ตอบปัญหาชีวิตด้วย >>> "มงคลแห่งชีวิต"

สวัสดีปีใหม่ 2553 สำหรับชาวBlog ที่เคารพรักทุก ๆท่าน

       

ขึ้นปีใหม่ขอพูดคุยกับเพื่อน ๆในสิ่งที่ดี มีความสุขใจนะคะ ขอพูดคุยเรื่อง มงคลชีวิต   คำว่า มงคล” คือเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัตินำมาจาก “บทมงคลสูตร” ที่พระพุทธเจ้าตรัส “ตอบปัญหา” เทวดาที่ถามว่า “คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญ” หรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการแต่ขอเลือกบางข้อมาอวยพรและเป็นข้อคิดในปีใหม่นะคะ สัก 3 หัวข้อได้แก่


1. มีจิตเกษม

เกษม หมายถึง มีความสุข สบาย หรือสภาพที่มีจิตใจที่เป็นสุข มีจิตเกษมก็คือว่ามีจิตที่เป็นสุขในที่นี้หมายถึงการละแล้วซึ่งกิเลส ที่ท่านว่าไว้ว่าเป็น“เครื่องผูก” อยู่ ๔ ประการคือ
    ๑.การละกามโยคะ คือ การละ ความยินดีในวัตถุ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเรียกว่ากามคุณซึ่งประกอบด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส
    ๒.การละภวโยคะ คือ การละความยินดีในภพ โดยให้เห็นว่าสิ่งใดๆในโลกล้วนไม่เที่ยงแท้หรือคงอยู่ตลอดไป
    ๓.การละทิฏฐิโยคะ คือการละความยินดีในความเห็นผิดเป็นชอบ โดยให้ดำเนินตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่กล่าวมาแล้ว
   ๔.การละอวิชชาโยคะ คือการละความยินดีในอวิชชาทั้งหลาย ความไม่รู้ทั้งหลาย โดยให้มุ่งปฏิบัติเพื่อปัญญาที่รู้แจ้งเห็นจริง


2. มีความถ่อมตน

ความอ่อนน้อมถ่อมตน คือ การไม่แสดงออกถึงความสามารถที่ตัวเองมีอยู่ให้ผู้อื่นทราบ....เพื่อข่มผู้อื่นหรือเพื่อโอ้อวด การไม่อวดดี เย่อหยิ่งจองหอง แต่แสดงตนอย่างสงบเสงี่ยม


ท่านว่าไว้ว่า “โทษของการอวดดี” นั้นมีอยู่ดังนี้คือ
    ๑.ทำให้เสียคน คือไม่สามารถกลับมาอยู่ในร่องในรอยได้เหมือนเดิม เสียอนาคต
    ๒.ทำให้เสียมิตร คือไม่มีใครคบหาเป็นเพื่อนด้วย ถึงจะมีก็ไม่ใช่เพื่อนแท้
    ๓.ทำให้เสียหมู่คณะ คือถ้าต่างคนต่างถือดี ก็ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ ในที่สุดก็ไม่ถึงจุดหมาย หรือทำให้เป็นที่เบื่อหน่ายของคนอื่น


“หลักการ” ทำตัวให้เป็น "คนอ่อนน้อมถ่อมตน" นั้นมีดังนี้คือ
        ๑. ต้องคบกัลยาณมิตร คือเพื่อนที่ดีมีศีลมีธรรม คอยตักเตือนหรือชักนำไปในทางที่ดีที่ถูกที่ควร
        ๒. ต้องรู้จักคิดไตร่ตรอง คือการรู้จักคิดหาเหตุผลอยู่ตลอดถึงความเป็นไปในธรรมชาติของมนุษย์ ต่างคนย่อมต่างจิดต่างใจ และรวมทั้งหลักธรรมอื่นๆ
๓.ต้องมีความสามัคคี คือการมีความสามัคคีในหมู่คณะ อะลุ่มอล่วยในหลักการ ตักเตือน รับฟังและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล


ท่านว่า“ลักษณะ” ของ "คนถ่อมตน" นั้นมีดังนี้
      ๑.มีกิริยาที่นอบน้อม
      ๒.มีวาจาที่อ่อนหวาน
      ๓.มีจิตใจที่อ่อนโยน


สรุปแล้วก็คือ สมบูรณ์พร้อมด้วย  กาย วาจา และใจ นั่นเอง


3. มีความอดทน

ท่านว่า “ลักษณะของความอดทน” นั้นสามารถจำแนกออกได้เป็นดังต่อไปนี้คือ


   ๑.ความอดทนต่อความลำบาก คือ ความลำบากที่ต้องประสพตามธรรมชาติ ซึ่งอาจมาจากสภาพแวดล้อมเป็นต้น
   ๒.ความอดทนต่อทุกขเวทนา คือ ทุกข์ที่เกิดจาก "สังขาร" ของเราเอง เช่นความไม่สบายกายเป็นต้น 
   ๓.ความอดทนต่อความเจ็บใจ คือ การที่คนอื่นทำให้เราต้องผิดหวัง หรือพูดจาให้เจ็บช้ำใจ ไม่เป็นอย่างที่หวังเป็นต้น
๔.ความอดทนต่ออำนาจกิเลส คือสิ่งยั่วยวนทั้งหลายถือเป็นกิเลสทั้งทางใจและทางกายอาทิเช่น ความนึกโลภอยากได้ของเขา หรือการพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินเป็นต้น


”วิธีทำ” ให้มีความอดทนคือ มีหิริโอตัปปะ


    ๑.หิริ ได้แก่การมีความละอายต่อบาป การที่รู้ว่าเป็นบาปแล้วยังทำอีกก็ถือว่าไม่มีความละอายเลย
    ๒.โอตัปปะ ได้แก่การมีความเกรงกลัวในผลของบาปนั้นๆ


        จากมงคล 38 ประการนั้นขอนำสิ่งดี ๆที่คิดว่าจะให้ข้อคิดสำหรับเพื่อน ๆชาว Blog ปีใหม่นี้นะคะ


สวัสดีปีใหม่2553 ขอให้มีความสุขมาก ๆนะคะ "วันเวลาหมุนไปเร็ว>>> ชีวิตที่ดีต้องไม่ประมาท" นะคะ

สมศรี  นวรัตน์ รพ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี Tel. 081-9435033