ครูเคยถามหนูว่า
“ทำไมรู้ ทำไม เราคิดว่าพี่เหนื่อย”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนูแค่รู้สึกอย่างนั้น”
“ลองหาเหตุผลมาอธิบายซิ”
ตอนนั้นตอบท่านว่า
“เหมือนเรื่องราวที่ฟังจากท่านมาหลัง ๆ พี่โดนทั้งฝั่งโยมและฝั่งพระ เหมือนได้รับผลกระทบจากทั้งสองทาง”
ในวันนั้นหนูตอบครูไปแบบนี้
หนูมาทบทวนในตนเอง ทำไมหนูถึงคิดว่าครูเหนื่อยนะ แต่ละครั้งที่ได้ปฏิสัมพันกับท่าน หนูรู้สึกว่า ท่านเจอโจทย์ยาก และดูเหมือนยากขึ้นเรื่อย ๆ อืม เท่านั้นยังไม่พอ ยังเหมือนโจทย์ของท่านเรียง ๆ หน้ามาอย่างไม่ค่อยจะซ้ำ ครูท่านเคยเปรียบโจทย์ของท่านในช่วงนี้ว่า
“พายุนากิส เรียง ๆ มาแบบโดมิโน่ล้ม ก็ไม่ปาน”
แต่สิ่งที่หนูสัมผัสได้เสมอมา คือ ความเบิกบาน ครูท่านยิ่งเจอโจทย์หนักมาเท่าใด หนูกลับรู้สึกว่า ท่านนิ่งมากขึ้นเท่านั้น อืม ทำไม หนูถึงรู้สึกอย่างนี้นะ อืม หนูรู้สึกว่า หลายสิ่งหลายอย่างเข้าไม่ถึงใจครู เหมือนสิ่งที่มากระทบ สะเทือนใจท่านได้เพียงผิว ๆ แล้วก็จางหายไป
ครูท่านมักจะถามหนูเป็นระยะ ๆ ว่า
“เราเห็นพี่เป็นไงบ้าง”
บางทีหนูก็แอบถอนใจ เพราะไม่ค่อยอยากตอบ เฮอะ ๆ แต่ท่านก็จะบอกว่า
“พูดมา สะท้อนมา”
แต่ละครั้งที่ทบทวน สิ่งที่สัมผัสได้จากท่าน แตกต่างกันออกไปค่ะ หนูบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่หลัง ๆ นี้ หนูรู้สึกว่า ครูท่านนิงมาก ๆ และสงบมาก ๆ เด็ดขาด อืมประมาณนี้
แต่รู้อะไรไหมค่ะ การที่ได้รับฟังเรื่องราวของท่าน ทั้ง ๆ ที่หนูรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ครูท่านก็บอกว่า พอจะช่วยเป็นกระจกสะท้อนให้ท่านได้ แต่ถ้าเรามีสติมากกว่านี้ เราจะได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลย
เมื่อก่อนหนูรู้สึกน้อยใจ และเครียดมากค่ะ ที่รู้สึกว่าฟังสิ่งที่ครูเล่าไม่เคยจะรู้เรื่อง ยิ่งฟังยิ่งเหนื่อย ยิ่งฟังยิ่งหนัก แล้วใจก็ปิดกั้น แต่ตอนนี้ พอจะฟังได้ดีขึ้นใจสบายขึ้น แต่ก็ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเหมือนเดิมค่ะ แค่ดิ้นรนน้อยลงเท่านั้น
กราบขอบพระคุณครูนะคะ ที่เมตตาสั่งสอน อบรมบ่มเพาะสิ่งต่าง ๆ มากมาย หนูจะพยายามตั้งใจ ฝึกฝน เรียนรู้ความจริงและสิ่งต่าง ๆ ที่ครูชี้แนะอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ เพื่อครูจะได้เหนื่อยกับหนูน้อยลง