กราบนมัสการ พระอาจารย์ ผศ.ดร.พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิบดีฝ่ายวิชาการ มหาจุฬาฯ 

        ดิฉันได้อ่านหลักคิดที่พระอาจารย์ได้ให้ หลักการคือ "๓ ย. เพียงพอต่อการจัดการความขัดแย้ง" โดย่อว่า....
         (๑) อย่า คือ อย่าถามว่า ใครคือตัวปัญหา ปัญหาเกิดจากใคร หรืออะไร เพราะได้ล่วงเลยเวลาที่จะถามคำถามนี้แล้ว เหมือนกับว่า หากเราถูกยิงหากมัวแต่ไปถามว่า ลูกศรมาจากทางไหน ใครเป็นคนยิง เราอาจจะต้องตายก่อน ฉะนั้น ทางออกคือต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาชีวิตก่อน ฉะนั้น ทางออกคือ จงถามว่า "วันนี้ หรือพรุ่งนี้ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร จึงจะมีความสุข" ทุกข์ของท่านคืออะไร เราจะช่วยแบ่งเบาทุกข์ระหว่างกันได้อย่างไร ลูกหลานของเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร
        (๒) หยุด คือ หยุดคิด หยุดพูด และหยุดทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด เสียดทางหัวใจของอีกฝ่าย เพราะนั่นจะเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมอีกฝ่าย อุปมาเหมือนกันพระพุทธเจ้าบอกให้องค์คุลีมารหยุด  การหยุด คือการเรียกให้สติกลับคืนมาก เพราะหลายครั้งจะพบว่า เมื่อใดก็ตาม กายเราเคลื่อนไหว จิตใจของเราไม่สงบนิ่ง เหตุนี้จึงต้องหยุด
        (๓) ยิ้ม คือ การดึงภูมิธรรมและภูมิปัญญาไทยกลับคืนมา เพราะเราได้ชื่อว่า "สยามเมืองยิ้ม" การยิ้มคือการเปิดพื้นที่ทางความคิด การพูด และการกระทำในเชิงบวก การยิ้มคือการเชิญชวนทุกฝ่ายที่มีความทุกข์ หรืออัดอั้นตันใจมาคุยกัน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความทุกข์ที่แต่ละฝ่ายประสบ และเผชิญหน้าอยู่

        อ่านบทความของพระอาจารย์แล้วดิฉันรู้สึก >>> เบา >>>สบาย >>> สมอง + จิตใจ (ไม่รู้สึกหนักใจ) พระอาจารย์ สอนในสิ่งที่ >>> เข้าใจได้ง่าย >>> เป็นธรรมชาติ >>>ที่มนุษย์ปุตุชนทั่ว ๆเข้าใจง่าย ๆ ปฏิบัติได้จริง ๆในตอนนั้น ขณะนั้น ๆ >>> เป็น “พุทธประยุกต์” ที่เหมาะสมกับยุคสมัยที่ดีจริง ๆคะ

 

กราบนมัสการมาด้วยความเคารพ

สมศรี  นวรัตน์ รพ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี