรวมถึงพี่น้องชาวรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ  ที่ต่อสู้มานั้นคงจะไม่เป็นผล  อยู่ ๆ มีมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค นำเรื่องเข้าสู่ขบวนการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยน้องในกลุ่มดอกไม้ขาว (ที่ไม่โดนย้าย) นำข้อมูลที่มีอยู่ให้ทางมูลนิธิฯ ซึ่งในช่วงเวลานั้นผมอยู่เชียงใหม่ และคิดอยู่เหมือนกันว่าจะสู้ได้หรือเปล่า ผมกับน้อง ๆ จะโทรหากันเพื่อถามความคืบหน้า  ช่วงนั้นมีความกังวลมากไม่รู้เหมือนกันว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร

       วันที่ศาลปกครองตัดสินผมลางานมาฟังผล  และเมื่อผลออกมาน้ำตาแห่งความดีใจไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

หลังจากนั้น ผมขึ้นเวทีพันธมิตรพร้อมเพื่อน ๆ ผู้ปฏิบัติงาน  เพื่อกล่าวขอบคุณประชาชน และเล่าเรื่องการต่อสู้ของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับทราบ  และสุดท้ายที่ผมจะต้องกล่าวขอบคุณเป็นอย่างยิ่งก็คือ มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะคุณรสนาฯ และเพื่อน ๆ   (เป็นที่น่าสังเกตุว่าในวันนั้นไม่มีผู้นำสหภาพ และกรรมการสหภาพ ขึ้นเวที)

 

จบการต่อสู้ที่ยาวนาน ของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และพนักงานรัฐวิสาหกิจ