สงสัยเกิดอาการ.....องุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน.....กระมัง จึงเกิดบันทึกนี้ขึ้นมา หลังจากที่.....ได้ยินเสียงประกาศรางวัล เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง ทั้งงานศิลปหัตถกรรม งานแข่งขันต่างๆ
หลายๆกลุ่มสาระการเรียนรู้ รับรางวัลกันอย่างเอิกเกริก....ยินดีด้วยนะคะ
แต่สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) รู้สึกเหมือน.....องุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน ที่......ไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย
*****
ถามว่า......รู้สึกหวั่นไหว ที่นักเรียนของตนไม่มีผลงานรับรางวัล....หรือไม่ อยากจะตอบอย่างเร็วเลยว่า.....ไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะ รู้สึกมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า.....โรงเรียนหนึ่ง ก็จะมีตัวแทนไปรับรางวัล แต่คนที่อยู่ที่โรงเรียน บางคน.....ไม่ต้องมาสอบให้เป็นคะแนนถ่วง....ได้ไหม
*****
สอนจังเลย แต่นักเรียนไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เพียงแค่สอบให้ผ่านก็รู้สึกยากเต็มที......มีครูหลายท่าน......บ่น
ครูหลายท่าน ท้อแท้ กับการสอนนักเรียนที่เร่งรัดพัฒนาจากหน่วยเหนือ ที่ต้องการ เก่ง เพียงไม่กี่คน
ท้อแท้ ที่เห็น การพัฒนานักเรียนเพียงบางกลุ่ม บางคน เพื่อส่งไปให้ถึงชัยชนะ
รู้สึกอย่างนี้จริงๆ ไม่รู้ใครจะรู้สึกแบบนี้ไหม.....ก็ต้องทำกันไปตามนโยบาย ตามแบบฉบับดั้งเดิมที่ทำกันมา ให้เป็นวัฒนธรรม.....
ส่วนเรา ก็วัฒนธรรมของเรา.....อย่ามาว่ากัน
*****
ตอบคำถามของโจทย์กระทู้ที่ตั้งไว้.....สอนอย่างไรให้ได้ที่ 1 และเพื่อเกียรติบัตร
ก็ต้อง
1.กักนักเรียนที่เด่นๆไว้
2.ติวเข้มเป็นพิเศษกว่า นักเรียนอื่น
3.ขอร้องให้ผู้ปกครองช่วยติว และบริการอื่นๆ
4.ไม่ต้องทำกิจกรรมอื่น
5.ขอตัวไปติว ในชั่วโมงวิชาอื่นๆ ที่ไม่สำคัญ(ครูไม่โวย)
นี่คือ อาการ ......องุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
แล้วกลุ่มสาระฯของเธอ.....ทำอย่างไร
อ๋อ!!!!! เอิ๊กเอิ๊ก.....พรุ่งนี้จะแข่ง บ่ายแก่ๆๆวันนี้ จึงเสนอรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน......เวลาที่แข่ง ก็ใช้ สามารถ ทักษะ และ ทักษะชีวิต.....เพียวๆๆ
ไม่เคยซักซ้อมเล้ยยยยยยย
วิชาอาจารย์ จะเห็นผลก็ตอนที่ต้อง
ใช้เขียนใบสมัครงานบริษัทฝรั่ง .ให้ได้งาน
ใช้เขียนวิทยานิพนธ์................. ให้ได้ปริญญา
ใช้เขียนส่งคู่รัก ตอนจีบกัน .........ให้ได้รับการเลือกเข้าพิธี
จะคิดถึงอาจารย์ มากกกกกกกกที่สุดดดดดดดดดดและอยากได้ตัวอาจารย์มาอยู่ใกล้ ใกล้ อย่างรักยิ่งงงงงงงงง
ประเด็นนี้ ตรงครับ
1.กักนักเรียนที่เด่นๆไว้ (มีการแย่งเด็กกัน)
2.ติวเข้มเป็นพิเศษกว่า นักเรียนอื่น (ปล่อยนักเรียนที่เหลืออยู่กันเองตามยถากรรม)
3.ขอร้องให้ผู้ปกครองช่วยติว และบริการอื่นๆ (ผู้ปกครองที่มีความรู้และมีฐานะ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)
4.ไม่ต้องทำกิจกรรมอื่น (มีอภิสิทธิ์)
5.ขอตัวไปติว ในชั่วโมงวิชาอื่นๆ ที่ไม่สำคัญ(ครูไม่โวย ) - เด็กที่เหลือไม่ต้องเรียน
เป็นความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาครับ
* แต่ถ้ามองโลกในแง่ดี ก็เป็นเรื่องดีครับ ได้พัฒนาครู และ ได้พัฒนาความเก่งของเด็กบางคน
สืบเนื่องจากบันทึกนี้ ผมคงจะเขียนอีกบันทึกครับ เป็นเรื่องจริงจากโรงเรียน
สวัสดีค่ะ -ป้าอี๊ด-
มาอ่าน มาเยี่ยม มาให้กำลังใจ
คิดถึงค่ะ
ขอบคุณสาระบันทึกดีดี มีประโยชน์ค่ะ
-สงสารนักเรียนที่ไม่เก่งนะคะ
-ความไม่เท่าเทียมเิกิดขึ้นแล้ว ทำอย่างไรล่ะทีนี้
-เด็กมีปมด้อยค่ะ แล้วเด็กไม่เก่ง ก็พลอยหาเรื่องไม่ดีตามมา เรียกร้องความสนใจ อาจจะกลายเป็นเด็กพาลๆไปเลย นี่แหละค่ะ คือ ปัญหาเด็กและเยาวชนตามมา
-เอาใจเด็กเก่ง ทิ้งเด็กไม่เก่ง นี่แหละค่ะ คือปัญหา
-"ไม่ควรทิ้ง เด็กทุกคนค่ะ" ไม่ว่าเก่งหรือไม่เก่งค่ะ
-ขอบคุณที่ให้ข้อคิด ที่ค้างคาใจมานานแล้วค่ะ
-วันนี้ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว โล่งอกไปที
-โชคดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ. small man
เป็นความจริงทุกประการ มีครูเล่าว่า นักเรียนที่เก่งระดับชาติ บ่น..ไม่อยากไปค่ายลูกเสือ พอให้ทำกิจกรรมก็...โทรศัพท์ให้แม่มารับกลับบ้าน ไม่ชอบการอยู่แคมป์ไฟที่ต้องคิด และทำงานร่วมกับเพื่อน ค่ะ
แวะมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ครูอ้อยมีความสุขมาก ๆ นะคะ
ขอบคุณค่ะ น้องกู๊ดดี้ goody krub และคุณพ่อคุณแม่
มีความสุข เป็นเด็กดีนะคะ อย่าลืมไปขอใบสมัครที่โรงเรียน ป้าอ้อยนะคะ
สวัสดีค่ะ น้อง ครูจิ๋ว ที่คิดถึง
ขอบคุณมากๆๆนะคะ มีความสุขมากๆๆเช่นกันนะคะ
สวัสดีอีกครั้งค่ะน้อง ครูจิ๋ว
สวัสดีค่ะ น้อง วศิน ชูมณี
ขอบคุณมากค่ะ มีความสุขมากๆๆนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ วัชรี กมลเสรีรัตน์ [IP: 124.121.11.47]
ขอให้มีความสุข เช่นกันนะคะ