เมื่อวานเป็นอีกวันที่ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์กับการขึ้นเคียงเชือดนิ่มๆ (แต่คงไม่เหมือนเวทีอื่น...เพราะผมประทับใจมากครับ คือ ทีมวิจัยของผมได้รับหนังสือแจ้งและเรียนเชิญประชุมเพื่อชี้แจงกับข้อเสนอวิจัยที่ส่งไปเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วโดยเป็นโครงการข้อเสนอวิจัยชุดใหญ่ของทาง ปปช. ที่ต้องการทำเรื่องการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและวินัย ซึ่งจะต้องทำด้วยกัน ๖ กลุ่มแต่ด้วยความอยากเรียนรู้และแลเห็นประเด็นอะไรบางอย่างเลยลองส่งไปทั้งๆที่รู้ว่าผิดเงื่อนไขตั้งแต่แรกเพราะเลือกทำกลุ่มเดียว คือ กลุ่มเยาวชน

(กินไปบ่นไป เอ่ย...กินไปแลกเปลี่ยนกันไปครับ อิอิ)

         ผมเดินทางขึ้น กทม. ล่วงหน้า ๓-๔ วันเพื่อเตรียมการนำเสนอที่ประชุมในวันที่ ๖ ม.ค. ที่ผ่านมาเพราะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์แรกที่ได้ทำงานวิจัยลักษณะนี้ก็เลยกดดันนิดหน่อยพอถึงวันก็ออกเดินทางจากที่พักตั้งแต่เช้าครับโบกรถแท็กซี่บอกไป ปปช. สรุปแท็กซี่ไปไม่ถูกเวียนไปเวียนมาอยู่หลายรอบหน้ารัฐสภา (อันเนื่องจากทีมวิจัยบอกว่าเจ้าหน้าที่ประสานงานบอกว่าอยู่หน้ารัฐสภา) แต่พอไปถึงหน้ารัฐสภาคือสวนสัตว์ดุสิตครับ อิอิ มิใช่แน่แบบนี้ (นึกในใจ) เวียนรถได้สองรอบเลยตัดสินใจลงหน้ารัฐสภาโบกรถแท็กซี่อีกคันบอกไป ปปช. ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺแม้แท็กซี่ก็ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหนแต่รถเลี้ยวมาติดตรงหน้า ปปช. พอดี(อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ก็เลยบอกลงตรงนี้แหละครับ แต่กว่าจะมาถึง ปปช. ตอนลงรถหน้ารัฐสภารถดันจอดตรงหลุมโคลนพอดีครับดีว่าติดเท้ามานิดเดียว อิอิ มิอย่างนั้นเขาคงหาว่าบ้านนอกเข้ากรุง (ฮ่าๆๆๆ)

(กันเองไม่กันเองก็ดูทีมวิจัยของผม ศิษย์เก่าจากสุขสวัสดิ์วิทยายังยิ้มได้ ...ขวาผมครับ)

        พอไปถึง ปปช. ผมต้องยื่นหนังสือเชิญให้ทางหน่วยรักษาความปลอดภัยกว่าจะได้เข้าไปยังห้องประชุมต้องผ่านหลายด่านมากครับจนกระทั่งมีคนมารับไปยังห้องประชุม (เชื่อในความคลังของหน่วยงานนี้จริงๆ อิอิ) เมื่อไปถึงห้องประชุมบรรยากาศก็เปลี่ยนไปในที่นี้ยิ่งมีความกดดันครับเพราะเข้าใจว่าทั้ง ๗ โครงการที่ผ่านการคัดเลือกในข้อเสนอโครงการของ ปปช. จะมาประชุมร่วมกันหมดที่ไหนได้มีแต่โครงการผมโครงการเดียวที่ประชุมวันนี้หันมองหน้ากับทีมงานวิจัยที่เคยผ่านงานกันมาสองชิ้นแล้วนึกในใจยังไงก็มาถึงนี่แล้วบรรยากาศในห้องประชุมมีประธานพิจารณา (ศ.ดร.วันเพ็ญ  สุรฤกษ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) อนุกรรมการ (ศ.ดร.ศิรัลักขณา...ขออภัยด้วยครับผมจำนามสกุลท่านไม่ได้ แต่ท่านน่ารักมากครับและให้การต้อนรับพูดคุยเป็นอย่างดี ประทับใจมากครับ) และที่ปรึกษาพิเศษผู้สนับสนุนงบประมาณพิเศษ ที่ว่าพิเศษเพราะอย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกเริ่มครับว่าโครงการผมมันผิดระเบียบตั้งแต่แรกแต่คณะกรรมการสนใจข้อเสนอโครงการนี้มากเลยให้ทุนพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะท่านที่ปรึกษา (ศ.สมพร เทพสิทธา) บอกว่าท่านเห็นโครงการแล้วสนใจยินดีสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งกับโครงการที่เกี่ยวกับเยาวชน เพราะท่านมองว่าหากเราทุกคนช่วยกันปลูกฝังเยาวชนด้วยศาสนาปัญหาก็จะลดน้อยลง ท่านให้เหตุผลว่าหากสังคมเราให้ความสำคัญกับครอบครัว ศาสนา และสถาบันการศึกษา เราจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างยั่งยืน ประวัติท่านน่าสนใจมากครับท่านนั่งอยู่ในหลายตำแหน่งครับ ท่านเป็นนายกสมาคมส่งเอกลักษณ์ของชาติ  ประธานสภาศูนย์ประสานงานภาคเอกชนแห่งชาติ และ นายกสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ อ๋อ...ท่านเคยเป็นอดีต สภาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๑๖ ท่านมองอะไรเกี่ยวกับรัฐได้อย่างน่าสนใจครับ (แต่ไม่ขอพูดถึงนะครับ อิอิ)

(ด้านขวาพี่พัชรี นักวิจัยชำนาญการของ ปปช. ผู้ประสานงานน่ารักมากครับ คอยโทรประสานงานเทคแคร์ตลอดทุกเรื่องครับ แม้กระทั่งถามว่าจะรับอะไรเป็นพิเศษไหม๊วันประชุม โอ๋...เป็นที่แรกครับที่เคยประชุมมา...

แต่มาประทับใจอีกครั้งเมื่อทางคณะกรรมการก็แจ้งว่าทางเรายินดีและดีใจมากที่ทีมงานวิจัยสามารถเดินทางมาประชุมในครั้งนี้ได้)

        หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จทุกคนยิ้มด้วยความเอ็นดูพวกเรา (สองคนเองครับที่ไปพูดซะเหมือนไปกันทั้งทีม) ผมมองว่าท่านคงไม่นึกว่าผมเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา พอแนะนำตัวนั่นแหละเลยถึงบางอ้อ บรรยากาศเป็นไปอย่างกันเองครับตอนแรกที่ท่านประธานการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ศ.ดร.วันเพ็ญ พูดคอมเม้นท์พร้อมเสนอแนะผมนึกในใจทำไมน่ากลัวจัง แต่พอท่านพูดจบท่านก็บอกว่าที่ท่านพูดอะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งต้องฟังทุกคนในที่ประชุมเลยโล่งเลยครับ เพราะหลังจากที่ทุกท่านพูดและให้ทางทีมผมนำเสนอเราก็หาทางออกร่วมกันเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็สรุปว่าทั้ง ศ.ดร.ศิริลักขณา ตัวแทน ปปช. และประธานที่ปรึกษา ศ.สมพร ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมนำเสนอและสนใจสนับสนุนโครงการอย่างที่เขียนเสนอไปเพียงแต่ปรับปรุงตัวโครงการนิดหน่อย ทางทีมคณะกรรมการมีแซวพวกเราว่าขอทุนมาแบบพอเพียงมากโครงการน่าสนใจแบบนี้ทางเรายินดีเพิ่มให้อีกเท่าตัว (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ความจริงเรื่องนี้ทางเรา(กลุ่มเสียงเล็กๆ) คิดว่าเราคิดทำเพราะอยากขับเคลื่อนอะไรบางอย่างและคิดว่างบประมาณที่ขอไปมันมากมายพอแล้วแต่ทางผู้ใหญ่ท่านมองเห็นความสำคัญของเยาวชนจึงอนุมัติงบเพิ่มโดยการให้ทุนพิเศษเพิ่มเติม เพราะท่านที่ปรึกษาท่านบอกว่าเรื่องเยาวชนเราต้องให้ความสำคัญมากๆๆผมจึงขอสนับสนุนทุนให้เพิ่ม (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) แถมท่านยังให้กำลังใจทางทีมงานให้ช่วยกันทำงานเพื่อสังคมต่อไป ท่านให้ความสำคัญกับศาสนามาก ท่านบอกว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีเราจึงต้องนำศาสนาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตให้ได้...

(ศ.ดร.วันเพ็ญ จาก มช. ครับ...ขวามือประธานกรรมการพิจารณา)

          เป็นอันว่าบรรยากาศในวันนี้ที่เราคิดและกดดันก่อนการเดินทางมากลับตรงข้ามครับ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) เพราะบรรยากาศเป็นแบบกันเองพูดคุยสบายๆ ก่อนกลับมีอาจารย์อีกท่านจาก ปปช. เดินมาส่งที่บรรไดพร้อมให้กำลังใจและบอกว่า "ทางเรายินดีสนับสนุนโครงการวิจัยดีๆแบบนี้นะคะยังไงก็ขอให้ส่งโครงการมาอีก อิอิ คงเป็นข่าวดีของใครอีกหลายคนครับ"

(อ๋อ...คนนั่งติดกับผม...ซ้ายมือ คือ ประธานที่ปรึกษาครับ อ.สมพร)

       แต่กลับมาถึงปัตตานีเช้านี้ผมกลับต้องคิดหนักกับอะไรหลายๆอย่างครับ...เพราะกำหนดการบรรยายเริ่มเข้ามาอีกแล้วทั้งของ อบศ. สช.(พูดคุยปลูกฝังบทบาทของครูในพื้นที่แก่คณะพนักงานราชการครู สช. ยุคใหม่ที่เพิ่งจะบรรจุกันไปเมื่อไม่นานนี้) เดือนนี้ทั้งนั้นเลย ฮือๆๆๆๆ

      สรุป...อยากจะบอกครับว่า ปปช. ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิดครับ (อิอิ...อาจเป็นเพราะเราไม่มีคดีหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆๆ สุขสันต์ทุกวันคืนทุกคนครับ)

         ช่วยเป็นกำลังให้ด้วยครับ...ด้วยความหวังและดุอาอฺ