จะดูแลยุพาโดยให้การสงเคราะห์ตลอดไปตราบจนสิ้นลมหายใจ....สู้ต่อไปนะยุพายอดนักสู้

        วันหนึ่งขณะที่ดิฉันปฏิบัติงานอยู่ที่ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ดิฉันได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งเธอชื่อ ยุพา ซึ่งสามีนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการซีด อ่อนเพลียมาก ใส่ท่อปัสสาวะ มีเลือดออกทางปากและจมูกมา 2-3 วัน สภาพที่ดิฉันเห็นยุพาครั้งแรก ดิฉันตกใจมาก เธอซีดมาก ริมฝีปากเป็นแผล ถูกทาด้วยเยนเซียลไวโอเลต ผมยุ่งเหยิง ขาบวม กดบุ๋ม เสื้อผ้าเก่า ๆ  ถูกห่อหุ้มด้วยที่นอนปิกนิกเก่า ๆ ดิฉันประเมินอาการของยุพาด้วยสายตา ยุพา เธออาการหนักเป็นคนไข้ฉุกเฉิน จึงรีบตรวจวัดสัญญาณชีพและตรวจร่างกายเบื้องต้น  พบว่าความดันโลหิตต่ำมาก เยื่อบุตาซีด จึงรีบรายงานแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือทันทีทุกคนที่ปฏิบัติงานในวันนั้นคงคิดเหมือนกันว่า ยุพาอาจจะไม่รอดเรามีความหวังกับเธอน้อยมากแต่ทุกคนยินดีช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ  

     โรงพยาบาลของเราตรวจพบความผิดปกติหลายอย่างในตัวของยุพา เธอซีดมากเนื่องจากเสียเลือด ความดันโลหิตต่ำมาก การทำงานของไตผิดปกติ เธอถูกส่งตัวต่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลระนอง ยิ่งหนักไปกว่านั้น เมื่อตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลทางอินเตอร์เน็ตพบว่าไม่ปรากฏข้อมูลใด ๆ ทราบจากสามีว่าไม่มีหลักฐานที่แสดงว่ายุพาเป็นคนไทย ไม่มีบัตรประชาชนเพราะพ่อแม่ไม่ได้ไปแจ้งเกิด ทำให้ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ ดิฉันรายงานให้ท่านผู้อำนวยการทราบเพื่อช่วยเหลือเธอต่อไป

      ยุพาถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลระนองประมาณ 10 กว่าวัน หลังจากนั้นเธอถูกส่งมาพักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลพะโต๊ะด้วยสภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่ เพราะมีหลายโรคที่ยังรุมเร้าเธอ ใช่แล้วค่ะ ยุพาเป็นโรคร้ายเธอติดเชื้อ HIV และอาการกำลังทรุดลงไปเรื่อย ๆ  ในทุก ๆ วันเมื่อพยาบาลนำยาไปให้กิน ยุพาจะไม่กินยา เธอปฏิเสธการรักษาและมีพฤติกรรมต่อต้านทุกอย่าง เช่น อะไรที่พยาบาลแนะนำว่าไม่ควรกิน ยุพาก็จะกิน รวมทั้งพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวก็มีให้เห็นอยู่เสมอ ๆ   

      หลายครั้งที่ดิฉันเดินเข้าไปในตึกผู้ป่วยในได้เห็นภาพความประทับใจที่เจ้าหน้าที่ให้การดูแลยุพาเป็นอย่างดีรอยยิ้มนิด ๆ ที่ฉาบอยู่บนแก้ม 2 ข้าง บอกได้ถึงความเข้มแข็ง กำลังใจที่มากขึ้น ถึงแม้จะไม่มีเสียงหัวเราะดัง ๆ แต่ดิฉันก็มั่นใจว่ายุพาพร้อมจะต่อสู้กับโรคร้ายที่เธอมีอยู่

     ในช่วงเวลาที่ยุพานอนพักรักษาตัวที่ตึกผู้ป่วยใน นับเป็นเวลาที่แพทย์และพยาบาลรวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่น ๆ บนตึก ได้เรียนรู้ถึงอีกมิติของความเป็นมนุษย์ภายใต้ร่างกายที่มีความเจ็บป่วยอยู่นั้น จิตใจที่บอบบางกลับทรมานมากกว่าปมด้อยในใจทำให้ยุพามักมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว แต่ทุกคนให้อภัยเธอพร้อมกับมิตรภาพและความเอาใจใส่ที่ต่างก็เต็มใจหยิบยื่นให้กับยุพา  

    ดิฉันมาเจอยุพาอีกครั้ง สามีเธออุ้มเธอมารับประทานยาวัณโรคที่โรงพยาบาล ขณะที่ยุพานั่งอยู่บนรถเข็น สีหน้ามีรอยยิ้มเบิกบาน  ปากไม่มีรอยเยนเซียลไวโอเลต กำลังดูดนมจากกล่องดิฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย จึงเข้าไปถามว่า ยุพาใช่ไหม? เธอยิ้มและบอกว่า “ค่ะ” ดิฉันดีใจมาก ที่เห็นเธอในสภาพอย่างนี้ ไม่น่าเชื่อว่ายุพาจะดีขึ้นมากขนาดนี้ ทุกคนที่เห็นแทบไม่มีใครเชื่อสายตาตนเอง ว่ายุพาเธอมีสภาพที่ดีขึ้นตามลำดับอย่างนี้ คิดว่าเธออาจจะไม่รอดชีวิตด้วยซ้ำ แต่ด้วยหัวใจของนักสู้และการดูแลที่ดีเธอจึงมีชีวิตรอด

        ดิฉันได้พบกับยุพาบ่อย ๆ เธอเข้าและออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ยังสนิทสนมกัน ดิฉันสังเกตเห็นว่า ยุพามีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวน้อยลง  แต่ยังมีลักษณะคำพูดห้วน ๆ  กระโชก โฮกฮาก  เป็นบางครั้ง ซึ่งเราก็รู้ว่าเป็นเพราะเธอยังไม่ลืมปมด้อยในใจ และทุกคนต่างไม่เคยถือสาเธอเลย เวลาที่ดิฉันได้เจอกับยุพา จะพูดคุยทำให้ดิฉันได้รู้รายเอียดที่น่าสนใจเพิ่มเติมความหลังที่น่าสงสาร  ยุพาเป็นลูกอิสาน ที่แม่และครอบครัวยกเธอให้กับสามีของเธอ ยุพาเล่าให้ดิฉันฟังว่าเธอเป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว แม่มีอาชีพรับจ้าง ครอบครัวมีฐานะยากจน เมื่อเธอเกิดมาด้วยความไม่ตั้งใจของพ่อและแม่ ทำให้เธอเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอดเพราะเมื่อเธอคลอดออกมา แม่เกือบจะฝังเธอทั้งเป็น นับเป็นความโชคดีที่ยายมาเจอ เธอจึงมีชีวิตรอดมาได้จนทุกวันนี้ ยุพาเล่าต่ออีกว่า พ่อและแม่เลี้ยงเธอแบบไม่สนใจใยดี ชอบทุบ ตี ดุด่า เธอเรียนจบแค่ ป.5  จากอีสานและอพยพรับจ้างทำงานก่อสร้างไปเรื่อย ๆ เธอมีสามีคนที่ 1 และอยู่ได้ไม่นาน เธอก็เลิกกัน สามีคนปัจจุบันเป็นคนที่ 2 ยุพาเธอต่อสู้ชีวิตมาตลอด และมีปมด้อยในใจมาเสมอว่าทำไมพ่อแม่ไม่รัก เมื่อดิฉันได้พูดคุยและจับมือให้กำลังใจ ยุพาถึงกับน้ำตาไหลซึมและพึมพำว่า ทำไมคนใต้พ่อแม่เขารักลูกนะ แต่ทำไมพ่อแม่ไม่รักเธอ ดิฉันก็ได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจเธอเสมอให้ต่อสู้กับชีวิต ดิฉันบอกให้เธอฟังว่า ยุพารู้ไหม? ว่ายุพาโชคดีนะที่มีสามีที่คอยดูแลเอาใจใส่ ทำงานรับจ้างเพื่อเลี้ยงดูยุพา เธอน้ำตาคลอเบ้าสีหน้ายิ้ม แววตาเริ่มมีประกาย ดิฉันซื้อนมให้เธอ เธอก็รับแล้วกล่าวคำขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

      ทางโรงพยาบาลของเราโดยท่านผู้อำนวยการได้ให้การรักษาฟรีแก่ยุพามาตลอด เพราะยังอยู่ระหว่างการดำเนินการหาหนทางแก้ไขเรื่องการทำบัตรประชาชน และขึ้นทะเบียนบัตรทอง บางครั้งก็ให้มานอนพักที่ตึกผู้ป่วยใน เพื่อไม่ต้องเสียค่ารถมา Dot ยาวัณโรค จนยุพากลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลพะโต๊ะไปเสียแล้ว ดิฉันและทุกคนที่พบกับยุพาต่างก็ดีใจที่เธอสามารถเอาชนะกับโรคภัยและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ตอนนี้เธอช่วยสามีเก็บน้ำยางพารา ทำอาหารให้สามี เป็นแม่บ้านเท่านี้ก็มีความสุขแล้ว  โรงพยาบาลพะโต๊ะจะดูแลยุพาโดยให้การสงเคราะห์ตลอดไปตราบจนสิ้นลมหายใจ.... สู้ต่อไปนะยุพายอดนักสู้

                                                                              sha รพ.พะโต๊ะ