สวัสดีครับ เชิญมาแวะอ่านกันได้นะครับ
น้ำเงิน...น้ำใจ
ในการเลือกตั้ง การหาเสียงแต่ละครั้ง คลื่นในทะเลเงินจะหนุนเนื่องรุนแรง ถ้าจะพูดถึงความจริงกัน เงินที่จะเสียไปเพราะการเลือตั้งเพื่อจะให้ได้คำพูดอันหรูหราว่า มีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยคิดตามคะแนนเสียงของผู้ไปลงคะแนนมีราคาน่าใจหาย ไม่มีใครรู้ความจริงเท่าธนาคาร โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเกมการเมืองน่าใจหาย "หนักหนาสาหัส" พรรคเล็กจากท้องถิ่นแทบหมดตัว บางคนบ้านแตกสาแหรกขาด หากแต่ก็สร้างผลให้เกิดปรากฎการณืใหม่คะแนนที่เคยซื้อได้ด้วยเงินกลับกลายมาเป็นซื้อได้ด้วยความสงสารและน้ำใจ บางครั้งจะเห็นได้ว่า เงินกับน้ำเหมือนกันตรงที่ไหลถ่ายเทได้ ไม่งั้นคงไม่เรียกว่า "น้ำเงิน" หรอก อำนาจและเงินเกื้อกูลกันมาตลอด มีอำนาจไว้หาเงินและมีเงินไว้ซื้ออำนาจ ราคาของประชาธิปไตยค่อนข้างแพงเมื่อเทียบระหว่างจำนวนเงินที่ใช้ในการเลือกตั้ง กับจำนวนคนที่ไปลงคะแนนเสียง การปกครองจะเอ่ยขานด้วยระบบใดก็ตามประชาชนมิเคยสนใจเพราะความจริงแท้ สิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างยิ่งมิใช่ "ระบอบการปกครอง" มิใช่ "ผู้นำ" อันวิเศษอย่างที่พยายามโฆษณากัน ประชาชนต้องการอยู่ดี กินดี มีความสุข ระบอบการปกครองอะไรก้ได้ ผู้นำคนไหนก้ได้ การประสานผลประดยชน์ คือ รากเหง้าของอำนาจ ในทุกชื่อระบบอการปกครองที่สุดแต่จะสรรกันมาเรียก มนุษย์...อาจจะเกลียดผู้ใช้อำนาจกับตน แต่มนุษย์...ก้เกรงกลัวคนใช้อำนาจ ในทุกสรรพสิ่งจะมีหนึ่ง และในหนึ่งจะมีทุกสรรพสิ่ง เมื่อพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ก็ต้องมาเป็นฝ่ายค้าน ส่วนผู้ชนะก็เป็นฝ่ายรัฐบาล การโจมตีรัฐบาลให้ถึงพริกถึงขิงเท่าไหร่จะทำให้ได้ชื่อเสียงเท่านั้น ฝ่ายค้านไม่เคยรู้ด้วยซ้ำหน้าที่สำคัญคือ ชี้ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลปฏิบัติผิดนโยบายตรงไหน และพร้อมจะชี้แจงว่านโยบายของฝ่ายค้านดีกว่านโยบายของฝ่ายรัฐบาลตรงใด ถ้ารัฐบาลผิด ผิดอย่างไร ? ถ้าเป็นฝ่ายค้าน จะปฏิบัติประการใด ? การบริหารงานของชาติขึ้นอยู่กับพรรค ในพรรคยังแยกเป็นพวก ในพวกมีเพื่อนและ...สปอนเซอร์ ผู้ลงทุนลงขันให้ต้องหวัง...จะได้อะไร ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า น้ำเงิน...น้ำใจ มีความเหมือนกันตรงที่เป็นน้ำ ซึ่งจะสามารถไหลไปไหนก็ได้