เป็นบันทึกที่ต่อเนื่องมาจาก บันทึกที่แล้ว เป็นการสรุปประเด็นสำคัญของ Outcome Mapping (OM) ตามที่ผมได้พูดไว้ในงานสัมมนาของ สสจ.พะเยา ในวันที่ 24 ธันวาที่ผ่านมา ประเด็นต่อไป มีดังนี้ครับ
 
     (3)  สิ่งที่ดีของ OM ก็คือ ไม่ใช่แค่กระตุ้นให้ฝัน หรือให้เริ่มจาก “ภาพใหญ่” แต่ OM สอนให้เรามองแบบ “มุ่งเน้น” มองแบบ “จับประเด็น” มองแบบ “โฟกัส” มองให้เห็นชัดๆ ด้วยการถามว่าแล้ว  “Mission” หรือ “พันธกิจ” หลักๆ ของเรานั้นคืออะไร เราจะได้ไม่ทำไปสะเปะสะปะ


     (4)  คุณเทอรี่ วิทยากร OM ชาวแคนาดา ชอบพูดประโยคที่ว่า “ถ้าวิสัยทัศน์หมายถึงผลแอปเปิลทั้งผล พันธกิจก็คือการบอกว่า เราจะเลือกกัดที่ตรงไหน?” ผมว่าเป็นการอธิบายที่ชัดเจนดีมาก คือเราอยากได้ภาพใหญ่ (Vision) แต่เราก็ต้องรู้ด้วยว่าเราต้องการจะ “กัด” ที่ตรงไหน (พันธกิจ) ด้วยเหตุนี้ พันธกิจจึงเป็นการระบุชัดถึง “สิ่งที่เราโฟกัส” นั่นเอง

 

    (5)  ผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้เรื่อง OM หลายคนมักจะสับสนเรื่องพันธกิจกับเรื่องกิจกรรม ผมว่าพวกเราส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการวางแผนโครงการที่เน้นกิจกรรม พอให้ทำพันธกิจ ก็เลยหันมาคิดเรื่องกิจกรรม จำได้ไหมโครงการส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเขียนเหตุผลหลักการว่าอย่างไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร ระบุสิ่งที่คาดว่าจะได้รับอย่างไร แต่ในสุดท้ายก็มาลงที่กิจกรรม กิจกรรมจะเป็นตัวกำหนดว่าที่มาของงบประมาณแต่ละรายการนั้นเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ทำให้เราค่อนข้างให้ความสนใจกับ “กิจกรรม”


     (6)  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือต้องเห็นก่อนว่า พันธกิจ กับกิจกรรม นั้นมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน พันธกิจเป็นการคิดเรื่องใหญ่ๆ เป็นการบอกว่าหน้าที่หลักๆ ความรับผิดชองหลักๆ ของเรา (โครงการ) คืออะไร เป็นการให้ขอบเขต (Scope) ของงานโดยปริยาย แต่ไม่ใช่การบอกว่าจะทำกิจกรรม หรือ Activity อะไรบ้าง
 
            วันนี้ขอเสนอเพียงเท่านี้ก่อน ที่เหลือคงต้องรอเป็นปีหน้า ปี 2553 ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ครับ
 
            สวัสดีปีใหม่ . . .
           ขอให้ทุกท่านสุขกาย สุขใจ . . . ห่างไกลจากโรคภัย มีจิตใจที่สดชื่น . . . 
           ตื่นรู้ อยู่อย่างเป็นปัจจุบัน . . . สุขสันต์และเปี่ยมไปด้วยความรัก . . .