เป็นของหวานพื้นเมืองโบราณแบบบ้านๆ แต่ Classic
คนเมืองกรุงที่ไม่คุ้นชื่อนี้คงคิดว่าเป็นคำไม่สุภาพ แต่แท้ที่จริงแล้ว เราใช้คำนี้จริงๆ คำว่า “แดก” เป็นภาษาอีสานที่แปลว่าอัด ยัด คลุกเคล้า ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงปลาแดกหรือปลาร้าครับ ที่นำปลาไปคลุกเคล้ากับเกลือ ข้าวคั่ว รำอ่อน แล้วนำไปอัดหมักในไห
ข้าวแดกงาเป็นอาหารพื้นเมืองโบราณของไทเลย เป็นของหวานแบบบ้านๆ แต่ Classic ที่ไม่ทำขายกัน แต่ละบ้านจะทำกินกันเอง มีเฉพาะฤดูกาล คือ หน้าหนาวเท่านั้น เพราะส่วนประกอบของมันจะประกอบไปด้วย งาเจียง น้ำอ้อย และข้าวเหนียว ช่วงหน้าหนาวนี้เป็นช่วงที่ข้าวเพิ่งเริ่มออกใหม่ซึ่งข้าวใหม่นี้มีความหอมหวานอยู่ในตัว และยิ่งนำมาปรุงกับงาเจียงและน้ำอ้อยก็ยิ่งทำให้เกิดความหอมหวานยิ่งขึ้น งาเจียงจะมีเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้นมีลักษณะเป็นเม็ดกลมคล้ายเมล็ดผักกาด
งาเจียง
ขั้นตอนการทำข้าวแดกงานั้นเรียบง่าย รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก โดยเริ่มจากนำงาเจียงไปตำให้ละเอียด โดยไม่ต้องคั่ว เพราะจะให้กลิ่นหอมเย็น แต่ถ้าใครชอบคั่วก็ไม่ว่ากัน จากนั้นก็นำน้ำอ้อย อาจจะเป็นน้ำอ้อยกะทิก็ได้ ไปตำรวมกับงาเจียงที่ละเอียดแล้ว คลุกแคล้าให้เข้ากันจะเป็นเนื้อเดียว ชิมรสให้หอมหวานพอดี เราก็จะได้งาน้ำอ้อยที่พร้อมจะนำข้าวไปแดก (จิ้ม/คลุกเคล้า) แล้ว เวลาจะกินให้นำข้าวไปแดก (จิ้ม/คลุกเคล้า) กับงาและน้ำอ้อยที่ได้ตำละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว
ท่านใดที่อยากลิ้มรสข้าวแดกงา ช่วงนี้ยังพอหาได้ครับ ได้ข่าวว่าร้านอาหารแถวอำเภอภูเรือได้จัดเป็นเมนูพิเศษไว้ แต่ถ้าอยากจะได้บรรยากาศการทำข้าวแดกงาไว้กินเอง ขอให้ไปที่ตลาดเช้า (ตลาดสดเทศบาลเมืองเลย) หรือตลาดแลง (บ้านติ้ว) ซื้องาเจียง 1 ถุงเล็ก ( 20 บาท) น้ำอ้อย 1 ถุง ( 5 บาท) ข้าวเหนียว 1 ถุง ( 5 บาท) แค่นี้ก็ได้ลิ้มรสความหอมอร่อยแล้วครับ อย่าลืมว่างาเจียงจะมีเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เพราะรีบไปนะครับ
น่าทานจังเลยค่ะ
อยากลองชิมดูบ้าง
สวัสดีปีใหม่นะค่ะ
^_^
ยังไม่เคยทานค่ะ
อยากชิมค่ะ
ขอบคุณ คุณ
อาร์ม ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและสวัสดีปีใหม่ครับ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเมืองเลยลองแวะไปชิมนะครับ
คุณ
berger0123 ครับ งาเจียงเนี่ยะมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะครับ ที่ Managerroom คุณ bluefins ได้เคย Post ไว้ที่ http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=5580&PN=1 ด้วย
อาไรอ่า
ไม่รู้เรื่อง
อยากได้ภาษาถิ่นไทเลยอ่า
จากมานานคิดถึงบ้านจัง แต่ดีใจที่ยังมีคนคิดถึงข้าวแดกงาเหมือนเรา
ภาษาของคนจังหวัดเลย
มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ
เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้าง
ต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23
ชาวหลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถิ่นอื่น
โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาอำเภอแก่นท้าว เมืองชัยบุรี ภาษาอำเภอด่านซ้าย
และภาษาอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบางแต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเน
ียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง
อย่างเช่น
เครื่องใช้ …….(เฮาเอิ้นว่า)
แอบเข้า.......กระติบข้าว
โอ........ ขัน
จอง......ทัพพี
บ่วง...... ช้อน
มีดยับ.......กรรไกร
ก้องแขน........กำไล
ตะเอว....... เข็มขัด
เงี่ยง.........กระโถน
อ่นหล่นซา,อ่นซา...........ชิงช้า
สี
สีซิ่ว..........สีเขียว
สีซิ่วอุ่มหุ่ม.......... สีเขียวเข้ม
สีเขี้ยงๆ.......... สีเหลืองๆ
สีเหลืองเอิ่มเซิ่ม.......... สีเหลืองเข้ม
สีดำคื้อลื้อ.......... สีดำมาก
ไทเลยมีเสน่ห์ มาก ซื่อตรง มีน้ำใจ และใจเด็ด จิง จิง
วังสะพุงที่บ่อาจลืมเลือน
ฮักแพงกันไว้เด๋อ.......
ยาวๆ ไว้ คือสายโทรเลข
บัดฮาเกิดเดือดฮ้อน ยังสิได้ เพิ่งสาย
happy new year to all of you. 2011
ใครมีเพื่อนเป็นชาวไทเลย จะรู้สึกได้ ว่า ชีวิตไม่เคว้งควาง ไม่เงียบเหงา
มีความมั่นคง ในทุกกิจกรรม ( activities)
อบอุ่น มีความหมาย ซาบซึ้งในน้ำใจ เพื่อนชาวไทเลย
ขอคุณพระรัตนตรัย คุ้มครองเพื่อนๆ ในปีใหม่นี้ด้วยเทอญ