เงินประกันสัญญาให้ฝากจังหวัด, การเดินรณรงค์ต่างๆ ไม่ใช่กิจกรรม กพช., ไม่ต้องเรียนวิชาโครงงาน

4 - 8  มกราคม  2553

 

         - นราภรณ์  ดิษฐศรี จาก กศน.อ.บางซ้าย โทร.มาถามเรื่องการประเมินคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน ตัวบ่งชี้ที่ 2.6 ที่กำหนดเกณฑ์การพิจารณาข้อ 4 ว่า “ร้อยละผู้สำเร็จการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70” นั้น หมายความว่าอย่างไร   ตอบว่า ศน.ชาญ  นพรัตน์ บอกว่าหมายถึง “จำนวนนักศึกษาที่จบการศึกษาด้วยเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป มีร้อยละเท่าไรของผู้จบทั้งหมด” ( ที่จริง คะแนนร้อยละ 70 หมายถึง ดี เทียบเท่าเกรด 3 )  แต่เรื่องนี้ สมศ. จะใช้คะแนนสอบปลายภาคเรียนที่ 2/52 ประกอบการพิจารณา โดยอาจส่งบุคลากรมาร่วมคุมสอบปลายภาคนี้ ของ กศน.อ.ที่ประเมินฯในรุ่นนี้ด้วย


         - อ.อดุลย์ จาก กศน.อ.วังน้อย โทร.มาถามว่า เงินประกันสัญญาจ้างพิมพ์แบบเรียน จะเก็บรวมในบัญชีเงินรายได้สถานศึกษาหรือไม่   ตอบว่า อ.พรรณี หัวหน้าการเงิน สนง.กศน.จ.อย. บอกว่า เงินประกันสัญญา ให้นำฝาก สนง.กศน.จ.


        - สัปดาห์นี้ข้าพเจ้าไปประชุมปรับเอกสารประกอบการใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่โรงแรม ณ อยุธยา  ได้รับทราบเรื่องที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่น

            1) รมว.ศธ. กำหนดให้ใช้หลักสูตรใหม่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/53

            2) การสอบปลายภาค เฉพาะ ม.ปลาย หลักสูตรใหม่ รายวิชาบังคับ ให้ใช้แบบทดสอบ N-Net ตั้งแต่ปลายภาค 1/53

            3) แบบทดสอบ N-Net ไม่ได้มาแทน O-Net แต่มาแทนแบบทดสอบปลายภาค โดยสอบตามรายวิชาบังคับทุกรายวิชาของ ม.ปลาย  เพื่อใช้ประกอบการประเมินของ สมศ. ด้วย  ( ผู้ที่จะแอดมิดชั่นเข้ามหาวิทยาลัย ยังต้องสอบโอเน็ตอีก )   การสร้างแบบทดสอบ N-Net จัดการโดยสำนักงานทดสอบทางการศึกษา ( สทศ. ) แต่ใช้ครู กศน.ออกข้อสอบ

            4) ท่านที่ปรึกษาฯ ( นายทองอยู่  แก้วไทรฮะ ) บอกว่า กิจกรรม กพช. ไม่ใช่แค่ให้นักศึกษามาร่วมเดินรณรงค์ต่าง ๆ แต่การร่วมเดินรณรงค์ต่าง ๆ อาจให้เป็นคะแนนระหว่างภาคของรายวิชาต่าง ๆ โดยอาจแบ่งคะแนนระหว่างภาค 60 % เป็น
               - การให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา
               - ผลงานที่กำหนดเป็นร่องรอยในแฟ้มสะสมงาน
               - การแสดงออกและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้กับกลุ่ม เช่น ร่วมอภิปราย ตอบคำถาม ช่วยงานกลุ่ม
               - การทดสอบ

            5) ผู้ที่จะจบหลักสูตรใหม่ ต้องทำโครงงานอย่างน้อย 1 โครงงาน โดยเลือกเนื้อหาจากรายวิชาใดที่รวมไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต มาทำโครงงาน ( ถ้าเป็นเนื้อหารายวิชาที่ไม่ถึง 3 หน่วยกิต สามารถบูรณาการกับวิชาอื่นให้ครบ 3 หน่วยกิต ) โดยไม่จำเป็นต้องเรียน “รายวิชาโครงงานเพื่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้” แต่ควรสนับสนุนให้เรียนรายวิชานี้เพื่อให้สามารถทำโครงงานได้

            6) ขณะนี้ได้ปรับรวมรายวิชาของหลักสูตรใหม่ ให้เหลือจำนวนรายวิชาน้อยลงแล้ว โดยรายวิชาบังคับลดลงจาก ระดับละ 22 รายวิชา เหลือ 14 รายวิชา

            7) เปลี่ยน “แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน” ( สมุดประเมินผล ) จาก เอกสารหลักฐานควบคุมบังคับแบบ กลับไปเป็น เอกสารหลักฐานที่สถานศึกษาดำเนินการเองเช่นเดียวกับหลักสูตร 2544