การแก้ปัญหาจะสำเร็จได้ขั้นตั้นต้องมีสติ และมองโลกในเชิงบวก

        ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมานักเรียนในความดูแลโดยตรงของครูนกอยากมีรายได้พิเศษช่วยเหลือทางบ้านที่นราธิวาสด้วยการขายเสื้อกับกางเกงเล เป็นผ้าสไตล์มาเลเซีย และบาติกแบบเพ็นท์

       

"เจ้าพ่อค้ารุ่นจูเนียร์...คนที่ 3 นับจากทางซ้ายมือ"

         ครูนกก็มาร้องป่าวในห้องพักครูเพื่อให้ครูช่วยกันซื้อสินค้าราคาถูกของลูกศิษย์ เพื่อนครูจะถามคำถามแรกของนักเรียนลำบากหรือเปล่า ครูนกเลยให้ข้อมูลว่าเขาไม่ได้ลำบากเลย แต่ครูนกส่งเสริมเขาเพราะเขามีจิตใจที่จะช่วยเหลือพ่อแม่ในการทำมาหากินหรือกิจการของครอบครัว และสินค้าเขาก็ตั้งราคาต่ำมาก ซึ่งครูหลายคนสนใจเนื่องจากสามารถนำไปเป็นของขวัญปีใหม่และราคาก็ถูกมาก ซึ่งครูถามเจ้าโค้ดบ่อยครั้งว่า "ลูกจำราคาผิดหรือเปล่า" โค้ดก็บอกทุกอย่างราคาเดียวกันหมด หลังจากนั้นก็มีเพื่อนครูและน้องLab boy ที่สนใจนำไปขายเป็นรายได้พิเศษก็รับไปขายจนทำให้บรรยาการการขายคึกคัก ส่วนครูนกต้องมาสอนเจ้าโค้ดให้จดบันทึกทำสต็อกรับส่งสินค้าด้วยตนเอง เพราะจะพึ่งครูนกไม่ได้แล้วนะครูนกจะปล่อยเกาะโค้ดแล้วละด้วยความอยากให้เขาทำงานเป็นระบบด้วยตนเอง

        เมื่อวานเช็คสต็อกล่าสุดร่วมกับเจ้าโค้ดมียอดสินค้าขาดไปหนึ่งชิ้นซึ่งครูนกลงทุนสอบถามเพื่อนครูทุกคนอย่างตรงไปตรงมาปรากฏว่า สินค้านินจาไปหนึ่งชิ้น ครูนกคิดในใจ "เราอีกละที่ต้องรับผิดชอบ"  ก็เลยหาวิธีการที่กระทบและเกิดประโยชน์ด้วยกันถ้วนหน้า หอบสินค้าที่เหลือทั้งหมดกลับบ้านไปจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าจำหน่ายเพื่อนครูเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็นสินค้าราคาถูกค่ะ (ไม่เกินแปดสิบบาทสำหรับกางเกงเล) โดยแม่ค้าจำเป็นคือแม่ครูนกนั่นเอง ซึ่งจากเมื่อคืนทุกคืนนี้แม่ก็ยังทำยอดได้อย่างน่าชื่นชม อยากยกรางวัลแม่ดีเด่นให้แม่ไปเลยที่ช่วยทั้งลูกตนเอง และลูกศิษย์ของลูก และเพื่อนบ้านของเราก็ได้สินค้าคุณภาพราคาเป็นกันเอง

      เมื่อวานครูนกยอมรับเลยว่า ผิดหวังกับอะไรหลายๆอย่างที่สินค้าหายไปหนึ่งชิ้น ด้วยความที่ไว้ใจกับอะไรรอบตัวทั้งหมด แต่ในที่สุดปัญหาก็ผ่านไปและมีแนวโน้มที่ดีต่อทุกๆฝ่ายด้วยค่ะ อีกทั้งเพื่อนในห้องของโค้ดก็มานั่งเลือกไปเป็นตัวอย่างเพื่อให้แม่ของตนเองพิจารณาเพื่อจะนำไปขายต่อ

      ปีนี้ส่งท้ายปีเก่าด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าลูกศิษย์ค่ะ