จากภาคสอง ..ง่ายไหมหล่ะ ..มาดูภาคจบกันว่าจะน่าตื่นเต้น สักปานใด
ด้วยว่าป้าอี๊ดก้อไม่ถนัดเรื่องทฤษฎีสีสักเท่าไหร่ ตอนเรียนคุณครูก็ให้ทำวงกลม 3 วงมาซ้อนทับกันบางส่วน คล้ายๆกับตอนเรียนเรื่องเซ็ท ขั้นที่หนึ่ง..โอเค เพราะเอาแม่สีมา 3 สี แดง เหลือง น้ำเงิน มาระบายบนกระดาษส่งครู
ซึ่งผลจากข้อแรกก็จะได้สีที่เกิดขึ้นจากการที่แม่สีมาซ้อนทับกัน ได้สีเพิ่มเติมมาอีกเป็น เขียว ส้ม ม่วง เป็นของแถม
ขั้นต่อมาเอาสีที่อยู่ชิดกันมาผสมกันก็จะได้สีของขั้นที่สองที่มาอม อมสีที่อยู่ข้าง ข้างกันเกิดเป็นสีขั้นที่สาม (ขั้นนี้เริ่มยาก ไม่รู้ใครอยู่ข้างใคร)
- สีเหลืองแกมเขียว เกิดจาก การผสมกันระหว่างสีเหลืองกับสีเขียวอย่างละเท่าๆกัน
- สีน้ำเงินแกมม่วง เกิดจากการผสมกันระหว่างสีน้ำเงินกับสีม่วงอย่างละเท่าๆกัน
- สีแดงแกมม่วง เกิดจากการผสมกันระหว่างสีแดงกับสีม่วงอย่างละเท่าๆกัน
- สีแดงแกมส้ม เกิดจากการผสมกันระหว่างสีแดงกับสีส้มอย่างละเท่าๆกัน
- สีเหลืองแกมส้ม เกิดจากการผสมกันระหว่างสีเหลืองกับสีส้มอย่างละเท่าๆกัน
- สีน้ำเงินแกมเขียวเกิดจากการผสมกันระหว่างสีน้ำเงินกับสีเขียวอย่างละเท่าๆกัน
นั่นเป็นสิ่งที่เรียนกันมาแต่ดั้งเดิม..โอ๊ะ โอ๋..แต่ถ้าเรียนตามวิธีที่ว่าคงเริ่มเรียนกันตั้งแต่อนุบาลไม่ได้ และจะกินตังค์พ่อแม่เด็กที่อยากให้ลูกมีสมองซีกขวา ที่พัฒนาเป็น + + +ไม่ได้
ต้องหาตัวช่วย
จากทฤษฎีสีที่หัดผสมกันมา
ก็รวบรัดกลายมาเป็น ซื้อสีที่เขาผสมขายกันแล้วเป็นกล่อง กล่องมาสัก 1 กล่อง จัดเรียงใหม่ตามลำดับขั้นตอนของการผสมสี ซึ่งแต่เดิมทำเป็นวงกลม ก็ยืดวงกลมออกให้เป็นเส้นตรง แล้วเอาสีที่ซื้อมา วางเรียงกันใหม่ตามขั้นตอนของทฤษฎีสี ..ที่ปรับปรุงแล้ว
เหตุที่ต้องวางใหม่เพราะตอนเขาขายเขาจะไล่สีอ่อนสีแก่มาเป็นตับ ไม่ได้เรียงตามขั้นตอนทฤษฎี
เรียงใหม่แล้ว..ง่ายไหม .. ง่าย แต่คิดเองไม่ออก ต้อง ส่งเด็กไป - กลับ เป็นปี ปี แล้ว..สบายใจ ในใจอ้างว่า
เรียนหลักสูตรอินเตอร์ เฟ้ยยย...ฝรั่งคิดเฟ้ยยย
ไม่ก็ยุ่นนเฟ้ยยยุ่น เกาหลีเฟ้ยยเกาหลี
เนี่ย..ป้าอี๊ดเฟ้ย..ป้าอี๊ด ..(ดูไม่ค่อยรุ่ง..ยังไงไม่รู้)
เอามาเรียงใหม่ได้ดังนี้

อ้าวแล้วไม่เห็นเป็น แดง เหลือง น้ำเงิน เขียว ส้ม ม่วง เลย ....ฮื่อ..นั่นเป็นความฉลาดของคนคิด เพราะถ้าเรียงตามนั้นจะหยิบสีในแบบที่ต้องการสอน..แกมบังคับ ..และยัดเยียดไม่ได้
แหมก็ใช่ว่าจะยาก ไร ซะ เมื่อ ไหร่ อ่ะ (ภาษาเด็กเอ๊าะ เอ๊าะ ) ก็แค่เอาสีขั้นที่สามมาแทรกเข้าไป
ส่วนการหยิบสีขั้นสูง ซึ่งกว่าจะได้เรียนก็ต้องใช้เวลา 5 ปี 6 เดือน ให้ได้จ่ายค่าเรียนครบครึ่งแสนซะก่อน จึงจะได้มาระบายกัน แฮ่! แฮ่ ล้อเล่งงน่า..
การหยิบสีมาใช้..ก็กระทำได้ดังนี้
เฉลย........หยิบเว้นสอง.......จร้า
ไม่รู้นะ..
ชีวิตประจำวันก็เร่งรัด อาหารกล่องก็พัฒนา อร่อยด้วย ถูกด้วย สะดวกดี
จะว่าโง่ไปบ้างก็หยิบถูกต้องตรงตามทฤษฎี แล้วก็จะจำรูปแบบใช้สีได้ถูกต้องเมื่อหยิบบ่อยครั้ง ทำให้การใช้สีใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยที่ไม่ต้องเปลืองเวลาเรียนหัดผสมสีให้ปวดหมอง ? ปริมาณเท่าไหร่ สีอะไรผสมกับสีอะไร = สีอะไร เพราะสิ่งที่ต้องเรียนยังมีอีกเยอะ......มากกว่าการหัดผสมสี
จึงได้ศิลปะแบบที่ว่า สวย ไร้ชีวิต คิดไม่เป็น
.....แต่ง่ายหว่ะ..............................
....................ก้อ แหล่ว แต๋...........................
อันนี้นะ..น้าหนึ่ง ป้าอี๊ดเอาไปเล่าให้อาจารย์ระวิฟัง อาจารย์เอ่ยคำจำกัดความนี้มา ป้าอี๊ดช๊อบชอบ เลยเอามาเป็นคำสำคัญของบันทึกนี้
ส่วนอาจารย์อีกท่านที่เป็นคนออกแบบพระพิฆเณศ ของโรงเรียน ญ.ว. ก็สอนต่างกันออกไป ที่น่าสนใจ ท่านเอากล่องมา แขวนไว้ แล้วให้เด็กวาดกล่อง จากตำแหน่งตามมุมต่างๆ ตามแต่เด็กอยากยืน ต่อมาเอาเก้าอี้ให้เด็กยืน แล้ววาด แล้วก็นอนวาด (ท่านนี้จบสถาปัตย์มา)
ความถนัดทางสถาปัตยกรรมสร้างได้...ใช่ว่าจะเริ่มตอนก่อนสอบEN
ถึงงั้น..ก็แสดงถึงมุมมองที่ต่างกันด้วย ..จากตำแหน่งการยืน
งานศิลป์ เป็นงานที่ต้องการฝึกปรือฝีมือ ยิ่งฝึกมาก ออกไปสู่ยุทธจักรมาก ก็ยิ่งมีวิชาแก่กล้าขึ้นมาก ลำพังอ่านหรือท่องจำทฤษฎี ก็แค่ตอบคำถาม กขคง ได้เท่านั้นเอง
เปรียบเหมือนงานเขียนหนังสือ พี่อี๊ดเขียนบันทึกได้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อ่านแล้วได้ทั้งความรู้และความหรรษา ล้วนแล้วแต่เกิดจากการฝึกฝีมือทั้งสิ้น
เอ๊า เอา ..ไม้มาสอย..ลอยไปโน่นแล้ว
ขอบคุณค่ะ
เมื่อไหร่น้าหนึ่งจะเอารูปมาจริงๆมาใส่ค๊ะ
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ค่ะน้าหนึ่ง